กลับไป   PaLungJit.org > พุทธศาสนา > บทสวดมนต์ - คาถา
Connect with Facebook

ตอบ
 
LinkBack คำสั่งเพิ่มเติม ให้คะแนนกระทู้ เรียบเรียงคำตอบ
เก่า 28-05-2009, 07:29 AM   #1
ทีมผู้ดูแลเว็บบอร์ด
 
paang's Avatar
 
วันที่สมัคร: Apr 2005
ข้อความ: 10,775
Groans: 4
Groaned at 9 Times in 8 Posts
ได้ให้อนุโมทนา: 29,584
ได้รับอนุโมทนา 55,109 ครั้ง ใน 7,754 โพส
พลังการให้คะแนน: 23364
paang has a reputation beyond reputepaang has a reputation beyond reputepaang has a reputation beyond reputepaang has a reputation beyond reputepaang has a reputation beyond reputepaang has a reputation beyond reputepaang has a reputation beyond reputepaang has a reputation beyond reputepaang has a reputation beyond reputepaang has a reputation beyond reputepaang has a reputation beyond repute

ข้อดีของการสวดมนต์ นั่งสมาธิ



1. อานิสงส์ที่เกิดกับสุขภาพร่างกาย

ผู้ที่นิยมสวดมนต์ ไหว้พระ นั่งสมาธิสม่ำเสมอจะก่อให้เกิดผลดีต่อจิตยิ่งจะมีความผ่องแผ้วสว่างบริสุทธิ์ จิตที่สว่างจะทำให้อารมณ์ผ่องใส ไม่โกรธง่ายไม่เครียด แม้ถ้าจะต้องใช้ความคิดก็จะคิดแบบมีเหตุมีผลการที่จิตผ่องแผ้วถือเป็นโอสถทิพย์ที่สำคัญต่อร่างกายที่เดียวส่งผลให้ร่างกายสร้างและหลั่งฮอร์โมนในร่างกายที่เป็นปกติ ทำให้ร่างกายสมดุลเมื่อร่ายกายสมดุลบุคคลนั้นจะอายุยืน คนที่มีอารมณ์ดี ไม่เครียดจะอายุยืนยาวเช่นพระสงฆ์ที่ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานเป็นสรณะจะอายุยืนบางองค์เกินร้อยปีก็มีหรือคนโบราณที่ชอบสวดมนต์ไหว้พระจะอายุยืนยาวมากไม่มีต่ำกว่าแปดสิบปี ซึ่งต่างจากคนสมัยปัจจุบันที่แก่เร็วอายุสั้น เฉลี่ยแล้วไม่เกินหกสิบห้า หรือ อย่างมากก็เจ็ดสิบปี การมีจิตที่ผ่องใสเสมือนหนึ่งมียาอายุวัฒนะขนานเอกไว้ในตัวเอง ลักษณะนี้ ครูบาอาจารย์ท่านให้เรียกว่า“ การนำปัจจัยภายในมาสร้างอายุวัฒนะ”

2. อานิสงส์ให้เกิดจิตที่แกร่ง

หลังการสวดมนต์ไหว้พระและนั่งสมาธิ จะทำให้จิตมีกำลัง เป็นการบำรุงจิตจิตที่มีกำลังจะเข้มแข็ง ไม่อ่อนไหวง่าย สติดี หนักแน่นการมีจิตเป็นสมาธิสติจะคงอยู่เสมอ จะก่อให้เกิดปัญญาตามมา ปัญญาหมายถึงระบบการคิดที่มีสติคอยกำกับการคิดจึงอยู่บนพื้นฐานของเหตุและผลไม่มีอารมณ์เข้ามาเจือปน ส่วนความคิดที่ขาดสติเราเรียกว่า “อารมณ์” คนสมัยใหม่ที่ไม่นิยมนั่งสมาธิ ส่งผลให้สติไม่มั่นคงโกรธง่าย โมโหร้าย ขี้หงุดหงิด ไม่อดทนต่อแรงกดดันทั้งปวงมีอารมณ์แปรปรวนไม่สม่ำเสมอ เหตุเพราะจิตมีอ่อนกำลังเราจึงพบว่าสถิติการฆ่าตัวตายของคนสมัยนี้ จึงมีอัตราที่สูงขึ้นเรื่อยๆ เป็นต้นรูปธรรมข้างต้นเหล่านี้คงจะพอแสดงให้เห็นถึงความต่างระหว่างจิตสองลักษณะคือจิตแกร่งกับจิตอ่อนได้เป็นอย่างดีให้เปรียบเทียบง่ายๆ ว่าการที่เราต้องรับประทานข้าวปลาอาหารเพราะอาหารเป็นสิ่งที่มีความสำคัญกับชีวิตฉันใดก็ฉันนั้น สมาธิก็จะเป็นอาหารที่สำคัญของจิต เช่นกัน

3. ได้อานิสงส์จากการได้โปรดดวงจิตวิญญาณ

ผู้ที่สวดมนต์ไหว้พระนั่งสมาธิถึงขั้นเป็นผู้มีจิตใสสว่างนั้นเป็นที่โปรดปรานของพวกวิญญาณเร่ร่อนยิ่งนัก เพื่อปรารถนาจะขอส่วนบุญส่วนกุศลให้ตนได้ร่มเย็น หรือพ้นทุกข์ หรือแม้กระทั่งหลุดพ้นจากการถูกจองจำโดยปกติบทสวดมนต์จะมีความขลังอยู่ในตัวเพราะ เป็นอักขระภาษาที่มีมนต์ขลังบางบทเป็นพระคาถาที่มีอานุภาพสูง โดยเฉพาะบทพุทธบารมี บทพระคาถาชินบัญชรมีอานุภาพสูง ยิ่งผู้สวดมีสมาธิจิตที่ดีแล้ว พลังแห่งเมตตาพลังแห่งอานุภาพจะแผ่กระจายปกคลุมไปไกล ด้วยอานุภาพของพลังจิตผู้สวดเองเมื่อเสียงสวดและอักขระไปกระทบ หรือสัมผัสกับดวงจิตวิญญาณใดพลังเมตตาและพลานุภาพแห่งมนตรานี้จะกระตุ้นให้ดวงจิตวิญญาณเกิดความระลึกได้เมื่อระลึกได้ก็จะสามารถดูดซับพลังบารมีทั้งปวงจากบทสวดอย่างเต็มที่ดวงจิตที่มืดบอดก็จะสว่างผ่องใสขึ้นและหลุดพ้นจากบ่วงพันธนาการในที่สุดสภาพโดยธรรมชาติของวิญญาณทั้งหลายนั้น พวกเขาจะถูกจำกัดหรือถูกควบคุมพื้นที่เสมือนถูกจองจำตีตรวน เหมือนนักโทษที่ติดอยู่ในคุกบางคนก็สำนึกได้เอง บางคนต้องได้รับการอบรมสั่งสอนก่อนจึงจะเกิดสำนึกเช่นกันดวงวิญญาณหลายดวงเกิดสำนึกในความดี ความชั่วที่ตนได้กระทำได้เองเมื่อสำนึกได้ก็จะสามารถเปิดรับธรรมะได้เลยทันที การสำนึกได้เป็นสิ่งสำคัญยิ่งดังที่คนโบราณได้สั่งสอนบอกต่อกันมาว่า ก่อนตายให้นึกถึงพระ ความหมายนี้ก็คือให้เกิดรู้สำนึกนั่นเอง แม้ถ้าคนเราสำนึกได้ในวินาทีสุดท้ายขณะใกล้จะตายก็ถือว่ามีโอกาสที่จะรับรู้สัมผัสธรรมได้ ( จิตเปิด) มีโอกาสหลุดพ้น(จากการจำกัดบริเวณ )ได้และภาษาอักขระในบทสวดดวงจิตวิญญาณสามารถก็สามารถเข้าถึงได้ให้ดวงจิตวิญญาณเข้าใจได้ ก่อให้เกิดความกระจ่างได้และยิ่งเมื่อเราแผ่เมตตาตามอีกเขาก็จะได้อานิสงส์มากยิ่งขึ้นดวงจิตวิญญาณเหล่านั้นชุ่มเย็นเป็นสุขเสมือนเรานำน้ำที่เย็นชโลมรดให้กับผู้ที่หิวกระหายลุ่มร้อนมานานปี จนสุดท้ายก็จะสามารถหลุดพ้นไปได้การที่เราทำให้วิญญาณตกทุกข์ได้ยาก ทุกข์ทรมาน ได้รับความสุข สว่างสดใส หรือกระทั่งหลุดพ้นไปได้ นับว่าได้อานิสงส์มหาศาลทีเดียวสภาพความจริงในภพแห่งวิญญาณนั้น ถ้ามนุษย์มองเห็นก็จะพบว่ามีวิญญาณเร่ร่อน (สัมภเวสี )จำนวนมากมายทีเดียว มีทุกหนทุกแห่ง เช่น คนมีจิตสว่างบางคนไปนอนที่ไหนก็จะมีวิญญาณมาดึง มาปลุก มาทำให้ไม่สามารถนอนได้ปรากฏการณ์เช่นนี้ให้ท่านเข้าใจเป็นเบื้องต้นว่า เขามาขอส่วนบุญเขาเห็นจิตของท่านที่สว่าง แสดงว่าท่านเป็นมีบุญที่สามารถแผ่ให้กับเขาได้ อย่าตกใจอย่ากลัวให้ถือว่าเป็นโอกาสที่ดี วิธีปฏิบัติก็คือ สวดมนต์ แผ่เมตตาให้เขาเสียแล้วท่านจะนอนหลับฝันดี เขาจะเฝ้าดูแลท่านตลอดทั้งคืนบางที่อาจให้โชคลาภกับท่านเสียอีก สถานที่บางแห่งวิญญาณอยู่กันเหมือนตัวหนอนเหมือนฝูงแมลงวัน ยิ่งดวงวิญญาณอยู่กันมากมายเช่นนี้ผู้สวดมนต์ แผ่เมตตาภาวนาสมาธิให้ ก็จะได้อานิสงส์มากเท่าทวีคูณ การสวดมนต์ที่แท้ก็คือการแผ่เมตตานั่นเอง
การทำจิตให้นิ่งเป็นสมาธิบ่อยๆเสมือนเราอยู่ในที่สูง อานิสงส์ที่เราสร้างบุญกุศลที่เราทำจะเปรียบเสมือนเราเทน้ำให้ไหลลงสู่เบื้องล่างผู้อยู่เบื้องล่างที่หิว กระหายก็จะรอรับอย่างชุ่มเย็น มีความปีติยินดี

4. ได้อานิสงส์จากโปรดสรรพสัตว์ทั้งหลาย

นอกจากดวงจิตวิญญาณแล้วยังมีอีกกลุ่มหนึ่งที่ปรารถนาจะได้รับพลังเมตตาบารมีจากการสวดมนต์ไหว้พระและนั่งสมาธิเช่นกัน ซึ่งก็คือพวกสัตว์เล็ก สัตว์น้อยสรรพสัตว์ทั้งหลายที่เป็นเพื่อนทุกข์ เกิด แก่ เจ็บ ตายด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้นนั่นแหละ พลังแห่งการแผ่เมตตาบารมีนี้มีอานุภาพยิ่งใหญ่เป็นพลังแห่งพุทธานุภาพ เป็นพลังฝ่ายบุญกุศล การสวดมนต์ ไหว้พระนั่งสมาธิและแผ่เมตตาบ่อยๆ จะทำให้จิตมีความแข็งแกร่งพลังแห่งการแผ่เมตตาก็จะมีอานุภาพที่แรงครอบคลุมพื้นที่ได้กว้างขวางยิ่งขึ้นนั่นย่อมหมายถึงไปสู่สรรพสัตว์มากจำนวนยิ่งขึ้นตามเบื้องต้นสามารถพิสูจน์ได้จริงไม่ว่ามด ยุง แมลง ฯลฯ ล้วนต้องการ และแสวงหาพลานุภาพแห่งเมตตาอย่างหิวโหยจริงเช่นผู้ปฏิบัติธรรมบางคนพบว่ามีมดขึ้นมาเกาะบนกลดขณะที่ท่านกำลังที่ภาวนาอยู่จำนวนมากหรือมียุงมากัดจำนวนมากขณะนั่งสมาธิ แต่เมื่อท่านกล่าวแผ่เมตตาให้แล้วพวกเขาเหล่านั้นก็จะจากไปของเขาเอง ไม่ทำร้ายไม่รบกวนเราอีกเหตุเพราะพวกเขาได้รับแล้วนั่นเอง ลักษณะเช่นนี้จะเป็นเรื่องเดียวกันกับที่ครูบาอาจารย์ที่กล่าวไว้ว่า พวกมด ยุง แมลงนั้นพวกเราสามารถพูดกับเขาได้นั่นเองเมื่อเราทำให้สรรพสัตว์ทั้งหลายที่ได้ทุกข์หลุดพ้นจากทุกข์ช่วยให้สรรพสัตว์ที่ได้สุข ให้ได้สุขยิ่งๆขึ้นไป เราก็ได้อานิสงส์แห่งการนี้ตอบคืนอานิสงส์เช่นนี้ เป็นอานิสงส์ที่ก่อให้เกิดบารมีที่ยิ่งใหญ่มากทีเดียว เราเรียกว่า“ อานิสงส์ทางทิพย์”

5. ได้อานิสงส์จากพรเทวดาสิ่งศักดิ์สิทธิ์

ทุกครั้งที่เราสวดมนต์ หลังจากสวดบทบูชาพระรัตนตรัยแล้วเราก็มักจะสวดบทชุมนุมอัญเชิญเทวดาเสมอ (สักเคฯ)เป็นการบอกกล่าวอัญเชิญเทวดาให้มาร่วมพิธีการสวดมนต์ เทวดาเทพเทพารักษ์ทั้งหลายโปรดการฟังสวดมนต์มากเพราะถือเป็นพิธีกรรมแห่งพุทธที่มีมนต์ขลังมีความศักดิ์สิทธิ์ ดังที่ได้เรียนไปแล้วบทสวดทุกบทเป็นอักขระ มีพลังพุทธานุภาพสูงใครได้ยินได้ฟังได้ซึมซับก็จะเกิดความสว่างไสว เกิดพลังบารมีมนุษย์ที่สวดมนต์ไหว้พระประจำเทวดา จึงเป็นที่โปรดปรานของเทวดาไปที่ไหนมีเทวดาปกป้องคุ้มครอง ให้โชคให้ลาภให้ความมั่งมีสีสุขคนโบราณจึงย้ำหนักหนาให้ลูกหลานสวดมนต์ก่อนนอนนี่คือความหมายที่แท้จริงของการสวดมนต์ก่อนนอนเทวดาก็ต้องการสร้างบารมีของตนให้สูงยิ่งๆ ขึ้นไปเช่นกัน เมื่อเราสวดมนต์ ไหว้พระแผ่เมตตา ทำให้เทวดาได้บารมีเพิ่ม ได้ความสว่างเพิ่มเทวดาก็จะอำนวยอวยพรชัยมงคลให้กับเรา เป็นการตอบแทนคุณเรา หากเราสังเกตให้ดีเราจะพบว่า ทุกพิธีกรรมทางพุทธศาสนาตั้งแต่อดีต จนถึงปัจจุบันจะต้องเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับเทวดาเสมอ ก่อนเริ่มพิธีกรรมจึงต้องมีการสวดบวงสรวงอัญเชิญทวยเทพเทวดาสิ่งศักดิ์สิทธิ์มาร่วมพิธีก่อนเสมอ พุทธองค์ทรงสำเร็จมรรคผลด้วยทวยเทพเทวดาช่วยเหลือ ชี้แนะ ในทางกลับกันเทวดาก็พึ่งพาธรรมจากพุทธองค์ หรือพุทธสาวกเพื่อสร้างบารมี ชี้ทางสว่างเสมือนน้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่าองค์ทวยเทพเทวากับพุทธศาสนาจึงแยกกันไม่ออก เป็นของคู่กัน

6. สามารถแผ่เมตตาช่วยคนเจ็บป่วยได้อานิสงส์การแผ่เมตตานั้น

นอกจากสรรพสัตว์และดวงวิญญาณทั้งหลายแล้วมนุษย์ทั่วไปที่นอนเจ็บป่วยทนทุกข์ทรมานก็สามารถรับอานิสงส์ของการแผ่เมตตาได้โดยให้เรากล่าวว่า ดังนี้“ อานิสงส์ของการสวดมนต์ ไหว้พระนั่งสมาธิ ของข้าพเจ้าในวันนี้ ขอส่งให้ (ชื่อ-สกุล ผู้ป่วย)”เพียงเท่านี้เองก็จะก่อให้เกิดผลดีต่อผู้ป่วยมหาศาลโดยเฉพาะผู้แผ่เมตตาเป็นผู้บุญบารมีมากยิ่งก่อให้เกิดผลเร็วขึ้นโดยมาตรฐานที่จะให้เกิดผลสมบูรณ์ ให้ทำติดต่อกัน 33 วันสภาพร่างกายและอำนาจจิตของผู้ป่วยก็จะดีขึ้นอย่างชัดเจนแม้บางรายสังขารจะไม่ดีก็ตาม ความทุกข์ทรมานจะลดลงจิตจะดีคนเราเมื่อจิตดีก็มีความสุข อย่างไรก็ดีต้องทำความเข้าใจหลักของเวรกรรมแต่ละคนด้วย (ผู้ป่วย) ผู้ป่วยบางรายอาจจะยกเว้นไม่เป็นไปตามมาตรฐานนี้อัน เนื่องจากอยู่ในภาวะชดใช้กรรมของเขาเองและอีกประการหนึ่งให้เข้าใจในเรื่องวิถีจิตของผู้ป่วยต้องเปิดด้วยถ้าจิตปิดก็รับไม่ได้แต่หากผู้ป่วยเป็นผู้ปฏิบัติธรรมแล้วก็จะยิ่งเกิดผลเร็วทันตาเห็น ใช้เวลาเพียง 16 ถึง 24 วันเท่านั้นก็เพียงพอ นั้นหมายถึงเขาเปิดประตูจิตไว้รออยู่แล้วนั่นเองอย่างไรก็ตาม ความเป็นสายเลือดสายโลหิตระหว่างผู้แผ่อานิสงส์และผู้ป่วยก็เป็นข้อยกเว้นพิเศษอีกเช่นกันเพราะความเป็นสายเลือดการส่งอานิสงส์บุญกุศลจะยิ่งรวดเร็วที่สุดเกิดอานุภาพแรงที่สุดเช่นกันดังกล่าวมาข้างต้นคงพอจะทำให้ทุกท่านเข้าใจ เรื่อง อานิสงส์ หรือ ประโยชน์ที่จะรับจากการสวดมนต์ไหว้พระ นั่งสมาธิ ตลอดจนการแผ่เมตตาเป็นอย่างดีแล้วอย่างไรก็ดีนี่เป็นเพียงประโยชน์เบื้องต้นเท่านั้นความจริงแล้วมีอานิสงส์ที่จะได้รับทางอ้อมทางลึกอีกมากมายกว่านี้นักแต่เป็น“ ปัจจัตตัง”ของแต่ละคนไปการอ่านบรรยายข้างต้นเชื่อว่าสามารถทำให้ท่านเข้าใจได้แต่จะให้เข้าใจอย่างลึกซึ้งท่านต้องปฏิบัติเอง






ขอขอบคุณ Mthai.com
__________________
โปรดงดแสดงความคิดเห็นที่ไม่สร้างสรรค์ ขาดเมตตาธรรม ขาดคุณธรรม ข้อความอันเป็นเท็จ ส่อเสียด ดูหมิ่น สร้างความแตกแยกให้แก่สังคมหรือกระทบกระทั่งต่อสถาบันอันเป็นที่เคารพ กระทบต่อความมั่นคงของชาติ และขัดต่อกฎหมาย

และ...อย่าลืมว่าเราเป็นคนไทย โปรดใช้ภาษาไทยให้ถูกต้องด้วยนะคะ....

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย VANCO : 28-05-2009 เมื่อ 04:56 PM
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
สมาชิก 47 คน ได้กล่าว "อนุโมทนา" กับคุณ paang ในข้อความที่เขียนด้านบน
sponsor links
เก่า 28-05-2009, 07:55 PM   #2
สมาชิก
 
หนูแอ้'s Avatar
 
วันที่สมัคร: May 2009
สถานที่: ThaiLand
ข้อความ: 339
Groans: 2
Groaned at 2 Times in 2 Posts
ได้ให้อนุโมทนา: 769
ได้รับอนุโมทนา 2,002 ครั้ง ใน 329 โพส
พลังการให้คะแนน: 161
หนูแอ้ has much to be proud ofหนูแอ้ has much to be proud ofหนูแอ้ has much to be proud ofหนูแอ้ has much to be proud ofหนูแอ้ has much to be proud ofหนูแอ้ has much to be proud ofหนูแอ้ has much to be proud ofหนูแอ้ has much to be proud ofหนูแอ้ has much to be proud of

อ่านแล้วรู้สึกดีจังเลยคะ
ต่อไป หนูจะสวดมนต์ก่อนนอนทุกคืนคะ

ขออนุโมธนาคะ
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 28-05-2009, 08:04 PM   #3
สมาชิก
 
mozard002's Avatar
 
วันที่สมัคร: Mar 2007
อายุ: 25
ข้อความ: 181
Groans: 0
Groaned at 1 Time in 1 Post
ได้ให้อนุโมทนา: 297
ได้รับอนุโมทนา 496 ครั้ง ใน 120 โพส
พลังการให้คะแนน: 132
mozard002 is a glorious beacon of lightmozard002 is a glorious beacon of lightmozard002 is a glorious beacon of lightmozard002 is a glorious beacon of lightmozard002 is a glorious beacon of light

โมทนาครับ นอนสมาธิแผ่เมตตาก่อนนอนทุกคืน มดเค้ามาจากไหนไม่รู้ เต็มเลย ทั้งๆที่ในห้องก็ไม่มีอาหารหรือของหวานอะไรเลย ซากแมลงก็ไม่มีเพราะเปิดแอร์นอน แล้วจะอยู่แต่ช่วงหัวเตียงอย่างเดียวเลยครับ
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 28-05-2009, 11:57 PM   #4
สมาชิก
 
kakooii69's Avatar
 
วันที่สมัคร: May 2009
ข้อความ: 71
Groans: 0
Groaned at 8 Times in 3 Posts
ได้ให้อนุโมทนา: 98
ได้รับอนุโมทนา 159 ครั้ง ใน 47 โพส
พลังการให้คะแนน: 78
kakooii69 will become famous soon enoughkakooii69 will become famous soon enough

satu anumotami
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 29-05-2009, 10:27 AM   #5
สมาชิก PREMIUM
 
sonthya's Avatar
 
วันที่สมัคร: Apr 2008
สถานที่: .....พระนิพพาน
ข้อความ: 1,755
Groans: 12
Groaned at 0 Times in 0 Posts
ได้ให้อนุโมทนา: 12,104
ได้รับอนุโมทนา 10,734 ครั้ง ใน 1,697 โพส
พลังการให้คะแนน: 747
sonthya has a reputation beyond reputesonthya has a reputation beyond reputesonthya has a reputation beyond reputesonthya has a reputation beyond reputesonthya has a reputation beyond reputesonthya has a reputation beyond reputesonthya has a reputation beyond reputesonthya has a reputation beyond reputesonthya has a reputation beyond reputesonthya has a reputation beyond reputesonthya has a reputation beyond repute

อนุโมทนาด้วย ครับ ผมทำสมาธิทุกวันทั้งลืมตา และหลับตา อย่างเดียวสวดมนต์น้อยมากครับ สาธุ
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 31-05-2009, 03:31 PM   #6
สมาชิก
 
sundav's Avatar
 
วันที่สมัคร: Mar 2009
ข้อความ: 148
Groans: 4
Groaned at 4 Times in 1 Post
ได้ให้อนุโมทนา: 413
ได้รับอนุโมทนา 521 ครั้ง ใน 109 โพส
พลังการให้คะแนน: 88
sundav will become famous soon enoughsundav will become famous soon enough

เห็นด้วยอย่างแรงครับ ปีนี้เข้าปีที่ 17 แล้วที่ผมสวดมนต์นั่งสมาธิควบคู่กันไป จนเดี๋ยวนี้ผมอายุ 40 กว่าแล้ว ก็ยังปฏิบัติเหมือนเดิมไม่เคยขาด ได้ผลทางใจอย่างที่หาจากที่ไหนไม่ได้เลยครับ
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 14-06-2009, 08:01 PM   #7
สมาชิก
 
วันที่สมัคร: Jan 2009
ข้อความ: 123
Groans: 12
Groaned at 122 Times in 17 Posts
ได้ให้อนุโมทนา: 55
ได้รับอนุโมทนา 539 ครั้ง ใน 103 โพส
พลังการให้คะแนน: 89
ธาตุ 4 will become famous soon enoughธาตุ 4 will become famous soon enough

การฟังธรรมแล้วเกิดความเข้าใจเป็นบุญกุศลมากกว่าการสวดมนต์
คำสอนในพระไตรปิฏก ไม่เห็นว่าพระพุทธเจ้าบัญญัติให้พุทธศาสนิกชนสวดมนต์
เพราะไม่เห็นประโยชน์ที่จะมาท่องคำสอนของพระองค์ โดยไม่ได้รู้ความหมายและนำไปปฏิบัติ
จงเชื่อศรัทธาในคำสอนของพระพุทธเจ้าเป็นหลัก คำสอนอื่น ๆ ที่มาทีหลังไม่เป็นจริงเท่ากับคำสอนของพระพุทธเจ้า สาธุ
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 15-06-2009, 05:07 PM   #8
สมาชิก
 
ธัมมนัตา's Avatar
 
วันที่สมัคร: Aug 2006
อายุ: 53
ข้อความ: 1,561
Groans: 42
Groaned at 20 Times in 16 Posts
ได้ให้อนุโมทนา: 2,355
ได้รับอนุโมทนา 13,222 ครั้ง ใน 1,443 โพส
พลังการให้คะแนน: 925
ธัมมนัตา has a reputation beyond reputeธัมมนัตา has a reputation beyond reputeธัมมนัตา has a reputation beyond reputeธัมมนัตา has a reputation beyond reputeธัมมนัตา has a reputation beyond reputeธัมมนัตา has a reputation beyond reputeธัมมนัตา has a reputation beyond reputeธัมมนัตา has a reputation beyond reputeธัมมนัตา has a reputation beyond reputeธัมมนัตา has a reputation beyond reputeธัมมนัตา has a reputation beyond repute

การสวดมนตร์ย่อมได้บุญกุศลแน่ๆ เพราะเป็นการตอกย้ำคำสอนของพระพุทธเจ้าและสรรเสริญพระรัตนตรัยแล้วแต่บทสวด หลายบทมีคำแปลที่มีความหมายลึกซึ้งที่ผู้สวดในตอนต้นอาจจะยังไม่รู้แต่เมื่อต่อๆไปก็ได้มีปัญญาในการใคร่ครวญธรรมมากขึ้นเป็นลำดับ
การสวดมนต์ด้วยศรัทธาก็มีอานิสงส์แบบหนึ่ง สวดด้วยปัญญาก็มีอานิสงส์

ธรรมะนั้นเป็นปัจจัตตัง บางคนรู้ธรรมะแล้วไม่สวดก็ได้ แต่เมื่อใดที่จิตไม่สงบ การภาวนาเพียงคำว่า พุทโธ ๆๆ ก็มีพลังให้จิตสงบลงได้จริง ๆ
การสวดมนตรมีมาแต่สมัยโบราณแล้ว เช่น การสวดปาฏิโมกข์ของพระสงฆ์ทุกกึ่งเดือน เป็นต้น

บางบทสวดมีพลังอานุภาพสูงจนคาดไม่ถึง เช่นธัมมจักกัปปวัตนสูตร มีความหมายลึกซึ้งและเข้มขลังศักดิ์มากบทหนึ่ง เสียงสวดมนตร์แต่ละบทเป็นพลังงานที่ศักดิ์สิทธิ์อยู่จริง ๆ
มีความสั่นสะเทือนเฉพาะแบบ ลองดูการทดลองของ Emoto ใน hado.net ก็ได้
ส่วนตัวแล้วเชื่อว่า มีพลังในแต่ละบทไม่เหมือนกัน แล้วแต่จะเลือกใช้ตามโอกาส
__________________
สัพพปาปัสสอกรณัง กุสสลัสสูปสัมปทา สจิตตปริโยทปนัง
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

Bookmarks

Tags
meditation, ฯลฯ



(View-All สมาชิกที่ได้อ่านกระทู้นี้แล้ว : 13 (Set)
and2m1ke, aoseiei, Badtzboy, heang_t76, hitman1288, konsiam, nualtri, peeyapa, Pepppo, smoy, ธัมมานัง, นายธนาวุฒิ
คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ ให้คะแนนกระทู้นี้
ให้คะแนนกระทู้นี้:

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is ใช้ได้
Trackbacks are ใช้ได้
Pingbacks are ใช้ได้
Refbacks are ใช้ได้



เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +6 และเวลาในขณะนี้คือ 11:54 AM


พลังจิต | พระไตรปิฎก | เสียงธรรม | รูปภาพ | พจนานุกรม  | วัดไทย | คลิป | สารบัญเว็ป | หลวงพ่อฤาษีลิงดำ | อภิญญาหก | ฝึกสมาธิ
 
พุทธศาสนาจากพระโอษฐ์ | สมาธิ | แชท | เว็ปบอร์ด | พระเครื่อง | ดูดวง | ทำนายฝัน | Blog | | Google | แปลภาษา | SEO Hosting

vBulletin Copyright ©2000-2009 Jelsoft Enterprises Ltd. Search Engine Friendly URLs by vBSEO 3.6.1
Palungjit.com 1 April 2003 - 2013
Page generated in 0.24333 seconds with 12 queries