กลับไป   PaLungJit.org > พุทธศาสนา > พุทธศาสนา สำหรับผู้เริ่มต้น
Connect with Facebook
ตอบ
 
LinkBack คำสั่งเพิ่มเติม ให้คะแนนกระทู้ เรียบเรียงคำตอบ
เก่า 18-07-2013, 07:06 AM   #1
สมาชิก
 
ฐสิษฐ์929's Avatar
 
วันที่สมัคร: Aug 2012
ข้อความ: 616
Groans: 34
Groaned at 26 Times in 22 Posts
ได้ให้อนุโมทนา: 383
ได้รับอนุโมทนา 1,311 ครั้ง ใน 511 โพส
พลังการให้คะแนน: 151
ฐสิษฐ์929 has much to be proud ofฐสิษฐ์929 has much to be proud ofฐสิษฐ์929 has much to be proud ofฐสิษฐ์929 has much to be proud ofฐสิษฐ์929 has much to be proud ofฐสิษฐ์929 has much to be proud ofฐสิษฐ์929 has much to be proud ofฐสิษฐ์929 has much to be proud ofฐสิษฐ์929 has much to be proud ofฐสิษฐ์929 has much to be proud of

มรรค ๘ ทางสายกลาง



หลวงปู่สาวกโลกอุดรแสดงถึงทางที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ ๓ ประการ
๑.กามสุขัลลิกานุโยค หมายถึงกาม กามตัวนี้หลวงปู่แสดงว่าเป็นกามระหว่างชายกับหญิง กามอันเป็นเหตุให้ตั้งบ้านเรือน แผ่ลูกขยายหลาน กามนี้เป็นอธิบดีอารมณ์ใหญ่ กามอื่นก็เป็นกามแต่เป็นองค์ประกอบของกามตัวนี้ ภิกษุไม่ควรดำเนิน
๒.อัตตกิลมถานุโยค หมายถึงการทรมารร่างกายให้เหน็ดเหนื่อยเปล่า เช่นว่านอนเหล็ก นอนหลาว อดอาหาร เป็นต้น เช่นนี้ ภิกษุไม่ควรดำเนิน
๓.มรรค ๘ หมายถึงการทรมารทางจิต โดยมีองค์ประกอบ ๘ ประการ หลอมรวมลงที่สติ เพ่งจี้ต่อสู้กับจิตกับความคิด เป็นธรรมทวนกระแส ธรรมชาติของจิตนั้นจะท่องเที่ยวไป การเพ่งจี้นี้จะทำให้จิตดับ ไม่เคลื่อนอีกต่อไป ตรงนี้เป็นทางสายกลางแต่ไม่ได้หมายว่าจะไม่ทุกข์นะ หากไม่เห็นทุกข์ก็ไม่เห็นอริยสัจจ์ การทรมารทางจิตนี้ทุกข์กว่าอัตตกิลมถานุโยคชนิดหลายร้อยเท่า พันทวี ดังนั้นผู้ที่จะปฏิบัติจึงมีการถวายชีวิตเป็นพุทธบูชา เป็นหนทางที่ภิกษุควรดำเนิน
เจริญในธรรม
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
sponsor links
เก่า 19-07-2013, 01:58 PM   #2
สมาชิก
 
วันที่สมัคร: Jun 2013
ข้อความ: 171
Groans: 0
Groaned at 20 Times in 11 Posts
ได้ให้อนุโมทนา: 54
ได้รับอนุโมทนา 538 ครั้ง ใน 163 โพส
พลังการให้คะแนน: 58
รโชหรณัง is a glorious beacon of lightรโชหรณัง is a glorious beacon of lightรโชหรณัง is a glorious beacon of lightรโชหรณัง is a glorious beacon of lightรโชหรณัง is a glorious beacon of lightรโชหรณัง is a glorious beacon of light

คำว่า มรรค หมายถึง การใช้ชีวิต จะต้องกินความตั้งแต่
สัมมาทิฎฐิ เป็นต้นทาง
และ สัมมาสมาธิ เป็นที่สุด
ครบทุกองค์นะครับ ขาดองค์ใดองค์หนึ่ง จะก่อให้เกิดกิเลสได้
อริยมรรค จะต้อง มองทั้งหมดตั้งแต่ตื่นนอนแต่เช้า ไปจนถึง การหลับ ว่า ตัวเรานี้ กินอยู่ หลับ นอน คิด อ่าน พูด ทำ อะไรบ้าง ที่เป็นข้าศึกต่อธรรม อะไรบ้างเป็นข้าศึกกับกิเลส
แล้ว ศึกษาวิถีของตน ให้เอื้อต่อธรรม และ ละกิเลส
จึงเรียกว่า รู้มรรค
เมื่อจิตสงบเพราะวิถีทางตาม มรรค นั้น จนถึงที่สุดขององค์สมาธิ เรียกว่า รู้ผล

แล้วจะรู้ว่า จิตแบบใดควรแก่การงาน จิตแบบใดไม่ควร เพราะรู้มรรค รู้ผลนี้เอง
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 19-07-2013, 06:53 PM   #3
สมาชิก
 
ฐสิษฐ์929's Avatar
 
วันที่สมัคร: Aug 2012
ข้อความ: 616
Groans: 34
Groaned at 26 Times in 22 Posts
ได้ให้อนุโมทนา: 383
ได้รับอนุโมทนา 1,311 ครั้ง ใน 511 โพส
พลังการให้คะแนน: 151
ฐสิษฐ์929 has much to be proud ofฐสิษฐ์929 has much to be proud ofฐสิษฐ์929 has much to be proud ofฐสิษฐ์929 has much to be proud ofฐสิษฐ์929 has much to be proud ofฐสิษฐ์929 has much to be proud ofฐสิษฐ์929 has much to be proud ofฐสิษฐ์929 has much to be proud ofฐสิษฐ์929 has much to be proud ofฐสิษฐ์929 has much to be proud of

อ้างอิง:
ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ รโชหรณัง อ่านข้อความ
คำว่า มรรค หมายถึง การใช้ชีวิต จะต้องกินความตั้งแต่
สัมมาทิฎฐิ เป็นต้นทาง
และ สัมมาสมาธิ เป็นที่สุด
ครบทุกองค์นะครับ ขาดองค์ใดองค์หนึ่ง จะก่อให้เกิดกิเลสได้
อริยมรรค จะต้อง มองทั้งหมดตั้งแต่ตื่นนอนแต่เช้า ไปจนถึง การหลับ ว่า ตัวเรานี้ กินอยู่ หลับ นอน คิด อ่าน พูด ทำ อะไรบ้าง ที่เป็นข้าศึกต่อธรรม อะไรบ้างเป็นข้าศึกกับกิเลส
แล้ว ศึกษาวิถีของตน ให้เอื้อต่อธรรม และ ละกิเลส
จึงเรียกว่า รู้มรรค
เมื่อจิตสงบเพราะวิถีทางตาม มรรค นั้น จนถึงที่สุดขององค์สมาธิ เรียกว่า รู้ผล

แล้วจะรู้ว่า จิตแบบใดควรแก่การงาน จิตแบบใดไม่ควร เพราะรู้มรรค รู้ผลนี้เอง
ที่คุณว่ามาปฏิบัติธรรมอย่างไรครับ แต่ละจุดแต่ละอย่างเกิดขึ้นตอนไหน อย่างไรครับ
ที่ผมปฏิบัติอยู่ไม่ว่าจะเป็นมรรค๘ ปฏิปัฏฐาน๔ อินทรีย์๕ พละ๕ โพชชงค์๗ ฌานสมาบัติ๙ วิปัสนาญาณ๙ วิสุทธิ๗ การปฏิบัติเป็นอย่างกันทั้งหมด
แต่คำอธิบายนั้น มีคำอธิบายออกไปหลายนัย ซึ่งตรงนี้เป็นปัญญาบารมีของพระพุทธองค์ที่พระองค์ทรงสั่งสอนหลายคน หลายกลุ่ม หลายเหล่า ซึ่งมีปัญญาบารมีแตกต่างกันครับ
เป็นที่รู้กันดีว่าพระพุทธเจ้าตรัสรู้อริยสัจจ์สี่ พระองค์ก็ได้ตรัสรู้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น การปฏิบัติก็มีเพียงแบบเดียวเท่านั้น แต่พระองค์สามารถอธิบายเรื่องเดียวออกเป็นหลายนัยเท่านั้น
เจริญในธรรมครับ
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 19-07-2013, 07:13 PM   #4
สมาชิก
 
วันที่สมัคร: Jun 2013
ข้อความ: 171
Groans: 0
Groaned at 20 Times in 11 Posts
ได้ให้อนุโมทนา: 54
ได้รับอนุโมทนา 538 ครั้ง ใน 163 โพส
พลังการให้คะแนน: 58
รโชหรณัง is a glorious beacon of lightรโชหรณัง is a glorious beacon of lightรโชหรณัง is a glorious beacon of lightรโชหรณัง is a glorious beacon of lightรโชหรณัง is a glorious beacon of lightรโชหรณัง is a glorious beacon of light

อ้างอิง:
ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ ฐสิษฐ์929 อ่านข้อความ
ที่คุณว่ามาปฏิบัติธรรมอย่างไรครับ แต่ละจุดแต่ละอย่างเกิดขึ้นตอนไหน อย่างไรครับ
ที่ผมปฏิบัติอยู่ไม่ว่าจะเป็นมรรค๘ ปฏิปัฏฐาน๔ อินทรีย์๕ พละ๕ โพชชงค์๗ ฌานสมาบัติ๙ วิปัสนาญาณ๙ วิสุทธิ๗ การปฏิบัติเป็นอย่างกันทั้งหมด
แต่คำอธิบายนั้น มีคำอธิบายออกไปหลายนัย ซึ่งตรงนี้เป็นปัญญาบารมีของพระพุทธองค์ที่พระองค์ทรงสั่งสอนหลายคน หลายกลุ่ม หลายเหล่า ซึ่งมีปัญญาบารมีแตกต่างกันครับ
เป็นที่รู้กันดีว่าพระพุทธเจ้าตรัสรู้อริยสัจจ์สี่ พระองค์ก็ได้ตรัสรู้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น การปฏิบัติก็มีเพียงแบบเดียวเท่านั้น แต่พระองค์สามารถอธิบายเรื่องเดียวออกเป็นหลายนัยเท่านั้น
เจริญในธรรมครับ
ธรรมที่พระพุทธองค์ ตรัสรู้นั้นคือ อริยสัจสี่ ดังนั้นสาวกที่รู้แจ้งเห็นจริงตามพระองค์ ก็ต้องรู้แจ้งเห็นจริงในอริยสัจสี่นี้ครับ การรู้แจ้งเห็นจริงในองค์ธรรมทั้ง4 นั้น ต้องอาศัยองค์ธรรมในการปฏิบัติ อันได้แก่ อิทธิบาท4 มหาสติปัฏฐาน 4 โพชฌงค์ อย่างที่คุณกล่าวมานั้นแหละครับ แต่ว่า องค์ธรรมแต่ละอย่าง นั้นหาได้เป็นอย่างเดียวกันไม่ แต่ในการปฏิบัตินั้นก็ไม่ได้จำแนกแยกย่อยไป แต่อยู่ในวิธีปฏิบัติในตัว ดังที่คุณเข้าใจนั้นก็ถูกครับ เพียงแต่ว่า คุณปฏิบัติจนได้ปัญญาหยั่งลงใน อริยสัจหรือยังหละครับ
และองค์ธรรมที่สนับสนุนนั้นคุณทำได้ดีและละเอียดเพียงใด ลองสำรวจตนเองได้นี่ครับว่า สมาธิถึงฌาณนั้น คุณแจ้งแค่ไหนในฌาณ ปัญญาญาณคุณแจ้งแค่ไหน
ที่สำคัญคือ นับต่อไปนี้คุณพึ่งตนเองไปจนถึงนิพพานโดยลำพังด้วยตัวคุณได้หรือยัง
เห็นหนทางที่ชัดเจนหรือยังครับ

ส่วนแต่ละจุดเป็นอย่างไรนั้นคุณลองหยิบยกสภาวะธรรมใดๆก็ได้สักหนึ่งอย่างมาสนทนากันก็ได้
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 19-07-2013, 08:03 PM   #5
สมาชิก
 
ฐสิษฐ์929's Avatar
 
วันที่สมัคร: Aug 2012
ข้อความ: 616
Groans: 34
Groaned at 26 Times in 22 Posts
ได้ให้อนุโมทนา: 383
ได้รับอนุโมทนา 1,311 ครั้ง ใน 511 โพส
พลังการให้คะแนน: 151
ฐสิษฐ์929 has much to be proud ofฐสิษฐ์929 has much to be proud ofฐสิษฐ์929 has much to be proud ofฐสิษฐ์929 has much to be proud ofฐสิษฐ์929 has much to be proud ofฐสิษฐ์929 has much to be proud ofฐสิษฐ์929 has much to be proud ofฐสิษฐ์929 has much to be proud ofฐสิษฐ์929 has much to be proud ofฐสิษฐ์929 has much to be proud of

อ้างอิง:
ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ รโชหรณัง อ่านข้อความ
ธรรมที่พระพุทธองค์ ตรัสรู้นั้นคือ อริยสัจสี่ ดังนั้นสาวกที่รู้แจ้งเห็นจริงตามพระองค์ ก็ต้องรู้แจ้งเห็นจริงในอริยสัจสี่นี้ครับ การรู้แจ้งเห็นจริงในองค์ธรรมทั้ง4 นั้น ต้องอาศัยองค์ธรรมในการปฏิบัติ อันได้แก่ อิทธิบาท4 มหาสติปัฏฐาน 4 โพชฌงค์ อย่างที่คุณกล่าวมานั้นแหละครับ แต่ว่า องค์ธรรมแต่ละอย่าง นั้นหาได้เป็นอย่างเดียวกันไม่ แต่ในการปฏิบัตินั้นก็ไม่ได้จำแนกแยกย่อยไป แต่อยู่ในวิธีปฏิบัติในตัว ดังที่คุณเข้าใจนั้นก็ถูกครับ เพียงแต่ว่า คุณปฏิบัติจนได้ปัญญาหยั่งลงใน อริยสัจหรือยังหละครับ
และองค์ธรรมที่สนับสนุนนั้นคุณทำได้ดีและละเอียดเพียงใด ลองสำรวจตนเองได้นี่ครับว่า สมาธิถึงฌาณนั้น คุณแจ้งแค่ไหนในฌาณ ปัญญาญาณคุณแจ้งแค่ไหน
ที่สำคัญคือ นับต่อไปนี้คุณพึ่งตนเองไปจนถึงนิพพานโดยลำพังด้วยตัวคุณได้หรือยัง
เห็นหนทางที่ชัดเจนหรือยังครับ

ส่วนแต่ละจุดเป็นอย่างไรนั้นคุณลองหยิบยกสภาวะธรรมใดๆก็ได้สักหนึ่งอย่างมาสนทนากันก็ได้
ไม่ใช่ความเข้าใจแต่ผมกำลังปฏิบัติอยู่ครับและผมก็เชื่อตามที่หลวงปู่สอนและตามสภาวะของการปฏิบัติของผมเอง
ผมมาชี้ทางแก่ผู้ไม่รู้ทาง ฟังดูท่านเป็นผู้รู้ทางมั่นแม่นแน่นหนา ผมมั่นใจว่าผมปฏิบัติถูกต้องถูกทางแล้วครับ ธรรมผมก็อธิบายได้แทบทุกแง่ทุกมุมนั้นละ มันก็แค่นั้นถ้าหากว่าไม่มีคนฟังครับ
การสนทนาธรรมของผมก็จบไปนานแล้วครับ ปัจจุบันแค่ตอบปัญหาธรรมแก่ผู้สงสัย กับการสอบถามแก้อารมณ์กรรมฐานกับพระอาจารย์เท่านั้น
การโพสต์ของผมมุ่งประเด็นไปยังผู้ที่ปฏิบัติมาสุดทางของเขาแล้ว ไม่มีทางจะไปต่อแล้ว สำหรับท่านผมขอยกย่องท่านในฐานะผู้มีความรู้อันยิ่งในธรรม ขอให้ท่านจงเจริญในธรรมครับ

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ฐสิษฐ์929 : 20-07-2013 เมื่อ 06:05 AM
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 21-07-2013, 08:56 PM   #6
สมาชิก
 
Aunyadham's Avatar
 
วันที่สมัคร: Apr 2012
สถานที่: ประชาชื่น 16
ข้อความ: 374
Groans: 47
Groaned at 6 Times in 6 Posts
ได้ให้อนุโมทนา: 366
ได้รับอนุโมทนา 534 ครั้ง ใน 261 โพส
พลังการให้คะแนน: 179
Aunyadham has a reputation beyond reputeAunyadham has a reputation beyond reputeAunyadham has a reputation beyond reputeAunyadham has a reputation beyond reputeAunyadham has a reputation beyond reputeAunyadham has a reputation beyond reputeAunyadham has a reputation beyond reputeAunyadham has a reputation beyond reputeAunyadham has a reputation beyond reputeAunyadham has a reputation beyond reputeAunyadham has a reputation beyond repute

ผมแน่ใจว่าสิ่งที่กล่าวทุกเรื่องที่พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอนมาจากเรื่องเดียวกันทั้งนั้น คือ เรื่องทุกกับการดับทุกข์ เพียงแต่อธิยายไว้คนหละแง่มุมเท่านั้น เพราะมนุษย์เราปัญญาและบารมีไม่เท่ากัน พระพุทธองค์จึงทรงตรัสสอนไว้ทุกแง่มุม เพื่อประโนชน์แก่เหล่าเวไนยสัตว์

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Aunyadham : 24-07-2013 เมื่อ 03:09 PM
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 21-07-2013, 09:01 PM   #7
สมาชิก
 
Aunyadham's Avatar
 
วันที่สมัคร: Apr 2012
สถานที่: ประชาชื่น 16
ข้อความ: 374
Groans: 47
Groaned at 6 Times in 6 Posts
ได้ให้อนุโมทนา: 366
ได้รับอนุโมทนา 534 ครั้ง ใน 261 โพส
พลังการให้คะแนน: 179
Aunyadham has a reputation beyond reputeAunyadham has a reputation beyond reputeAunyadham has a reputation beyond reputeAunyadham has a reputation beyond reputeAunyadham has a reputation beyond reputeAunyadham has a reputation beyond reputeAunyadham has a reputation beyond reputeAunyadham has a reputation beyond reputeAunyadham has a reputation beyond reputeAunyadham has a reputation beyond reputeAunyadham has a reputation beyond repute

เหล่าพระอรหันต์พุทธสาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้าย่อมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ย่อมไม่นอกแนวหลายสาย การปฏบัติย่อมไปในทิศทางเดียวกัน การบรรลุธรรมเป็นอรหันตผลย่อมเหมือนกัน
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 23-07-2013, 06:01 PM   #8
สมาชิก
 
ฐสิษฐ์929's Avatar
 
วันที่สมัคร: Aug 2012
ข้อความ: 616
Groans: 34
Groaned at 26 Times in 22 Posts
ได้ให้อนุโมทนา: 383
ได้รับอนุโมทนา 1,311 ครั้ง ใน 511 โพส
พลังการให้คะแนน: 151
ฐสิษฐ์929 has much to be proud ofฐสิษฐ์929 has much to be proud ofฐสิษฐ์929 has much to be proud ofฐสิษฐ์929 has much to be proud ofฐสิษฐ์929 has much to be proud ofฐสิษฐ์929 has much to be proud ofฐสิษฐ์929 has much to be proud ofฐสิษฐ์929 has much to be proud ofฐสิษฐ์929 has much to be proud ofฐสิษฐ์929 has much to be proud of

ความถึงพร้อมแห่งธรรม


การปฏิบัติธรรมหากมีหลายแบบเพื่อเจริญธรรมแต่ละอย่าง จะเป็นไปไม่ได้ที่จะให้ถึงพร้อมทุกธรรมเพราะเหตุสมมุติว่า คุณเจริญธรรมธรรมหนึ่งสมบูรณ์แล้วเปลี่ยนไปเจริญธรรมแบบอื่นเพื่อธรรมอื่น ธรรมเดิมก็ดับไป เพราะเหตุให้เกิดธรรมนั้นดับ ธรรมที่เจริญซึ่งเป็นผลก็ย่อมดับ จะให้ถึงพร้อมครบทุกธรรมจึงเป็นไปไม่ได้
หากปฏิบัติเพียงอย่างเดียว ความถึงพร้อมของธรรมจะเกิดขึ้นได้ เพราะต่อเนื่องซึ่งกันและกันตลอดเวลา
ฌานสมาบัติเป็นธรรมปฏิบัติเพียงอย่างเดียว เมื่อปฏิบัติโดยต่อเนื่อง ย่อมจะถึงพร้อมทุกธรรมได้
เจริญในธรรมครับ

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ฐสิษฐ์929 : 23-07-2013 เมื่อ 06:05 PM
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 28-07-2013, 01:34 AM   #9
สมาชิก
 
สีลสิกขา's Avatar
 
วันที่สมัคร: Nov 2012
ข้อความ: 1,282
Groans: 70
Groaned at 11 Times in 11 Posts
ได้ให้อนุโมทนา: 10,073
ได้รับอนุโมทนา 7,095 ครั้ง ใน 1,330 โพส
พลังการให้คะแนน: 13126
สีลสิกขา has a reputation beyond reputeสีลสิกขา has a reputation beyond reputeสีลสิกขา has a reputation beyond reputeสีลสิกขา has a reputation beyond reputeสีลสิกขา has a reputation beyond reputeสีลสิกขา has a reputation beyond reputeสีลสิกขา has a reputation beyond reputeสีลสิกขา has a reputation beyond reputeสีลสิกขา has a reputation beyond reputeสีลสิกขา has a reputation beyond reputeสีลสิกขา has a reputation beyond repute

พระบรมศาสดา ทรงหลุดพ้นจากบ่วงกิเลสโดยสิ้นเชิงด้วยวิธีการปฎิบัติธรรมเพื่ออบรมจิตและพัฒนาปัญญา หลักธรรมในพระพุทธศาสนาจึงเป็นวิถีทางอบรมจิตและพัฒนาปัญญา ภายใต้ศักยภาพของมนุษย์เพื่อดำเนินไปสู่ความพ้นทุกข์ โดยไม่ขึ้นอยู่กับดวงชะตาหรืออำนาจเหนือมนุษย์ใดๆ

หลักธรรมของพระพุทธองค์จึงเปรียบดั่งอัญมณีทรงค่าที่ควรแก่การชื่นชมสนใจ และโพธิปักขิยธรรมอันนำไปสู่หนทางแห่งการตรัสรู้ก็นับเข้าในธรรมเหล่านั้น ซึ่งประกอบด้วย ๗ หมวด ๓๗ ประการ และจัดว่าเป็นแนวปฎิบัติที่บริบูรณ์เพื่อความดับทุกข์ กล่าวโดยย่อคือ

๑. สติปัฏฐาน ๔ ว่าด้วยการเจริญสติรับรู้สภาวธรรมปัจจุบันในกองรูป เวทนา จิต และสภาวธรรม เพื่อขจัดความผูกพันด้วยตัณหาและความยึดมั่นด้วยทิฏฐิ
๒. สัมมัปปธาน ๔ ว่าด้วยความเพียรชอบเพื่อละอกุศลเก่า ไม่ทำอกุศลใหม่ ทำกุศลใหม่และเพิ่มพูนกุศลเก่า
๓. อิทธิบาท ๔ ว่าด้วยธรรมที่นำทางสู่ความสำเร็จ อันได้แก่ ฉันทะ วิริยะ จิตตะ และวิมังสา
๔. อินทรีย์ ๕ ว่าด้วยธรรมที่เป็นใหญ่ปกครองธรรมอย่างอื่นได้คือ ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ และปัญญา
๕. พละ ๕ ว่าด้วยธรรมที่มีกำลัง สามารถครอบงำธรรมที่ตรงกันข้าม มีศรัทธาเป็นต้น
๖. โพชฌงค์ ๗ ว่าด้วยธรรมอันเป็นองค์ประกอบเพื่อความรู้แจ้งได้แก่ สติ ธรรมวิจัย วิริยะ ปิติ ปัสสิทธิ สมาธิ และอุเบกขา
๗. อริยมรรค ๘ ว่าด้วยหนทางอันประเสริฐ ได้แก่ สัมมาทิฏฐิ สัมมาสังกัปปะ สัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ สัมมาอาชีวะ สัมมาวายามะ สัมมาสติ และสัมมาสมาธิ

พอจะทราบทฤษฎีหลักธรรมที่เป็นหนทางดับทุกข์..แต่ภาคปฏิบัตินั้นไม่ถึงไหนเลยค่ะ..ความเพียรยังมีไม่พอและไม่รู้ว่าจะสำเร็จสักข้อไหมนะคะนี่ ^^
__________________
จิต เจตสิก รูป นิพพาน
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 01-08-2013, 06:11 PM   #10
สมาชิก
 
ฐสิษฐ์929's Avatar
 
วันที่สมัคร: Aug 2012
ข้อความ: 616
Groans: 34
Groaned at 26 Times in 22 Posts
ได้ให้อนุโมทนา: 383
ได้รับอนุโมทนา 1,311 ครั้ง ใน 511 โพส
พลังการให้คะแนน: 151
ฐสิษฐ์929 has much to be proud ofฐสิษฐ์929 has much to be proud ofฐสิษฐ์929 has much to be proud ofฐสิษฐ์929 has much to be proud ofฐสิษฐ์929 has much to be proud ofฐสิษฐ์929 has much to be proud ofฐสิษฐ์929 has much to be proud ofฐสิษฐ์929 has much to be proud ofฐสิษฐ์929 has much to be proud ofฐสิษฐ์929 has much to be proud of

อ้างอิง:
ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ สีลสิกขา อ่านข้อความ
พระบรมศาสดา ทรงหลุดพ้นจากบ่วงกิเลสโดยสิ้นเชิงด้วยวิธีการปฎิบัติธรรมเพื่ออบรมจิตและพัฒนาปัญญา หลักธรรมในพระพุทธศาสนาจึงเป็นวิถีทางอบรมจิตและพัฒนาปัญญา ภายใต้ศักยภาพของมนุษย์เพื่อดำเนินไปสู่ความพ้นทุกข์ โดยไม่ขึ้นอยู่กับดวงชะตาหรืออำนาจเหนือมนุษย์ใดๆ

หลักธรรมของพระพุทธองค์จึงเปรียบดั่งอัญมณีทรงค่าที่ควรแก่การชื่นชมสนใจ และโพธิปักขิยธรรมอันนำไปสู่หนทางแห่งการตรัสรู้ก็นับเข้าในธรรมเหล่านั้น ซึ่งประกอบด้วย ๗ หมวด ๓๗ ประการ และจัดว่าเป็นแนวปฎิบัติที่บริบูรณ์เพื่อความดับทุกข์ กล่าวโดยย่อคือ

๑. สติปัฏฐาน ๔ ว่าด้วยการเจริญสติรับรู้สภาวธรรมปัจจุบันในกองรูป เวทนา จิต และสภาวธรรม เพื่อขจัดความผูกพันด้วยตัณหาและความยึดมั่นด้วยทิฏฐิ
๒. สัมมัปปธาน ๔ ว่าด้วยความเพียรชอบเพื่อละอกุศลเก่า ไม่ทำอกุศลใหม่ ทำกุศลใหม่และเพิ่มพูนกุศลเก่า
๓. อิทธิบาท ๔ ว่าด้วยธรรมที่นำทางสู่ความสำเร็จ อันได้แก่ ฉันทะ วิริยะ จิตตะ และวิมังสา
๔. อินทรีย์ ๕ ว่าด้วยธรรมที่เป็นใหญ่ปกครองธรรมอย่างอื่นได้คือ ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ และปัญญา
๕. พละ ๕ ว่าด้วยธรรมที่มีกำลัง สามารถครอบงำธรรมที่ตรงกันข้าม มีศรัทธาเป็นต้น
๖. โพชฌงค์ ๗ ว่าด้วยธรรมอันเป็นองค์ประกอบเพื่อความรู้แจ้งได้แก่ สติ ธรรมวิจัย วิริยะ ปิติ ปัสสิทธิ สมาธิ และอุเบกขา
๗. อริยมรรค ๘ ว่าด้วยหนทางอันประเสริฐ ได้แก่ สัมมาทิฏฐิ สัมมาสังกัปปะ สัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ สัมมาอาชีวะ สัมมาวายามะ สัมมาสติ และสัมมาสมาธิ

พอจะทราบทฤษฎีหลักธรรมที่เป็นหนทางดับทุกข์..แต่ภาคปฏิบัตินั้นไม่ถึงไหนเลยค่ะ..ความเพียรยังมีไม่พอและไม่รู้ว่าจะสำเร็จสักข้อไหมนะคะนี่ ^^
ปฏิบัติอย่างไรครับ ผมอาจช่วยแนะนำได้ ทฤษฎีก็มาจากปฏิบัติครับ คนส่วนใหญ่ไม่ใส่ใจปฏิบัติ ความจริงเวลาที่จะปฏิบัติมีกันทั้งนั้น คุณปฏิบัติก็ดีแล้วนี่ครับ
เจริญในธรรมครับ
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

Bookmarks



(View-All เฉพาะที่เป็นสมาชิกที่ได้อ่านกระทู้นี้ ตั้งแต่ 25-11-2013, 06:00 PM (Set) (Clear)
Aunyadham
คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ ให้คะแนนกระทู้นี้
ให้คะแนนกระทู้นี้:

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is ใช้ได้
Trackbacks are ใช้ได้
Pingbacks are ใช้ได้
Refbacks are ใช้ได้


LinkBacks (?)
LinkBack to this Thread: http://board.palungjit.org/f14/%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%84-%E0%B9%98-%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%87-504623.html
ถูกเขียนโดย For Type วันที่
พลังจิต เว็บพระพุทธศาสนา ( ย้ายมาที่ PALUNGJIT.ORG ) ธรรมะ พระไตรปิฎก ลึกลับ อภิญญา วิทยาศาสตร์ทางจิ This thread Refback 18-07-2013 08:04 AM

กระทู้ที่คล้ายกัน
ชื่อกระทู้ ผู้ตั้งกระทู้ เว็บบอร์ด คำตอบ ข้อความล่าสุด
มรรค ๘ กับฌานสมาบัติ หลวงปู่สาวกโลกอุดร ฐสิษฐ์929 พุทธศาสนา - ธรรมะ 3 21-01-2013 02:10 PM
มรรค …(วิธีที่) ง่าย ..เจริญอริยมรรคมีองค์ ๘ ด้วยวิธีลัด พุืทธวจน000 อภิญญา - สมาธิ 0 18-11-2012 07:52 AM
มิตรดีเป็นนิมิตแห่งอริยมรรค jinny95 อภิญญา - สมาธิ 2 18-03-2010 09:33 PM
ฝึกมโนมยิทธิ และตรวจกรรมด้วยญาณ กับ อ."ไก่" คนเมืองบัว รักไร้พ่าย ดูดวง และ ทำนายฝัน 125 14-12-2009 10:43 AM


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +6 และเวลาในขณะนี้คือ 01:05 PM


พลังจิต | พระไตรปิฎก | เสียงธรรม | รูปภาพ | พจนานุกรม  | วัดไทย | คลิป | สารบัญเว็ป | หลวงพ่อฤาษีลิงดำ | อภิญญาหก | ฝึกสมาธิ
 
พุทธศาสนาจากพระโอษฐ์ | สมาธิ | แชท | เว็ปบอร์ด | พระเครื่อง | ดูดวง | ทำนายฝัน | Blog | | Google | แปลภาษา | SEO Hosting

vBulletin Copyright ©2000-2009 Jelsoft Enterprises Ltd. Search Engine Friendly URLs by vBSEO 3.6.1
Palungjit.com 1 April 2003 - 2013
Page generated in 0.25637 seconds with 13 queries