กลับไป   PaLungJit.org > พลังจิต > พระเครื่อง วัตถุมงคล
Connect with Facebook

ตอบ
 
LinkBack คำสั่งเพิ่มเติม ให้คะแนนกระทู้ เรียบเรียงคำตอบ
เก่า 22-06-2009, 06:55 PM   #1
สมาชิก
 
sundav's Avatar
 
วันที่สมัคร: Mar 2009
ข้อความ: 148
Groans: 4
Groaned at 4 Times in 1 Post
ได้ให้อนุโมทนา: 413
ได้รับอนุโมทนา 521 ครั้ง ใน 109 โพส
พลังการให้คะแนน: 88
sundav will become famous soon enoughsundav will become famous soon enough

พระพิราพ


ใครที่บูชาพระพิราพอยู่ในตอนนี้ ขอให้ระวังการบูชาเครื่องรางของขลังที่เป็นสายพรายที่ใช้อยู่ เช่น กุมารทอง ผงพราย น้ำมันพราย ผงมหาภูติ เพราะพระพิราพจะดูดกินวิญญาณ หรือคร่าวิญญาณของพรายตนนั้นที่ใช้อยู่ครับ
พระพิราพเป็นฤาษี กึ่งยักษ์
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
sponsor links
เก่า 22-06-2009, 07:25 PM   #2
สมาชิก PREMIUM
 
ariyachot's Avatar
 
วันที่สมัคร: Dec 2006
อายุ: 33
ข้อความ: 2,315
Groans: 2
Groaned at 12 Times in 12 Posts
ได้ให้อนุโมทนา: 919
ได้รับอนุโมทนา 8,100 ครั้ง ใน 1,587 โพส
พลังการให้คะแนน: 736
ariyachot has a reputation beyond reputeariyachot has a reputation beyond reputeariyachot has a reputation beyond reputeariyachot has a reputation beyond reputeariyachot has a reputation beyond reputeariyachot has a reputation beyond reputeariyachot has a reputation beyond reputeariyachot has a reputation beyond reputeariyachot has a reputation beyond reputeariyachot has a reputation beyond reputeariyachot has a reputation beyond repute

อ้างอิง:
ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ sundav อ่านข้อความ
ใครที่บูชาพระพิราพอยู่ในตอนนี้ ขอให้ระวังการบูชาเครื่องรางของขลังที่เป็นสายพรายที่ใช้อยู่ เช่น กุมารทอง ผงพราย น้ำมันพราย ผงมหาภูติ เพราะพระพิราพจะดูดกินวิญญาณ หรือคร่าวิญญาณของพรายตนนั้นที่ใช้อยู่ครับ
พระพิราพเป็นฤาษี กึ่งยักษ์
ลองทำความเข้าใจอีกครั้งเกี่ยวกับองค์พระพิราพนะครับ

พระพิราพที่เป็นครูสูงสุดและศักดิ์สิทธิ์ในทางนาฏศิลปนั้นแท้จริงคือ อวตารปางหนึ่งของพระอิศวร เสมือนหนึ่งพระแม่กาลีซึ่งเป็นอวตารปางหนึ่งของพระอุมา
ชื่อเดิมๆ จะเรียกกันว่า พระไภรวะ พระไภราวะ หรือพระไภราพ ซึ่งต่อมาเพี้ยนเป็นพิราพ และมาพ้องกับวิราธในเรื่องรามเกียรติ์ จนกลายเป็นชื่อเดียวกันเข้า รูปก็ยักษ์เหมือนๆกัน นานวันก็เลยกลืนกันไปนั่นเอง กลายเป็นชื่อเดียวกัน ตัวเดียวกันไป
แท้จริงแล้วเรื่องของพระไภราพ หรือพระไภรวะ หรือพระพิราพนั้นเป็นภาคหนึ่งของพระอิศวร ที่เป็นภาคดุ และมีคติการสร้างหลายแบบด้วย เพราะในลุ่มแม่น้ำโอริสสามหานทีนั้นมีการพระไภรวะ ที่ครึ่งหนึ่งเป็นพระไภรวะอีกครึ่งหนึ่งเป็นพระสุริยะเทพปางอัสดงคต นับว่าแปลกไม่น้อย แต่ก็ไม่ผิดแปลกเท่าไหร่ เพราะพระพิราพหรือพระไภรวะนั้นเป็นเทพแห่งสงคราม ความตาย และเหมาะกับเวลาราตรีหรือสิ้นแสงตะวัน ดังนั้นจึงมีคติการสร้างโดยการรวมเอาพระสุริยะเทพปางอัสดงและพระไภรวะมารวมเข้าไว้ด้วยกัน

พระไภรวะ เป็นเทพแห่งความตาย โรคร้าย ภัยสงคราม แต่ในขณะเดียวกันเนื่องจากเชื่อว่าพระองค์เป็นเทพแห่งการกำจัดภูติผีปีศาจ ขจัดอัปปมงคลเสนียดจัญไรทั้งหลายให้สิ้นไป ด้วยเหตุนี้จึงเกิดคติการนับถือ โดยเชื่อว่าพระองค์จะช่วยขจัดโรคภัยไข้เจ็บ ประทานชีวิตที่ดี ขจัดซึ่งภูติผีปีศาจสิ่งชั่วร้ายที่มองไม่เห็นได้

คติการนับถือพระไภรวะ มาด้วยกันกับนาฏศิลป ซึ่งจะเห็นได้อยู่แล้วว่าครูบาอาจารย์ทางนาฏศิลปที่เป็นเทพเจ้านั้นล้วนเป็นเทพทางพราหมณ์ทั้งนั้น การนับถือพระไภรวะ หรือพระพิราพก็เช่นเดียวกัน ชาวนาฏศิลปเชื่อว่าพระองค์เป็นผู้ขจัดอุปทวอันตราย ขจัดซึ่งเสนียดจัญไรต่างๆ แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นครูที่แรง หากกระทำกิจใดๆเกี่ยวกับพระองค์มักมีอาถรรพณ์น่ากลัวเกิดขึ้น จึงเป็นที่เคารพยำเกรงเสมอมา
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 22-06-2009, 07:43 PM   #3
สมาชิก
 
sundav's Avatar
 
วันที่สมัคร: Mar 2009
ข้อความ: 148
Groans: 4
Groaned at 4 Times in 1 Post
ได้ให้อนุโมทนา: 413
ได้รับอนุโมทนา 521 ครั้ง ใน 109 โพส
พลังการให้คะแนน: 88
sundav will become famous soon enoughsundav will become famous soon enough

อ้างอิง:
ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ ariyachot อ่านข้อความ
ลองทำความเข้าใจอีกครั้งเกี่ยวกับองค์พระพิราพนะครับ

พระพิราพที่เป็นครูสูงสุดและศักดิ์สิทธิ์ในทางนาฏศิลปนั้นแท้จริงคือ อวตารปางหนึ่งของพระอิศวร เสมือนหนึ่งพระแม่กาลีซึ่งเป็นอวตารปางหนึ่งของพระอุมา
ชื่อเดิมๆ จะเรียกกันว่า พระไภรวะ พระไภราวะ หรือพระไภราพ ซึ่งต่อมาเพี้ยนเป็นพิราพ และมาพ้องกับวิราธในเรื่องรามเกียรติ์ จนกลายเป็นชื่อเดียวกันเข้า รูปก็ยักษ์เหมือนๆกัน นานวันก็เลยกลืนกันไปนั่นเอง กลายเป็นชื่อเดียวกัน ตัวเดียวกันไป
แท้จริงแล้วเรื่องของพระไภราพ หรือพระไภรวะ หรือพระพิราพนั้นเป็นภาคหนึ่งของพระอิศวร ที่เป็นภาคดุ และมีคติการสร้างหลายแบบด้วย เพราะในลุ่มแม่น้ำโอริสสามหานทีนั้นมีการพระไภรวะ ที่ครึ่งหนึ่งเป็นพระไภรวะอีกครึ่งหนึ่งเป็นพระสุริยะเทพปางอัสดงคต นับว่าแปลกไม่น้อย แต่ก็ไม่ผิดแปลกเท่าไหร่ เพราะพระพิราพหรือพระไภรวะนั้นเป็นเทพแห่งสงคราม ความตาย และเหมาะกับเวลาราตรีหรือสิ้นแสงตะวัน ดังนั้นจึงมีคติการสร้างโดยการรวมเอาพระสุริยะเทพปางอัสดงและพระไภรวะมารวมเข้าไว้ด้วยกัน

พระไภรวะ เป็นเทพแห่งความตาย โรคร้าย ภัยสงคราม แต่ในขณะเดียวกันเนื่องจากเชื่อว่าพระองค์เป็นเทพแห่งการกำจัดภูติผีปีศาจ ขจัดอัปปมงคลเสนียดจัญไรทั้งหลายให้สิ้นไป ด้วยเหตุนี้จึงเกิดคติการนับถือ โดยเชื่อว่าพระองค์จะช่วยขจัดโรคภัยไข้เจ็บ ประทานชีวิตที่ดี ขจัดซึ่งภูติผีปีศาจสิ่งชั่วร้ายที่มองไม่เห็นได้

คติการนับถือพระไภรวะ มาด้วยกันกับนาฏศิลป ซึ่งจะเห็นได้อยู่แล้วว่าครูบาอาจารย์ทางนาฏศิลปที่เป็นเทพเจ้านั้นล้วนเป็นเทพทางพราหมณ์ทั้งนั้น การนับถือพระไภรวะ หรือพระพิราพก็เช่นเดียวกัน ชาวนาฏศิลปเชื่อว่าพระองค์เป็นผู้ขจัดอุปทวอันตราย ขจัดซึ่งเสนียดจัญไรต่างๆ แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นครูที่แรง หากกระทำกิจใดๆเกี่ยวกับพระองค์มักมีอาถรรพณ์น่ากลัวเกิดขึ้น จึงเป็นที่เคารพยำเกรงเสมอมา
ขอขอบคุณสำหรับความรู้เพิ่มเติมครับ
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

Bookmarks

Tags
ผงพราย



(View-All เฉพาะที่เป็นสมาชิกที่ได้อ่านกระทู้นี้ ตั้งแต่ 09-09-2014, 10:07 PM (Set) (Clear)
There are no names to display.
คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ ให้คะแนนกระทู้นี้
ให้คะแนนกระทู้นี้:

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is ใช้ได้
Trackbacks are ใช้ได้
Pingbacks are ใช้ได้
Refbacks are ใช้ได้



เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +6 และเวลาในขณะนี้คือ 05:48 PM


พลังจิต | พระไตรปิฎก | เสียงธรรม | รูปภาพ | พจนานุกรม  | วัดไทย | คลิป | สารบัญเว็ป | หลวงพ่อฤาษีลิงดำ | อภิญญาหก | ฝึกสมาธิ
 
พุทธศาสนาจากพระโอษฐ์ | สมาธิ | แชท | เว็ปบอร์ด | พระเครื่อง | ดูดวง | ทำนายฝัน | Blog | | Google | แปลภาษา | SEO Hosting

vBulletin Copyright ©2000-2009 Jelsoft Enterprises Ltd. Search Engine Friendly URLs by vBSEO 3.6.1
Palungjit.com 1 April 2003 - 2013
Page generated in 0.13838 seconds with 12 queries