กลับไป   PaLungJit.org > พลังจิต > วิทยาศาสตร์ทางจิต - ลึกลับ
Connect with Facebook

ตอบ
 
LinkBack คำสั่งเพิ่มเติม ให้คะแนนกระทู้ เรียบเรียงคำตอบ
เก่า 11-03-2011, 05:12 PM   #1
สมาชิก
 
buschannarong's Avatar
 
วันที่สมัคร: Sep 2009
สถานที่: เมือง นนทบุรี
ข้อความ: 137
Groans: 56
Groaned at 3 Times in 2 Posts
ได้ให้อนุโมทนา: 957
ได้รับอนุโมทนา 546 ครั้ง ใน 71 โพส
พลังการให้คะแนน: 103
buschannarong is a name known to allbuschannarong is a name known to allbuschannarong is a name known to allbuschannarong is a name known to allbuschannarong is a name known to allbuschannarong is a name known to all

"วิชาโทรจิต!!!!"...ของมนุษย์ต่างดาว?


"วิชาโทรจิต"...ของมนุษย์ต่างดาว? ผลพลอยได้อย่างหนึ่งจากการปฎิบัติธรรมตามแนวทาง "พุทธศาสนา" ก็คือการค้นพบหลักการที่เกี่ยวของกับพลังงานรูปต่างๆ ที่มีความละเอียดสูงมาก จนยังไม่มีเครื่องมือใดๆ ในปัจจุบันจะสัมผัสวัดได้ รวมทั้ง "คลื่นกระแสจิต" ซึ่งมีความคมและละเอียดสูงสุด

"วิชาโทรจิต" เป็นความสามารถตามธรรมชาติที่แต่เดิมมีอยู่ในสิ่งมีชีวิตทั้งปวง โดยการใช้โทรจิตนี้ผู้ใช้จะสามารถถ่ายทอดความรู้สึก หรือสิ่งที่ตนรู้สึกในใจ ไปให้แก่สิ่งมีชีวิตอื่นได้ โดยต้องเป็นสภาวะแห่งจิตสำนึกที่ตื่นตัว หรือสภาวะที่ทำให้ใจเราเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับ "จิตสำนึกแห่งจักรวาล"
"โทรจิตจึงเป็นความรู้แห่งจักรวาลที่มีพรมแดนที่กว้างขวางยิ่ง"

หลักทฤษฎีโทรจิตที่ได้รับถ่ายทอดมานั้น มีอยู่ด้วนกัน 4 ข้อ คือ

1.จะต้องพิจารณาว่า "มหาสากลจักวาล" เป็นองค์แห่งจิตสำนึกอันหนึ่ง

2.สรรพสิ่งทั้งหลายรวมทั้งมนุษย์ที่ดำรงชีวิตอยู่ในมหาสากลจักรวาลนี้ล้วนเป็นร่างที่แบ่งภาคออกมาจากองค์แห่งจิตสำนึกอันนี้ทั้งสิ้น ฉะนั้นจึงเป็นเรื่อง
ธรรมดาที่มนุษย์แต่ละคนจะมีจิตสำนึกแห่งจักรวาลดำรงอยู่ในตัว

3.จิตสำนึกแห่งจักรวาลอันนี้เป็นทั้งพลังชิวิต เป็นทั้งปัญญา และเป็นความรู้ในสรรพสิ่งอีกด้วย

4.หากสามารถผนึกใจของตัวเองให้แนบแน่นเป็นหนึ่งเดียวกับจิตสำนึกอันนี้ได้ จิตสำนึกอันนี้ จะเป็นตัวจับและรับกระแสคลื่น ที่มาจากภายนอกพร้อมกับส่งต่อข่าวสารนั้นให้กับจิตของมนุษย์คนนั้น

ดังนั้น "ความคิด" ที่คนหนึ่งๆเปล่งออกมา จึงเป็นสิ่งที่ใครๆก็สามารถรับคลื่นความคิดนี้ได้ ถ้าคนๆนั้นเปิดเครื่องรับในร่างกายตนรับคลื่นนั้นๆเข้ามา

ในอีกด้านหนึ่ง ตัวจักรวาลหาใช่เป็นสิ่งที่เป็นศูนย์กลางของข้อมูลนั้นไม่ การกระทำของสรรพสิ่งต่างๆในจักรวาลต่างเป็นศูนย์กลางโดยตัวมันเองต่างหาก ที่กล่าวเช่นนั้นเพราะทุกสรรพสิ่งในจักรวาลถูกสร้างขึ้นมาโดยปฐมเหตุของจักรวาล ดังนั้น รังสีที่เปล่งออกมาจากการกระทำใดๆของสรรพสิ่งนั้นๆ จึงกระจายออกไปทั่วทุกทิศทุกทาง ด้วยเหตุผลเช่นนี้

เซลล์แต่ละอันในร่างกายมนุษย์ก็เป็นสิ่งที่สามารถปล่อยคลื่นความคิดออกมาได้เช่นกัน และในทางกลับกันคลื่นความคิดก็ย่อมสั่นสะเทือนเซลล์แต่ละอันในร่างกายตนเองได้ด้วย

ดังจะเห็นได้ว่าความเครียดที่สั่งสมนานๆ เป็นตัวการสำคัญอันหนึ่งที่ก่อให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บแก่มนุษย์ เพราะคลื่นความคิดเหล่านี้เข้าไปมีผลกระทบต่อร่างกายนั่นเอง การมีความคิดที่ดี แจ่มใสร่าเริง มองโลกในแง่ดี จึงเป็นสิ่งที่ขาดเสียมิได้สำหรับมนุษย์ บางครั้งเราจึงควรหลีกให้ห่างผู้คนที่ปล่อยคลื่นความคิดร้ายๆ ถ้าหากทำได้ จะได้ไม่ไปรับผลสะเทือนที่ไม่ดีของผู้คนเหล่านั้นเข้ามา...
คลื่นความคิดที่ควรหลีกเลี่ยง


1.สิ่งที่ต้องระวังมากที่สุดก็คือ การไม่ให้คลื่นความคิดจำพวก ความโลภ ความโกรธ ความหลง ความไร้สาระในเรื่องเล็กน้อย ความเกลียดชัง เหล่านี้ ไหลเขามาสู่ตัวเรา

2.พวกคลึ่นความคิดชั้นต่ำที่ถูกปล่อยออกมาจากดาวดวงอื่น ที่มีวิวัฒนาการล้าหลังกว่าโลกของเรา ก็เป็นคลื่นที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ใดๆ

3.คลื่นความคิดที่ปล่อยออกมาจากความทรงจำของชาวโลกที่เคยอาศัยอยู่บนโลกในอดีต ส่วนใหญ่เป็นคลื่นความคิดที่แตกแยกไม่ปรองดองกัน และอกุศล
มักทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นวิญญาณของคนที่ตายไปแล้ว แต่ความจริงเป็นแค่คลื่นความคิดของผู้ตายที่ยังหลงเหลืออยู่ในอวกาศเท่านั้น

คลื่นความคิดที่ควรรับเข้ามา

1.พลังชีวิต (ปราณ) ของจักรวาลที่ไหลเข้ามา เป็นพลังภายในที่บริสุทธิ์ เป็นทั้งปัญญาแห่งจักรวาลภายในตัวด้วย สามารถแทรกซึมเข้าสู่ทุกสรรพสิ่งได้อย่างเสมอภาค ไม่ลำเอียง ปัญญาและความรู้ที่บริสุทธ์ จึงมักเข้าไปใกล้ผู้ที่ถ่อมตัวและมีจิตใจปิดกว้าง มากกว่าคนใจแคบ
มิใช่เพราะว่าปัญญาและความรู้ลำเอียง แต่เป็นเพราะคนที่ใจแคบนั้นมีความสามารถในการรับปราณหรือพลังจักรวาลน้อยกว่าคนใจกว้างต่างหาก

2.คลื่นความคิดจากรูปธรรมชั้นสูง ทั้งจากในโลกนี้และที่มาจากดาวดวงอื่นที่มีวิวัฒนาการทางจิตสูงกว่าโลกของเรา คลื่นความคิดนี้เปี่ยมไปด้วยความรักความหวังดี และเป็นประโยชน์ต่อชาวโลก

3.การสื่อสารไปมาระหว่างเซลหรืออะตอม จากสรรพสิ่งธรรมชาติรอบๆตัวเรา ด้วยภาษาร่วมหรือภาษาจักรวาลที่เป็นสากล

อนึ่งมีข้อห้ามพึงระวังในการฝึกโทรจิตก็คือ ผู้ฝึกจะต้องไม่ปล่อยคลื่นความคิดที่เป็นอกุศลใดๆ ออกมาเป็นอันขาด แต่จะต้องสร้างความรู้สึกที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวก้บสรรพสิ่งให้ได้
วิธีฝึกโทรจิตของ"อดัมสกี้"ที่เป็นรูปธรรม มีดังนี้ครับ...
ก่อนอื่นผู้ฝึกจะต้องตระหนักถึงปัจจัย 3 ประการในการฝึกโทรจิต คือ

หนึ่ง ในการสัมผัสคลื่นความคิดที่เข้ามาจากข้างนอก จะต้องไม่มีการแบ่งแยกเกิดขึ้นระหว่างใจของเรากับผู้ที่เราต้องการสื่อสารด้วย

สอง สรรพสิ่งล้วนมีชีวิต เซลล์แต่ละอันไม่เพียงแต่ให้พลังชีวิตเท่านั้นแต่ยังมีปัญญาดำรงอยู่ในตัวด้วย เซลล์แต่ละอันจึงสามารถรับข่าวสาร และปล่อยข่าวสาร ที่เป็นประสบการณ์ของตนออกไปได้

สาม ผู้ฝึกต้องควบคุมเซลล์ในร่างกายของตนโดยผ่านการตอบสนองของประสาทสัมผัสทั้ง 4 ในร่างกายของตน โดยทำให้อวัยวะแต่ละส่วน "เป็นกลาง" เสียก่อน

วิธีฝึก
1.ทดลองส่งโทรจิตระหว่างคนสองคน โดยเริ่มจากการอยู่ในห้องเดียวกันก่อน จากนั้นค่อยๆ เพิ่มระยะห่างระหว่างคนสองคนให้ไกลออกไปเรื่อยๆ
-โดยผู้ส่งจิตจะต้องวาดภาพ หรือจินตการภาพที่จะส่งออกไปขึ้นไว้ในใจก่อน แล้งลองส่งออกไป
-ส่วนผู้รับโทรจิตก็ต้องมีสมาธิคอยรับด้วยท่าทางและจิตใจที่ผ่อนคลาย ก่อนจะบอกคำตอบออกมา ถ้าทดลอง 5 ครั้ง แล้วตอบถูกเกิน 3 ครั้งขึ้นไปถือว่าใช้ได้

2.ทดลองรับคลื่นโทรจิตจากสี่งของใกล้ๆตัวของใครคนหนึ่ง เช่นทายราคาของสินค้าอันนั้น (เนื่องจากอะตอมของสิ่งของนั้น ได้รับข่าวสารจากผู้เป็นเจ้าของมาก่อนแล้ว) จะทายข้อความในจดหมาย หรือทายไพ่ก็ย่อมได้..

3.ฝึกโยนเหรียญ และออกคำสั่งให้เหรียญนั้นออก"หัว"หรือ"ก้อย" เมื่อตกลงพื้น โดยตอนออกคำสั่งนั้น ต้องแสดงความปรารถนาและจิตนาการให้ตัวเองแนบแน่นเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับเหรียญเสียก่อน นอกจากฝึกกับเหรียญแล้ว ทดลองฝึกกับลูกเต๋าก็ได้..

4.ฝึกให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกับพื้นน้ำ หากมีโอกาสไปยืนที่สูงๆเหนือแม่น้ำ ทะเลสาบ บึง หรือเหนือทะเลกว้างๆ ลองจิตนาการให้ตัวเองแนบแน่นเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับคลื่นน้ำ เราจะได้สัมผัสความรู้สึกที่เย็นสดชื่นยิ่งขึ้น

การพัฒนาความสามารถเชิงโทรจิตในตัวเรานั้น จำเป็นจะต้องฝึกฝนและฝึกฝน ๆ ๆ ในทำนองที่กล่าวมาแล้วข้างต้นนี้ หากมีใครทดลองฝึกแล้วยังไม่คืบหน้า นั่นย่อมแสดวว่า "อัตตา"(EGO) ของผู้ฝึกนั้นแรงไปนั่นเอง และปัจจัยความ เหนื่อยหน่าย เหนื่อยล้า และความเครียด อาจเป็นอุปสรรคของการฝึกโทรจิต

ต้องรู้จักผ่อนคลาย ให้เป็นเรื่องปกติธรรมชาติไปเองในที่สุด...

การใช้วัตถุธาตุ เพื่อสื่อพลังโทรจิต

ชาวแอตแลนติสในยุคราว 40.000 ปีก่อน ได้เคยสร้างปิรามิดเพื่อใช้สื่อสารกับพลังจักรวาล ยังได้ใช้ผลึกคริสตัลมีทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็ก เพื่อการติดต่อ (รับคลื่น-ส่งคลื่น) กับพลังจักรวาลและจิตสำนึกแห่งจักรวาลด้วยวิธีการดังนี้..

ในการรับคลื่นจิตวิญญาณระดับสูง ให้นำผลึกคริสตัลขนาดเล็ก มาวางเบี้องหน้าเราสองก้อน ให้ตัวเรานั่งอยู่บริเวณยอดสามเหลี่ยมของทรงปิรามิด (ให้ตัวเราเป็นผลึกคริสตัลก้อนที่สาม) จากนั้นใช้ลวดทองแดงหนึ่งเส้นพันรอบผลึกคริสตัน 3 รอบ ก่อนจะนำลวดทองแดงนั้นมาถือไว้ในมือทั้งสองข้าง ในท่าหลับตาเข้าสมาธิ..

จากนั้นให้เพ่งจิตและพลังทั้งหมดของเราไปยัง "ผู้ที่เราต้องการจะสื่อสารด้วย"

ในทางกลับกัน หากเราต้องการที่จะส่งคลื่นออกไป ข่าวสารของเราไปให้กับผู้ใด ก็ให้กระทำในรูปแบบตรงกันข้ามกับข้างต้น คือใช้สองมือเราแทนผลึกคริสตันสองก้อน (เป็นส่วนฐานของรูปสามเหลี่ยม) ในขณะที่ผลึกมีคริสตันเพียงหนึ่งก้อน มาเป็นปลายยอดของสามเหลี่ยมแทน (ตามรูป)

วัตถุธาตุเหล่านี้เป็นสื่อที่สามารถใช้ติดต่อระหว่างธาตุหยาบกับธาตุละเอียด หรือของมนุษย์กับเทวดา และรูปธรรมอื่นๆได้ เป็นเครื่องช่วยสื่อสารให้คมชัดขึ้น...(สมัยนั้นไม่มีโทรศัพท์ การโทรจิตจึงเป็นเรื่องที่แพร่หลายมาก)ข้อผิดพลาดของชาวแอตแลนติสในอดีต ส่วนใหญ่ก็ไม่ต่างไปจากข้อผิดพลาดของมนุษย์ในปัจจุบันหรอกครับ..คือพวกเขาไม่สามารถควบคุม "อัตตา"(EGO) ของเขาได้ จึงนำพลังอันมหาศาลที่อารยธรรมของเขาได้สร้างขึ้นมา ไปใช้ในทางที่ผิดๆ โดยเฉพาะสงคราม (ขุดหลุมฝังตัวเองแท้ๆ)

ตั้งแต่มนุษย์คิดค้นระเบิดปรมาณูขึ้นมาได้ และนำมาใช้เข่นฆ่าสังหารมนุษย์ด้วยกันเอง เป็นต้นมา จะว่าไปมนุษย์ในยุคนี้กำลังเจริญรอยตามจุดจบของชาวแอตแลนติสแทบทุกกระเบียดนิ้ว และถ้าหากข้อสัษฐานที่ว่าชาวแอตแลนติสมีเชี้อสายจากมนุษย์ต่างดาวเป็นจริง จึงไม่น่าแปลกที่ปรากฎการณ์จานบิน(UFO) จะมาปรากฎให้มนุษย์เห็นกันอย่างถี่ๆ นับแต่ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สองเป็นต้นมา เพื่อมาเตือนภัยแก่มนุษย์เรา ว่ากำลังเดินไปในทางที่ผิดๆกันอยู่...


การใช้ประสาทสัมผัสจากจักรวาล

มนุษย์ต่างดาวถูกอบรมตั้งแต่เด็กให้เข้าใจในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างกาย กับจิต และการ "ควบคุมใจ" เพราะฉะนั้น "ใจแห่งอวัยวะสัมผัส" ของเขาจึงถูกยกระดับให้สูงส่งระดับเดียวกับ [COLOR=navy]"ใจของฟ้า" (ปฐมเหตุแห่งจักรวาล) ทำให้เซลล์ในร่างกายทั้งหมดของพวกเขาสามารถตอบสนองคำสั่งที่ใจสั่ง ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยเหตุนี้ร่างกายของเขาจึงแข็งแรง และมีอายุยืนยาวเกินกว่าที่ชาวโลกจะคาดคิดได้เช่นกัน..

ชาวโลกก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน หากแต่บุคคลผู้นั้นต้องมีจิตใจที่กระจ่าง เที่ยงธรรม มีชิวิตอยู่อย่างมีปณิธาน ศรัทธา ความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้า และมีความคิดในเชิงบวก เซลล์ในร่างกายก็จะตอบสนองต่อจิตใจบุคคลนั้นในทางบวกเช่นกัน ทั้งเรื่องสุขภาพร่างกายและจิตใจ ย่อมได้ผลเช่นเดียวกัน

แต่ชาวโลกส่วนใหญ่ไม่ตระหนักถึง จิตสำนึกนี้ กลับมีชิวิตโดยใช้แค่ "ใจ" หรือ "สิ่งรับรู้ในอารมณ์ทั้งหลาย "เท่านั้น ซึ่งผันผวนง่ายและแปรปรวนอย่างรุนแรง มาเป็นหลักของชิวิต ขณะที่มนุษย์ต่างดาวจะถือว่าจักรวาลเป็นองค์แห่งจิตสำนึก คือพระผู้สร้างหรือพระผู้เป็นเจ้า จึงพยายามประสานใจของตนให้สอดคล้องกับจิตสำนึกนี้...(คนที่นับถือพุทธะก็ยึดในหลักความเป็นหนึ่งเดียวกับ "ปฐมเหตุแห่งจักรวาล" ความหมายไม่แตกต่างกัน..)

กระแสคลื่นที่มนุษย์ต่างดาวปล่อยออกมา มีลักษณะเป็น "คลื่นความคิด" ซึ่งมีลักษณะคล้ายแสง ถ้ากระแสความคิดถูกส่งเป็นคลื่นออกไปแล้ว มันจะเคลื่อนที่ไปอย่างไม่มีขอบเขต จนกว่าจะถูกดูดซับหรือถูกขวางกั้นโดยสิ่งอื่น หรือวัตถุอื่น...เช่นเดียวกันกับ "คลื่นความคิดของมนุษย์" เป็นคลื่นที่ส่งผ่านไปในอวกาศได้เช่นกัน แต่ไม่ได้มีลักษณะเป็นเส้นตรงทิศทางเดียวเหมือนลูกกระสุนจากปากกระบอกปืน หากแต่มีลักษณะเหมือนรังสีที่เปล่งออกมาเป็นเส้นตรงในทุกๆทิศทาง และแผ่ขยายตัวโดยมีจุดศูนย์กลางอยู่จุดหนึ่ง....
__________________
ปรารถนา...ปฏิสัมภิทัปปัตโต....
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
sponsor links
เก่า 11-03-2011, 05:19 PM   #2
สมาชิก
 
buschannarong's Avatar
 
วันที่สมัคร: Sep 2009
สถานที่: เมือง นนทบุรี
ข้อความ: 137
Groans: 56
Groaned at 3 Times in 2 Posts
ได้ให้อนุโมทนา: 957
ได้รับอนุโมทนา 546 ครั้ง ใน 71 โพส
พลังการให้คะแนน: 103
buschannarong is a name known to allbuschannarong is a name known to allbuschannarong is a name known to allbuschannarong is a name known to allbuschannarong is a name known to allbuschannarong is a name known to all

ระบบสื่อสารในอนาคต


วิวัฒนาการของระบบสื่อสารของมนุษย์ได้ก้าวออกมาจากร่างของพวกเขา กระโดดขึ้นบนหลังสัตว์
เหินฟ้าไปกับขานก (พิราบ) และมาบัดนี้ล่องหนหายตัวไปกับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า
ไม่ว่าจะเป็นสัญญาณไฟฟ้า คลื่นวิทยุ คลื่นไมโครเวฟ หรือคลื่นแสง
ระบบสื่อสารของมนุษย์กำลังพัฒนาต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง มันกำลังก้าวไปข้างหน้าสู่อนาคตกาล

แต่ขณะเดียวกัน มันกำลังถอยหลังกลับเข้าสู่ทางเดิมของมัน นั่น คือ

ร่างกายของมนุษย์ แหล่งกำเนิดคลื่นพลังจิตของโทรจิต : ระบบสื่อสารแห่งอนาคต

โทรจิต หรือ Telephaty

คือ การรับรู้ความรู้สึกพิเศษจากความคิดของบุคคลอื่นหรือ
หมายถึงการติดต่อสื่อสารทางจิตจากจิตหนึ่งไปสู่อีกจิตหนึ่ง คำๆ นี้อนุพันธ์มาจากภาษากรีด
คือ tele หรือโทร ซึ่งหมายถึง “หนทางไกล” (distance)
และ pathe หรือ จิต หมายถึง “ความรู้สึก” (felling)
หรือ “เกิดความรู้สึกขึ้น” (occurrance)
และนอกจากนี้ยังมีคำอื่นๆ ที่อธิบายปรากฎการณ์นี้อีก เช่น
“การติดต่อสื่อสารทางชีวภาค” (biocommunication) ซึ่งรัสเซียชอบใช้คำนี้มาก


ความจริงแล้วมนุษย์เราได้สัมผัสกับปรากฏการณ์ทางโทรจิตมาตังแต่สมัยบรรพกาลแล้ว แต่คนสมัยก่อนคิดว่ามันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ เช่น
การเกิดลางสังหรณ์ หรือฝันถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง

อันที่จริงมนุษย์สมัยโบราณมีการติดต่อกันด้วยพลังจิตดีกว่าคนสมัยนี้เสียอีกเพราะภาวะจิตใจไม่ถูกรบกวน
และภาษาในสมัยนั้นก็ไม่สลับซับซ้อน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสัญลักษณ์ หรือ รูปภาพ
ซึ่งสามารถเข้าใจและถ่ายทอดกันได้ง่าย


แต่พอความศิวิไลซ์ของมนุษย์ก้าวเข้ามา อำนาจพิเศษในด้านพลังจิตของมนุษย์นั้นก็ถูกบดบังไปอย่างน่าเสียดาย
และมิหนำซ้ำ กลับกลายเป็นว่าเรื่องของอำนาจจิตเป็นเรื่องของพวกคลั่งศาสนาและไสยศาสตร์ไปเสียอีก

นักวิทยาศาสตร์เพิ่มจะหันมาสนใจเรื่องของโทรจิตเมื่อไม่กี่สิบปีมานี่เอง
นักวิทยาศาสตร์ชาติที่ให้ความสนใจในเรื่องนี้มากที่สุด คือ รัสเซีย

เหตุที่ทำให้รัสเซียสนใจเรื่องราวของการติดต่อด้วยพลังจิตนี้ก็เพราะแรงกระตุ้นจากนักแสดงละครสัตว์
ชื่อ วลาดิมีร์ ดูรอฟ เขาเป็นนักฝึกสัตว์ที่มีความชำนิชำนาญมาก
ดูรอฟเชื่อว่าสัตว์ที่เขาฝึกสามารถอ่านจิตใจของเขาออก และมันสามารถจับกระแสจิตของเขาได้ อย่างในการสั่งให้สนุขวิ่งไปที่โต๊ะแล้วคาบเอาหนังส่อที่วางอยู่บนนั้นมาให้เขา

ดูรอฟก็จะเริ่มการส่งโทรจิตด้วยการจับหัวสุนัขตัวนั้นเข้ามาไว้ในระหว่างมือทั้งสองข้าง
แล้วก็จ้องมองมันตาเขม็ง จากนั้นเขาจะค่อยๆ ถ่ายทอดคลื่นความคิดเข้าไปในดวงจิตของมัน อธิบายถึงสิ่งที่จะให้มันทำทีละขั้นตอนด้วยจิตต่อจิตโดยไม่ปริปากพูดเลยสักคำ แล้วสุนัขแสนรู้ของเขาก็วิ่งปร๋อเข้าไปคาบหนังสือมาให้เขาดังประสงค์
สร้างความประหลาดใจและประทับใจแก้ผู้ชมยิ่งนัก

หลังจากที่เฝ้าดูละครสัตว์ของดูรอฟแสดงอยู่ได้ไม่นาน
วลาดิมีร์ เบคห์เทเรฟ (พ.ศ.2400-2470) นักวิทยาศาสตร์ชั้นแนวหน้าของโซเวียต
ก็อดรนทนไม่ไหวต้องกระโดดเข้ามาศึกษาในเรื่องนี้ และผลการศึกษาก็เป็นที่น่าพอใจมาก เพราะดูรอพสามารถส่งกระแสจิตให้สุนัขของเขาทำตามคำสั่งได้แม้ว่าสุนัขตัวนั้นจะไม่เห็นตัวเขาก็ตาม

และที่ทำให้เบคห์เทเรฟปักใจเชื่อในเรื่องการส่งถ่ายความคิดนี้ยิ่งก็คือ
คำสั่งเหล่านั้นเขารู้เพียงคนเดียวโดยที่ดูรอพไม่เคยรู้มาก่อนเลย

จากงานทดลองร่วมกับดูรอพนี่เองที่ทำให้เบคห์เทเรฟมีแรงหนุนเนื่องให้หันมาศึกษาเรื่องของโทรจิตอย่างจริงจัง

หลังจากนั้นเขาก็ได้เป็นหัวหน้าสถาบันวิจัยสมอง แห่งมหาวิทยาลัยเลนินกราด

ในปี 2465 เขาตั้งคณะกรรมการเพื่อการศึกษาการสะกดจิต และทดลองส่งกระแสจิตระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ขึ้นในการทดลองครั้งหนึ่งบันทึกไว้ว่า

ส่ง : รูปสามเหลี่ยมที่มีรูปวงกลมอยู่ข้างใน ผู้รับก็สนองตอบในทันที (วาดรูปเป้า)

ส่ง : ภาพเครื่องจักรวาดด้วยดินสอแบบง่ายๆ ผู้รับก็ปฏิบัติตามได้อย่างแน่นอนและยังตรวจดูเส้นร่างรูปของเครื่องจักรใหม่อีกตั้งหลายครั้ง

ในปี พ.ศ. 2467
เบคห์เทเรฟได้ตัวผู้ที่อุทิศตนให้กับการทดลองทางโทรจิตอีกคนหนึ่ง
คือ ลีโอนิค แอล. วาซิลิเอฟ (พ.ศ. 2434 - 2509) ซึ่งเป็นลูกศิษย์ของเขาเอง (ต่อมาได้เป็นศาสตรจารย์ทางประสาทสรีระวิทยาประจำสถาบันวิจัยสมอง)

วาซิลิเอฟปักใจเชื่อในเรื่องของโทรจิตที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
เนื่องจากประสบการณ์ที่เขาต้องเอาชีวิตเข้าแลก ตอนอายุ 12 ขวบ
เขาตกลงไปในแม่น้ำและเกือบจะจมน้ำตายเขาบอกผู้ปกครองของเขาฟังว่า
เธอเห็นเขากำลังจะจมน้ำและยังเห็นรายละเอียดอีกด้วยว่า
หมวกสีขาวใบใหม่ของเขาถูกพัดพาไปับกระแสน้ำด้วยนี่เอง
ที่ทำให้วาซิลิเอฟต้องหันเหชีวิตมาทุ่มเทให้กับการศึกษาทางโทรจิต
เพื่อหาข้ออรรถาธิบายทางวิทยาศาสตร์ในเรื่องนี้

อีกสองปีต่อมา วาซิลิเอฟได้ดำเนินชุดการทดลองของเขาเองที่โรงพยาบาลเลนิน กราด ซึ่งเป็นการศึกษาการสะกดคนให้คนที่ถูกสะกดจิตแสดงกิริยาท่าทางอันน่ารำคาญเล็กๆ น้อยๆ
เช่น ให้ยกแขน ยกขา หรือแม้กระทั่งเกาจมูก
เขาประสบความสำเร็จ 16 ครั้งจากการทดลอง 19 ครั้ง

ภายหลังจากการที่ทดลองซ้ำ เขาก็ประกาศว่าการเคลื่อนไหวของร่างกายเนื่องจากจิตสำนึก
หรือจิตไร้สำนึก อาจมีสาเหตุมาจากการสะกดจิตเพียงอย่างเดียว

นอกจากนี้แล้ววาซิลิเอฟยังพบอีกว่ามันเป็นไปได้ที่จะทำให้บางคนหลับหรือตื่นได้
โดยการควบคุมทางจิตระยะไกลแม้ว่าระยะจะไกลถึง 1600 กิโลเมตร ยิ่งกว่านั้นเขายังพบอีกว่า

แม้จะจับเอาผู้ส่งกระแสจิตเข้าอยู่ใน กรงฟาราเดย์
(Faraday cage : ในนั้นเกือบจะไม่มีรังสีแม่เหล็กไฟฟ้าใดๆ ผ่านเข้าไปได้เลย)
ก็ไม่มีผลใดๆ ต่ออัตราความสำเร็จของเขา

แต่อย่างไรก็ตามวาซิลิเอฟก็ยังประสบความล้มเหลวในจุดมุ่งหมายหลักของเขา
ในการที่จะหาคำอธิบายพื้นฐานทางฟิสิกส์เกี่ยวกับโทรจิต
(ในช่วงบั้นปลายชีวิตของเขามีเสียงเล่าลือกันว่าเขาได้ทำการวิจัยอย่างลับๆ ให้กับรัฐบาลโซเวียตเพื่อศึกษาและนำเอากลไกของโทรจิตมาประยุกต์ใช้กับงานทางด้านการทหาร)

โทรจิตเป็นระบบการสื่อสารที่เกิดขึ้นได้เองโดยธรรมชาติ


มิเกล คูนิ นักพลังจิตอีกคนหนึ่งที่สนใจงานพัฒนาด้านนี้
เชื่อว่าความกดดันทางอารมณ์สูงสุดที่เกิดขึ้นทันทีทันใดของคนเรา
เป็นสาเหตุทำให้เกิดเหตุการณ์ทางอำนาจจิตได้ จากการศึกษางานด้านพลังจิตกับคนจำนวนมาก

เขาพบว่าอารมณ์ของคนเรานั้น เป็นสวตซ์ปิดเปิดการส่งโทรจิตธรรมชาติได้โดยอัตโนมัติอย่างเช่น

เมื่อเราต้องประสบกับเหตุการณ์รุนแรง หรือเกิดอุบัติเหตุกับญาติพี่น้องหรือคนสนิท อารมณ์ที่เครียดสูงสุดนี้ก็จะเป็นตัวเปิดสวิตซ์การส่งหรือรับโทรจิตโดยฉับพลันทันที

อย่างในกรณีที่เกิดกับทหารเรือดำน้ำรัสเซียคนหนึ่งซึ่งป่วยและต้องนอนพักอยู่ที่ฐานทัพ
จึงไม่ได้เดินทางออกไปกับเรือเที่ยวนั้น

พอตกบ่ายเขาก็ฝันไปว่า เขายืนอยู่บนดาดฟ้าเรือในขณะที่เรือกำลังดำลง
เขาไม่สามารถที่จะเข้าไปในเรือได้ ตัวเขาค่อยๆ จมลงไปในน้ำพร้อมกับเรือ
เขาสำลักน้ำเข้าไปหลายอึกและรู้สึกว่ากำลังจะจมน้ำตาย

จนบัดนี้เขายังจำฝันร้ายนั้นได้ติดตา เพราะหลังจากที่เราเข้าเทียบท่าที่ฐานทัพ เขาก็ทราบว่าเพื่อนของเขาจมน้ำตายเนื่องจากติดอยู่บนดาดฟ้าเรือในขณะที่เรือกำลังดำลงสู่ใต้ผิวน้ำ

นักวิทยาศาสตร์บางคนเชื่อว่า โทรจิตเป็นประสาทสัมผัสที่ 6 ของคนเรา ที่นอกเหนือไปจาก หู , ตา , ลิ้น , จมูก และกายซึ่งทุกคนมีความสามารถพิเศษทางโทรจิตนี้แฝงอยู่ หากแต่ถูกบดบังด้วยจิตใจที่หม่นหมอง ดังที่มีคำกล่าวอ้างกันอยู่เสมอว่าอำนาจทางโทรจิตของคนเรานั้นมีอยู่มากในคนรุ่นบรรพกาล และมาเหือดหายไปเมื่อมนุษย์มีความเจริญรุ่งเรืองขึ้น

ยูริ คาเมนสกี้ นักชีวฟิสิกส์ นักส่งกระแสจิต ผู้ร่วมทดลองกับคาร์ล นิโคลิเอฟ
นักแสดงพลังจิตผู้ลือชื่อของรัสเซีย ได้ตั้งข้อสังเกตไว้ว่า

ความจริงแล้วคนเราทุกคนล้วนแล้วแต่ก็มีความสามารถในการส่งและรับกระแสจิตด้วยกันทั้งนั้น
แต่ความสามารถพิเศษนี้ จำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องทำการฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอและแน่นอน

บางคนอาจมีความสามารถพิเศษนี้มากกว่าคนอื่นๆ
ในวิชาปรจิตวิทยา (Parapsychology) ของรัสเซียนั้นถือว่าผู้ส่งและผู้รับกระแสจิตนั้นมีความสำคัญเท่ากัน เพราะถ้าผู้ส่งกระแสจิตส่งมโนภาพที่เลือนลางมาให้เราก็จะได้แต่ภาพที่เลือนลางนั้นด้วย

ฉะนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้รับและผู้ส่งข่าวสารทางจิตจักต้องฝึกปรือกันมาอย่างดี และต้องสามารถสร้างมิตรสัมพันธ์ทางจิตหรือรับคลื่นกระแสจิตให้เข้ากันได้เป็นอย่างดีด้วย

คาเมนสกี้ ให้คำแนะนำสำหรับคนที่ต้องการเป็นนักโทรจิตว่า

จงทำตัวให้สบายผ่อนคลายอารมณ์ ลดภาวะความตรึงเครียดทางกายและทางใจลง และควรจะกำจัดความกังวล
หรืออารมณ์ที่ขุ่นมัวออกให้หมดสิ้น จงทำให้มีความเชื่อมั่นมากที่สุดเท่าที่จะทำได้


เมื่อเริ่มส่งข่าวสารทางจิตไปยังผู้รับนั้น ปล่อยใจให้ล่องลอยจงแน่วแน่อยู่กับข่าวสารและข้อมูลที่จะส่ง

พร้อมกับนึกถึงหน้าของผู้รับกระแสข่าวสารทางจิตจากเราให้กระจ่างอยู่ในดวงจิต
เมื่อท่านฝึกเช่นนี้บ่อยๆ จนมีความคุ้นเคยและสามารถปรับคลื่นกระแสจิตเข้ากันได้แล้ว
ในไม่ช้าไม่นานท่านก็จะเปรียบเสมือนมี โทรจิเตอร์ (เครื่องรับส่งโทรจิตยังไงละครับ)
ติดตัว ใช้ได้ทุกเวลาทุกสถานที่และทุกสภาวะดินฟ้าอากาศ

ทั้งนี้ทั้งนั้นเพราะนักฟิสิกส์ชาวรัสเซียเชื่อว่าอำนาจจิตธรรมชาตินั้น
น่าจะเกิดมาจากความสอดคล้องกันระหว่างคลื่นสมองของผู้ส่งและผู้รับ
ที่มีอำนาจสัมพันธ์กันซึ่งเรื่องนี้คนทั่วไปสามารถฝึกปรับระดับจิตของพวกเขาให้เข้ากันได้ภายใน 3 เดือน
(จริงหรือไม่คุณลองฝึกเอาดูแล้วกัน)

แล้วยังมีข้อสำคัญอีกอย่างหนึ่งว่า การฝึกโทรจิต ถ้าจะให้ได้ผลสูงสุด
นอกจากจะปฏิบัติตามข้างต้นที่กล่าวมาแล้ว
เราควรจะมีการนัดหมายเวลาเพื่อให้ปฏิบัติพร้อมเพรียงและสอดคล้องกัน
(ในที่นี้หมายถึงต้องสอดคล้องกันทั้งทางกาย จิตใจ และเวลาด้วย)

ดร.อิปโปลิท โคแกน เป็นนักวิทยาศาสตร์รัสเซียอีกท่านหนึ่งที่มีความสนใจในงานด้านโทรจิต และได้นำเอาระเบียบวิธีการทางวิทยาศาสตร์เข้ามาศึกษางานด้านนี้ที่สำคัญคือ

เขาได้นำเอาเครื่องมือทดสอบอีอีจี หรือเครื่องวัดคลื่นสมอง (Electroencephalograph)
มาใช้ในการทดลองการส่งและรับกระแสจิต
ซึ่งจะแสดงให้เห็นตำแหน่งของการโฟกัสคลื่นความคิดในสมองส่วนใดส่วนหนึ่ง เช่น
เมื่อผู้รับได้รับภาพ ก็จะทำให้เกิดคลื่นกระตุ้นที่สมองส่วนออกซิปิตอล (occipital lobe)

ซึ่งเป็นสมองส่วนที่กี่ยวกับการมองเห็นหรือถ้าได้รับกระแสจิตเกี่ยวกับเสียงเข้ามา
ก็จะเกิดคลื่นกระตุ้นขึ้นที่สมองส่วนเทมพอรอล (temporal lobe)
ซึ่งเป็นสมองส่วนที่เกี่ยวกับการได้ยินเสียง

เมื่อรัสเซียก้าวเข้าสู่สมัยอวกาศ มีการส่งดาวเทียมขึ้นโคจรรอบโลก และส่งมนุษย์อวกาศขึ้นไปล่องลอยในอวกาศการทดลองทางโทรจิตของเขาก็ก้าวตามขึ้นไปด้วย

นักวิทยาศาสตร์ชาวรัสเซียได้แย้มเรื่องราวดังกล่าวเมื่อครั้งที่ไปประชุมเกี่ยวกับมนุษย์อวกาศที่กรุงปารีส
ในประเทศฝรั่งเศส พ.ศ.2509 ว่า

นักวิทยาศาสตร์ระดับมันสมองของพวกเขาจำนวนมากเชื่อว่า การวิจัยค้นคว้าทางพลังจิตนั้นนับว่ามีความสำคัญต่อความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีใหม่ๆ มาก
โดยเฉพาะในการผจญภัยในอวกาศนั้น มนุษย์ควรนำเอาพลังจิตไปใช้ในกาสื่อสาร

เป็นที่ทราบกันดีว่ารัสเซียพยายามอย่างยิ่งที่จะฝึกมนุษย์อวกาศของพวกเขาให้มีความสามารถ
ที่จะนำเอาโทรจิตไปใช้เป็นระบบสื่อสารส่วนบุคคลในอวกาศ

พวกเขาได้ฝึกการเพ่งสมาธิตามหลักการฝึกพลังจิตของโยคี และฝึกการส่งและรับกระแสจิตติดต่อกันระหว่างมนุษย์อวกาศกับผู้ที่อาศัยอยู่บนโลกนับครั้งไม่ถ้วน

และนอกจากนี้แล้วยังฝึกหัดการสะกดจิตตัวเองเพื่อนำไปใช้ในการเดินทางท่องอวกาศ
เป็นเวลานานแสนนานอีกด้วยอย่างไรก็ตามเรื่องเหล่านี้ก็รู้มาเพียงระแคะระคายเท่านั้น
เพราะข้อมูลและผลการทดลองนั้น พี่รัสเซียเขาเก็บไว้เป็นความลับ
ที่รั่วไหลออกมาก็เป็นการโฆษณาชวนเชื่ออย่างหนึ่ง

เพราะจริงๆ แล้วรัสเซียกำลังนำเอาพลังจิตไปใช้ในงานทางด้านการทหาร
ทั้งกองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ
เพื่อเสริมความแข่งแกร่งให้แก่ข่ายการติดต่อสื่อสารแบบที่เรียกว่าศัตรูตรวจจับไม่ได้

และที่สำคัญกว่านั้นข่าวแว่วเข้ามากระทบหูว่า รัสเซียกำลังสร้างอาวุธพลังจิต

เพื่อไม่ให้เป็นการน้อยหน้ารัสเซียในเรื่องนี้ สหรัฐก็ได้ทำการทดลองรับและส่งกระแสจิตติดต่อระหว่างนักบินที่อยู่บนอวกาศกับคนที่อยู่บนพื้นโลกบ้าง

การทดลองนี้ทำกันขึ้นเมื่อครั้งที่ส่งอพอลโล 14 ขึ้นไปดวงจันทร์
โดยมีนักบินอวกาศ อี ดี มิทเชลล์ เป็นผู้ส่งภาพของไพ่ อีเอสพี
มายังผู้รับซึ่งเป็นนักพลังจิต 4 คนบนโลก แต่เป็นที่น่าเสียดายว่า

การทดลองครั้งนี้ทำได้เพียงครึ่งเดียวเท่านั้น เพราะมิทเชลล์มีภาระหน้าที่อันหนักหน่วงต้องทำ
(เรื่องที่เป็นที่รู้ๆ กันอยู่ว่า สหรัฐล้าหลังรัสเซียอยู่ประมาณ 30 – 50 ปี ทีเดียว)

ในอนาคตกาลนักวิทยาศาสตร์หลายคนเชื่อว่า

โทรจิตจะกลายเป็นระบบสื่อสารที่นำมาใช้ติดต่อกันในยามฉุกเฉิน

เช่น กรณีที่เครื่องมือติดต่อสื่อสารบนยานอวกาศขัดข้อง
และถ้าหากมนุษย์อวกาศได้รับการฝึกพลังจิตด้านอื่นๆ เช่น

การรับรู้เหตุการณ์ล่วงหน้า (Precognition) ด้วยแล้ว อาจจะช่วยในการหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุที่จะเกดขึ้นในการเดินทางด้านยานอวกาศที่มีความเร็วสูง
ยิ่งกว่านั้นนักปรจิตวิทยายังคาดหวังไว้ว่า

การสื่อสารทางจิตนี้จะเป็นสื่อภาษาสากลจักรวาลที่มนุษย์โลกจะใช้ติดต่อกับมนุษย์ต่างดาวกาแล็คซีอื่นได้

อันจะเป็นช่องทางการติดต่อสื่อสารระหว่างโลกและอายธรรมในกาแลคซีและในมวลเอกภพแห่งนี้
__________________
ปรารถนา...ปฏิสัมภิทัปปัตโต....
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 11-03-2011, 05:21 PM   #3
สมาชิก
 
buschannarong's Avatar
 
วันที่สมัคร: Sep 2009
สถานที่: เมือง นนทบุรี
ข้อความ: 137
Groans: 56
Groaned at 3 Times in 2 Posts
ได้ให้อนุโมทนา: 957
ได้รับอนุโมทนา 546 ครั้ง ใน 71 โพส
พลังการให้คะแนน: 103
buschannarong is a name known to allbuschannarong is a name known to allbuschannarong is a name known to allbuschannarong is a name known to allbuschannarong is a name known to allbuschannarong is a name known to all

ระบบที่เกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ


โทรจิตเป็นระบบการสื่อสารที่เกิดขึ้นได้เองโดยธรรมชาติ

มิเกล คูนิ นักพลังจิตอีกคนหนึ่งที่สนใจงานพัฒนาด้านนี้
เชื่อว่าความกดดันทางอารมณ์สูงสุดที่เกิดขึ้นทันทีทันใดของคนเรา
เป็นสาเหตุทำให้เกิดเหตุการณ์ทางอำนาจจิตได้ จากการศึกษางานด้านพลังจิตกับคนจำนวนมาก

เขาพบว่าอารมณ์ของคนเรานั้น เป็นสวิตซ์ปิดเปิดการส่งโทรจิตธรรมชาติได้โดยอัตโนมัติอย่างเช่น

เมื่อเราต้องประสบกับเหตุการณ์รุนแรง หรือเกิดอุบัติเหตุกับญาติพี่น้องหรือคนสนิท อารมณ์ที่เครียดสูงสุดนี้ก็จะเป็นตัวเปิดสวิตซ์การส่งหรือรับโทรจิตโดยฉับพลันทันที


อย่างในกรณีที่เกิดกับทหารเรือดำน้ำรัสเซียคนหนึ่งซึ่งป่วยและต้องนอนพักอยู่ที่ฐานทัพ
จึงไม่ได้เดินทางออกไปกับเรือเที่ยวนั้น

พอตกบ่ายเขาก็ฝันไปว่า เขายืนอยู่บนดาดฟ้าเรือในขณะที่เรือกำลังดำลง
เขาไม่สามารถที่จะเข้าไปในเรือได้ ตัวเขาค่อยๆ จมลงไปในน้ำพร้อมกับเรือ
เขาสำลักน้ำเข้าไปหลายอึกและรู้สึกว่ากำลังจะจมน้ำตาย

จนบัดนี้เขายังจำฝันร้ายนั้นได้ติดตา เพราะหลังจากที่เราเข้าเทียบท่าที่ฐานทัพ เขาก็ทราบว่าเพื่อนของเขาจมน้ำตายเนื่องจากติดอยู่บนดาดฟ้าเรือในขณะที่เรือกำลังดำลงสู่ใต้ผิวน้ำ

นักวิทยาศาสตร์บางคนเชื่อว่า โทรจิตเป็นประสาทสัมผัสที่ 6 ของคนเรา ที่นอกเหนือไปจาก หู , ตา , ลิ้น , จมูก และกายซึ่งทุกคนมีความสามารถพิเศษทางโทรจิตนี้แฝงอยู่ หากแต่ถูกบดบังด้วยจิตใจที่หม่นหมอง ดังที่มีคำกล่าวอ้างกันอยู่เสมอว่าอำนาจทางโทรจิตของคนเรานั้นมีอยู่มากในคนรุ่นบรรพกาล และมาเหือดหายไปเมื่อมนุษย์มีความเจริญรุ่งเรืองขึ้น

ยูริ คาเมนสกี้ นักชีวฟิสิกส์ นักส่งกระแสจิต ผู้ร่วมทดลองกับคาร์ล นิโคลิเอฟ
นักแสดงพลังจิตผู้ลือชื่อของรัสเซีย ได้ตั้งข้อสังเกตไว้ว่า

ความจริงแล้วคนเราทุกคนล้วนแล้วแต่ก็มีความสามารถในการส่งและรับกระแสจิตด้วยกันทั้งนั้น
แต่ความสามารถพิเศษนี้ จำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องทำการฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอและแน่นอน

บางคนอาจมีความสามารถพิเศษนี้มากกว่าคนอื่นๆ
ในวิชาปรจิตวิทยา (Parapsychology) ของรัสเซียนั้นถือว่าผู้ส่งและผู้รับกระแสจิตนั้นมีความสำคัญเท่ากัน เพราะถ้าผู้ส่งกระแสจิตส่งมโนภาพที่เลือนลางมาให้เราก็จะได้แต่ภาพที่เลือนลางนั้นด้วย

ฉะนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้รับและผู้ส่งข่าวสารทางจิตจักต้องฝึกปรือกันมาอย่างดี และต้องสามารถสร้างมิตรสัมพันธ์ทางจิตหรือรับคลื่นกระแสจิตให้เข้ากันได้เป็นอย่างดีด้วย

คาเมนสกี้ ให้คำแนะนำสำหรับคนที่ต้องการเป็นนักโทรจิตว่า

จงทำตัวให้สบายผ่อนคลายอารมณ์ ลดภาวะความตรึงเครียดทางกายและทางใจลง และควรจะกำจัดความกังวล
หรืออารมณ์ที่ขุ่นมัวออกให้หมดสิ้น จงทำให้มีความเชื่อมั่นมากที่สุดเท่าที่จะทำได้


เมื่อเริ่มส่งข่าวสารทางจิตไปยังผู้รับนั้น ปล่อยใจให้ล่องลอยจงแน่วแน่อยู่กับข่าวสารและข้อมูลที่จะส่ง

พร้อมกับนึกถึงหน้าของผู้รับกระแสข่าวสารทางจิตจากเราให้กระจ่างอยู่ในดวงจิต
เมื่อท่านฝึกเช่นนี้บ่อยๆ จนมีความคุ้นเคยและสามารถปรับคลื่นกระแสจิตเข้ากันได้แล้ว
ในไม่ช้าไม่นานท่านก็จะเปรียบเสมือนมี โทรจิเตอร์ (เครื่องรับส่งโทรจิตยังไงละครับ)
ติดตัว ใช้ได้ทุกเวลาทุกสถานที่และทุกสภาวะดินฟ้าอากาศ

ทั้งนี้ทั้งนั้นเพราะนักฟิสิกส์ชาวรัสเซียเชื่อว่าอำนาจจิตธรรมชาตินั้น
น่าจะเกิดมาจากความสอดคล้องกันระหว่างคลื่นสมองของผู้ส่งและผู้รับ
ที่มีอำนาจสัมพันธ์กันซึ่งเรื่องนี้คนทั่วไปสามารถฝึกปรับระดับจิตของพวกเขาให้เข้ากันได้ภายใน 3 เดือน
(จริงหรือไม่คุณลองฝึกเอาดูแล้วกัน)

แล้วยังมีข้อสำคัญอีกอย่างหนึ่งว่า การฝึกโทรจิต ถ้าจะให้ได้ผลสูงสุด
นอกจากจะปฏิบัติตามข้างต้นที่กล่าวมาแล้ว
เราควรจะมีการนัดหมายเวลาเพื่อให้ปฏิบัติพร้อมเพรียงและสอดคล้องกัน
(ในที่นี้หมายถึงต้องสอดคล้องกันทั้งทางกาย จิตใจ และเวลาด้วย)

ดร.อิปโปลิท โคแกน เป็นนักวิทยาศาสตร์รัสเซียอีกท่านหนึ่งที่มีความสนใจในงานด้านโทรจิต และได้นำเอาระเบียบวิธีการทางวิทยาศาสตร์เข้ามาศึกษางานด้านนี้ที่สำคัญคือ

เขาได้นำเอาเครื่องมือทดสอบอีอีจี หรือเครื่องวัดคลื่นสมอง (Electroencephalograph)
มาใช้ในการทดลองการส่งและรับกระแสจิต
ซึ่งจะแสดงให้เห็นตำแหน่งของการโฟกัสคลื่นความคิดในสมองส่วนใดส่วนหนึ่ง เช่น
เมื่อผู้รับได้รับภาพ ก็จะทำให้เกิดคลื่นกระตุ้นที่สมองส่วนออกซิปิตอล (occipital lobe)

ซึ่งเป็นสมองส่วนที่กี่ยวกับการมองเห็นหรือถ้าได้รับกระแสจิตเกี่ยวกับเสียงเข้ามา
ก็จะเกิดคลื่นกระตุ้นขึ้นที่สมองส่วนเทมพอรอล (temporal lobe)
ซึ่งเป็นสมองส่วนที่เกี่ยวกับการได้ยินเสียง

เมื่อรัสเซียก้าวเข้าสู่สมัยอวกาศ มีการส่งดาวเทียมขึ้นโคจรรอบโลก และส่งมนุษย์อวกาศขึ้นไปล่องลอยในอวกาศการทดลองทางโทรจิตของเขาก็ก้าวตามขึ้นไปด้วย

นักวิทยาศาสตร์ชาวรัสเซียได้แย้มเรื่องราวดังกล่าวเมื่อครั้งที่ไปประชุมเกี่ยวกับมนุษย์อวกาศที่กรุงปารีส
ในประเทศฝรั่งเศส พ.ศ.2509 ว่า

นักวิทยาศาสตร์ระดับมันสมองของพวกเขาจำนวนมากเชื่อว่า การวิจัยค้นคว้าทางพลังจิตนั้นนับว่ามีความสำคัญต่อความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีใหม่ๆ มาก
โดยเฉพาะในการผจญภัยในอวกาศนั้น มนุษย์ควรนำเอาพลังจิตไปใช้ในกาสื่อสาร

เป็นที่ทราบกันดีว่ารัสเซียพยายามอย่างยิ่งที่จะฝึกมนุษย์อวกาศของพวกเขาให้มีความสามารถ
ที่จะนำเอาโทรจิตไปใช้เป็นระบบสื่อสารส่วนบุคคลในอวกาศ

พวกเขาได้ฝึกการเพ่งสมาธิตามหลักการฝึกพลังจิตของโยคี และฝึกการส่งและรับกระแสจิตติดต่อกันระหว่างมนุษย์อวกาศกับผู้ที่อาศัยอยู่บนโลกนับครั้งไม่ถ้วน

และนอกจากนี้แล้วยังฝึกหัดการสะกดจิตตัวเองเพื่อนำไปใช้ในการเดินทางท่องอวกาศ
เป็นเวลานานแสนนานอีกด้วยอย่างไรก็ตามเรื่องเหล่านี้ก็รู้มาเพียงระแคะระคายเท่านั้น
เพราะข้อมูลและผลการทดลองนั้น พี่รัสเซียเขาเก็บไว้เป็นความลับ
ที่รั่วไหลออกมาก็เป็นการโฆษณาชวนเชื่ออย่างหนึ่ง

เพราะจริงๆ แล้วรัสเซียกำลังนำเอาพลังจิตไปใช้ในงานทางด้านการทหาร
ทั้งกองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ
เพื่อเสริมความแข่งแกร่งให้แก่ข่ายการติดต่อสื่อสารแบบที่เรียกว่าศัตรูตรวจจับไม่ได้

และที่สำคัญกว่านั้นข่าวแว่วเข้ามากระทบหูว่า รัสเซียกำลังสร้างอาวุธพลังจิต

เพื่อไม่ให้เป็นการน้อยหน้ารัสเซียในเรื่องนี้ สหรัฐก็ได้ทำการทดลองรับและส่งกระแสจิตติดต่อระหว่างนักบินที่อยู่บนอวกาศกับคนที่อยู่บนพื้นโลกบ้าง

การทดลองนี้ทำกันขึ้นเมื่อครั้งที่ส่งอพอลโล 14 ขึ้นไปดวงจันทร์
โดยมีนักบินอวกาศ อี ดี มิทเชลล์ เป็นผู้ส่งภาพของไพ่ อีเอสพี
มายังผู้รับซึ่งเป็นนักพลังจิต 4 คนบนโลก
แต่เป็นที่น่าเสียดายว่า

การทดลองครั้งนี้ทำได้เพียงครึ่งเดียวเท่านั้น เพราะมิทเชลล์มีภาระหน้าที่อันหนักหน่วงต้องทำ
(เรื่องที่เป็นที่รู้ๆ กันอยู่ว่า สหรัฐล้าหลังรัสเซียอยู่ประมาณ 30 – 50 ปี ทีเดียว)

ในอนาคตกาลนักวิทยาศาสตร์หลายคนเชื่อว่า

โทรจิตจะกลายเป็นระบบสื่อสารที่นำมาใช้ติดต่อกันในยามฉุกเฉิน

เช่น กรณีที่เครื่องมือติดต่อสื่อสารบนยานอวกาศขัดข้อง
และถ้าหากมนุษย์อวกาศได้รับการฝึกพลังจิตด้านอื่นๆ เช่น

การรับรู้เหตุการณ์ล่วงหน้า (Precognition) ด้วยแล้ว อาจจะช่วยในการหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุที่จะเกดขึ้นในการเดินทางด้านยานอวกาศที่มีความเร็วสูง
ยิ่งกว่านั้นนักปรจิตวิทยายังคาดหวังไว้ว่า

การสื่อสารทางจิตนี้จะเป็นสื่อภาษาสากลจักรวาลที่มนุษย์โลกจะใช้ติดต่อกับมนุษย์ต่างดาวกาแล็คซีอื่นได้

อันจะเป็นช่องทางการติดต่อสื่อสารระหว่างโลกและอายธรรมในกาแลคซีและในมวลเอกภพแห่งนี้
__________________
ปรารถนา...ปฏิสัมภิทัปปัตโต....
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 11-03-2011, 06:24 PM   #4
สมาชิก
 
วันที่สมัคร: Jan 2011
ข้อความ: 39
Groans: 0
Groaned at 0 Times in 0 Posts
ได้ให้อนุโมทนา: 0
ได้รับอนุโมทนา 9 ครั้ง ใน 7 โพส
พลังการให้คะแนน: 0
Pat_DArmy is on a distinguished road

ที่ว่าพวกมนุษย์ต่างดาวหรือเอเลี่ยนมาจากไหน ความคิดของเรามี 2 แนวคิดคือ
1. พวกที่มาจากดาวอื่น
ในจักรวาลกว้างใหญ่ไพศาล ต้องมีสักดวงแหละ แต่เหตุผลที่พวกเขามาเยือนโลกนั้นก็ยากที่จะคาดเดา
2. อาจไม่ใช่มนุษย์ต่างดาว แต่เป็นมนุษย์โลกเราในอนาคต
ก็น่าคิดนะ ว่าเทคโนโลยีที่ทันสมัยอาจทำให้มนุษย์ในอีกหลายร้อยปีข้างหน้าต้องมีวิวัฒนาการในการประดิษฐ์
คิดค้นเครื่องย้อนเวลามาในโลกมนุษย์ ณ ช่วงเวลาที่แตกต่างกัน พวกเขาอาจมาช่วยเตือน หรือช่วยทำให้โลกเราช้าๆลง

เทคโนโลยีต่างๆ ล้วนเกิดจากความพัฒนาการ สั่งสมทางความคิด
หรือแรงบีบคั้นที่เกิดจากสภาพแวดล้อมภายนอก สิ่งหนึ่งที่สำคัญคือ
อุตุนิยาม(Physical Laws) ซึ่งเป็น กฎธรรมชาติที่ครอบคลุมความเป็นไปของปรากฏการณ์ ในธรรมชาติ เกี่ยวกับวัตถุที่ไม่มีชีวิตทุกชนิด

หลักของอุตุนิยาม ตามแนวพระพุทธศาสนามุ่งให้ผู้ที่เข้าใจเกี่ยวกับกฎธรรมชาติที่ว่าด้วยวัตถุ อุตุนิยาม คือลักษณะสภาวะต่างๆของธาตุทั้ง5 คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ และอากาศ ซึ่งก็คือปรากฏการณ์ทางธรรมชาติต่างๆเมื่อมีเหตุปัจจัยเพียงพอก็จะเป็นไปโดย ไม่มีใครเป็นผู้กำหนดหรือห้ามได้ เช่น การที่จะเกิดฝนตก ก็มีเหตุปัจจัยเพียงพอให้เกิดฝนตก เช่น การระเหยของน้ำบนดิน การรวมตัวของก้อนเมฆ การเกิดลมพัด การกระทบกับความเย็น ก่อให้เกิดฝนตก เป็นต้น ตลอดจนปรากฏการณ์ทางวัตถุอื่นๆ เช่น การเคลื่อนที่ของจักรวาล แรงดึงดูด แผ่นดินไหว ฟ้าผ่า เป็นต้น (จาก wikipedia)
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 11-03-2011, 06:31 PM   #5
สมาชิก
 
วันที่สมัคร: Jan 2011
ข้อความ: 39
Groans: 0
Groaned at 0 Times in 0 Posts
ได้ให้อนุโมทนา: 0
ได้รับอนุโมทนา 9 ครั้ง ใน 7 โพส
พลังการให้คะแนน: 0
Pat_DArmy is on a distinguished road

นอกจากอุตินิยามจะทำให้สภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลงแล้ว
สิ่งที่เหนือธรรมชาติคือ พลังจิตของมนุษย์
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 11-03-2011, 06:33 PM   #6
สมาชิก
 
วันที่สมัคร: Jan 2011
ข้อความ: 39
Groans: 0
Groaned at 0 Times in 0 Posts
ได้ให้อนุโมทนา: 0
ได้รับอนุโมทนา 9 ครั้ง ใน 7 โพส
พลังการให้คะแนน: 0
Pat_DArmy is on a distinguished road

ซึ่ง พลังจิตมนุษย์ มีทั้งพลังจิตที่ดี และพลังจิตในแง่ลบ
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 11-03-2011, 06:35 PM   #7
สมาชิก
 
วันที่สมัคร: Jan 2011
ข้อความ: 39
Groans: 0
Groaned at 0 Times in 0 Posts
ได้ให้อนุโมทนา: 0
ได้รับอนุโมทนา 9 ครั้ง ใน 7 โพส
พลังการให้คะแนน: 0
Pat_DArmy is on a distinguished road

พลังจิตที่เป็นลบ ไม่ใช่มนุษย์ที่เลวเสมอไป แต่อาจเป็นการปรุงแต่งความคิด
หรือความเข้าใจผิด หลงผิดหรืออาจเรียกว่าอวิชา
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 11-03-2011, 07:58 PM   #8
สมาชิก
 
uthaimai's Avatar
 
วันที่สมัคร: Feb 2009
ข้อความ: 555
Groans: 0
Groaned at 20 Times in 12 Posts
ได้ให้อนุโมทนา: 3,804
ได้รับอนุโมทนา 1,972 ครั้ง ใน 367 โพส
พลังการให้คะแนน: 215
uthaimai has a brilliant futureuthaimai has a brilliant futureuthaimai has a brilliant futureuthaimai has a brilliant futureuthaimai has a brilliant futureuthaimai has a brilliant futureuthaimai has a brilliant futureuthaimai has a brilliant futureuthaimai has a brilliant futureuthaimai has a brilliant futureuthaimai has a brilliant future

ขอบคุณครับ เรื่องของจักรวาลเหมือนๆมีอะไรที่เกี่ยวเนื่องกับพุทธศาสนาของเรานะครับ ความลับของจักรวาลคือปาฎิหารย์ที่เกิดขึ้นกับอารยะที่ทรงฌาน อะไรแบบนี้
__________________
จิตไม่เคยตาย รูปกายคือของสูญ จงรักษาจิตให้ดีกว่าสิ่งอื่นใด
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 11-03-2011, 10:48 PM   #9
สมาชิก
 
AFIKLIFI's Avatar
 
วันที่สมัคร: Feb 2010
สถานที่: ที่ที่คนไม่รู้จัก
ข้อความ: 563
Groans: 2
Groaned at 1 Time in 1 Post
ได้ให้อนุโมทนา: 31
ได้รับอนุโมทนา 51 ครั้ง ใน 30 โพส
พลังการให้คะแนน: 197
AFIKLIFI has a brilliant futureAFIKLIFI has a brilliant futureAFIKLIFI has a brilliant futureAFIKLIFI has a brilliant futureAFIKLIFI has a brilliant futureAFIKLIFI has a brilliant futureAFIKLIFI has a brilliant futureAFIKLIFI has a brilliant futureAFIKLIFI has a brilliant futureAFIKLIFI has a brilliant futureAFIKLIFI has a brilliant future

เยี่ยมขอบคุณมากครับ
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 11-03-2011, 11:09 PM   #10
สมาชิก
 
เดมีดี's Avatar
 
วันที่สมัคร: Jul 2010
ข้อความ: 392
Groans: 0
Groaned at 1 Time in 1 Post
ได้ให้อนุโมทนา: 204
ได้รับอนุโมทนา 1,280 ครั้ง ใน 355 โพส
พลังการให้คะแนน: 236
เดมีดี has a reputation beyond reputeเดมีดี has a reputation beyond reputeเดมีดี has a reputation beyond reputeเดมีดี has a reputation beyond reputeเดมีดี has a reputation beyond reputeเดมีดี has a reputation beyond reputeเดมีดี has a reputation beyond reputeเดมีดี has a reputation beyond reputeเดมีดี has a reputation beyond reputeเดมีดี has a reputation beyond reputeเดมีดี has a reputation beyond repute

อ่านแล้ว ใช่เลยที่น่าฝึกฝน ไว้ยามเกิดภัย โทรศัพท์ใช้ไม่ได้....
ไม่ได้ล้อเล่น.....มาฝึกกันไหม.....
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 11-03-2011, 11:14 PM   #11
สมาชิก
 
AFIKLIFI's Avatar
 
วันที่สมัคร: Feb 2010
สถานที่: ที่ที่คนไม่รู้จัก
ข้อความ: 563
Groans: 2
Groaned at 1 Time in 1 Post
ได้ให้อนุโมทนา: 31
ได้รับอนุโมทนา 51 ครั้ง ใน 30 โพส
พลังการให้คะแนน: 197
AFIKLIFI has a brilliant futureAFIKLIFI has a brilliant futureAFIKLIFI has a brilliant futureAFIKLIFI has a brilliant futureAFIKLIFI has a brilliant futureAFIKLIFI has a brilliant futureAFIKLIFI has a brilliant futureAFIKLIFI has a brilliant futureAFIKLIFI has a brilliant futureAFIKLIFI has a brilliant futureAFIKLIFI has a brilliant future

เอาซิพี่หลินผมอยากฝึกมากครับ และหากได้แล้วจะช่วยให้คนอื่นได้ทำอย่างที่ทำได้บ้าง
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 11-03-2011, 11:52 PM   #12
สมาชิก
 
Nirv@nA+'s Avatar
 
วันที่สมัคร: Sep 2010
ข้อความ: 117
Groans: 24
Groaned at 1 Time in 1 Post
ได้ให้อนุโมทนา: 578
ได้รับอนุโมทนา 93 ครั้ง ใน 40 โพส
พลังการให้คะแนน: 66
Nirv@nA+ will become famous soon enoughNirv@nA+ will become famous soon enough

ฝึกไว้ให้คล่อง ยุคต่อไปอาจไม่มีไฟฟ้าและมือถือใช้ ถ้าใครยังใช้โทรจิตไม่ได้ อาจจะต้องใช้ควันไฟในการติดต่อสื่อสาร เดี๋ยวจะอายเพื่อนเอา อิอิ
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 12-03-2011, 08:25 AM   #13
สมาชิก
 
AFIKLIFI's Avatar
 
วันที่สมัคร: Feb 2010
สถานที่: ที่ที่คนไม่รู้จัก
ข้อความ: 563
Groans: 2
Groaned at 1 Time in 1 Post
ได้ให้อนุโมทนา: 31
ได้รับอนุโมทนา 51 ครั้ง ใน 30 โพส
พลังการให้คะแนน: 197
AFIKLIFI has a brilliant futureAFIKLIFI has a brilliant futureAFIKLIFI has a brilliant futureAFIKLIFI has a brilliant futureAFIKLIFI has a brilliant futureAFIKLIFI has a brilliant futureAFIKLIFI has a brilliant futureAFIKLIFI has a brilliant futureAFIKLIFI has a brilliant futureAFIKLIFI has a brilliant futureAFIKLIFI has a brilliant future

วิธีฝึกคงไม่ยากใช่ไหมหรือว่าใครพอทำได้ลองแบ่งปันกันซักหน่อยซิครับ
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 12-03-2011, 09:23 AM   #14
สมาชิก
 
daeng007's Avatar
 
วันที่สมัคร: Apr 2009
สถานที่: เชียงราย
ข้อความ: 157
Groans: 4
Groaned at 2 Times in 1 Post
ได้ให้อนุโมทนา: 550
ได้รับอนุโมทนา 127 ครั้ง ใน 32 โพส
พลังการให้คะแนน: 90
daeng007 has a spectacular aura aboutdaeng007 has a spectacular aura about

จะลองฝึกดูนะ เป็นยังไง ก็ต้องลอง จะลองวันนี้แหละ
__________________
โปรยรักกระบี่แดง
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 12-03-2011, 12:06 PM   #15
สมาชิก
 
เดมีดี's Avatar
 
วันที่สมัคร: Jul 2010
ข้อความ: 392
Groans: 0
Groaned at 1 Time in 1 Post
ได้ให้อนุโมทนา: 204
ได้รับอนุโมทนา 1,280 ครั้ง ใน 355 โพส
พลังการให้คะแนน: 236
เดมีดี has a reputation beyond reputeเดมีดี has a reputation beyond reputeเดมีดี has a reputation beyond reputeเดมีดี has a reputation beyond reputeเดมีดี has a reputation beyond reputeเดมีดี has a reputation beyond reputeเดมีดี has a reputation beyond reputeเดมีดี has a reputation beyond reputeเดมีดี has a reputation beyond reputeเดมีดี has a reputation beyond reputeเดมีดี has a reputation beyond repute

ลองดูหน่อยหนึ่งแล้ว


นึกชื่อ นึกรูปภาพ ที่อยู่ในบอร์ด แล้วกำหนดจิตที่จักระที่ 4 จนมีกำลังและส่งไปที่หน้าผาก เหมือนแผ่กุศล ไม่รู้ไปถึงไหน....ถึงราชบุรีหรือเปล่าหนอ...5555

..
อ้างอิง:
ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ AFIKLIFI อ่านข้อความ
เอาซิพี่หลินผมอยากฝึกมากครับ และหากได้แล้วจะช่วยให้คนอื่นได้ทำอย่างที่ทำได้บ้าง
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 12-03-2011, 01:56 PM   #16
สมาชิก
 
AFIKLIFI's Avatar
 
วันที่สมัคร: Feb 2010
สถานที่: ที่ที่คนไม่รู้จัก
ข้อความ: 563
Groans: 2
Groaned at 1 Time in 1 Post
ได้ให้อนุโมทนา: 31
ได้รับอนุโมทนา 51 ครั้ง ใน 30 โพส
พลังการให้คะแนน: 197
AFIKLIFI has a brilliant futureAFIKLIFI has a brilliant futureAFIKLIFI has a brilliant futureAFIKLIFI has a brilliant futureAFIKLIFI has a brilliant futureAFIKLIFI has a brilliant futureAFIKLIFI has a brilliant futureAFIKLIFI has a brilliant futureAFIKLIFI has a brilliant futureAFIKLIFI has a brilliant futureAFIKLIFI has a brilliant future

555 พี่หลินไม่บอกกันก่อนเลยนะ เดี๋ยวคืนนี้จะลองบ้างละเตรียมตัวนะพี่หลิน

อ้างอิง:
ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ เดมีดี อ่านข้อความ
นึกชื่อ นึกรูปภาพ ที่อยู่ในบอร์ด แล้วกำหนดจิตที่จักระที่ 4 จนมีกำลังและส่งไปที่หน้าผาก เหมือนแผ่กุศล ไม่รู้ไปถึงไหน....ถึงราชบุรีหรือเปล่าหนอ...5555

..
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 13-03-2011, 10:59 AM   #17
สมาชิก
 
เดมีดี's Avatar
 
วันที่สมัคร: Jul 2010
ข้อความ: 392
Groans: 0
Groaned at 1 Time in 1 Post
ได้ให้อนุโมทนา: 204
ได้รับอนุโมทนา 1,280 ครั้ง ใน 355 โพส
พลังการให้คะแนน: 236
เดมีดี has a reputation beyond reputeเดมีดี has a reputation beyond reputeเดมีดี has a reputation beyond reputeเดมีดี has a reputation beyond reputeเดมีดี has a reputation beyond reputeเดมีดี has a reputation beyond reputeเดมีดี has a reputation beyond reputeเดมีดี has a reputation beyond reputeเดมีดี has a reputation beyond reputeเดมีดี has a reputation beyond reputeเดมีดี has a reputation beyond repute

555 ช่วงนี้ ฝันเห็นคนหน้าแปลก ๆ เยอะมาก ...ใครวะ ไม่รู้จัก...5555 จะว่าผี ก็ไม่ใช่ เหมือนไปอยู่ในเหตุการณ์กับคนแปลกหน้ามากขึ้น....แต่ก็ไม่ได้นึกกลัวอะไร

แต่ที่รู้สึกตอนนี้ ข้างในปลุกเร้าแบบด่วน ให้เชื่อมต่อทุกระบบทุกคนทุกสถานที่
ก็เลยจะเก็บข้อมูลก่อน สักพัก แล้วจะขยายให้ฟัง.......
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 14-03-2011, 04:44 AM   #18
สมาชิก
 
แว่นฟ้า's Avatar
 
วันที่สมัคร: Feb 2011
ข้อความ: 102
Groans: 1
Groaned at 4 Times in 1 Post
ได้ให้อนุโมทนา: 63
ได้รับอนุโมทนา 24 ครั้ง ใน 12 โพส
พลังการให้คะแนน: 57
แว่นฟ้า is on a distinguished road

ทำไมโทรจิตต้องเป็นของมนุษย์ต่างดาวด้วย .... ^_^
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 14-03-2011, 01:18 PM   #19
สมาชิก
 
AFIKLIFI's Avatar
 
วันที่สมัคร: Feb 2010
สถานที่: ที่ที่คนไม่รู้จัก
ข้อความ: 563
Groans: 2
Groaned at 1 Time in 1 Post
ได้ให้อนุโมทนา: 31
ได้รับอนุโมทนา 51 ครั้ง ใน 30 โพส
พลังการให้คะแนน: 197
AFIKLIFI has a brilliant futureAFIKLIFI has a brilliant futureAFIKLIFI has a brilliant futureAFIKLIFI has a brilliant futureAFIKLIFI has a brilliant futureAFIKLIFI has a brilliant futureAFIKLIFI has a brilliant futureAFIKLIFI has a brilliant futureAFIKLIFI has a brilliant futureAFIKLIFI has a brilliant futureAFIKLIFI has a brilliant future

ตอนนี้พยายามอยู่ไม่ได้ซักที แต่เห้นหน้าอะไรไม่รู้เต็มไปหมดเลย สลับไปมา ก็เลยยเลิกเลย
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 16-03-2011, 07:52 AM   #20
สมาชิก
 
Kama-Manas's Avatar
 
วันที่สมัคร: May 2010
ข้อความ: 976
Groans: 18
Groaned at 17 Times in 8 Posts
ได้ให้อนุโมทนา: 404
ได้รับอนุโมทนา 889 ครั้ง ใน 343 โพส
พลังการให้คะแนน: 320
Kama-Manas has a reputation beyond reputeKama-Manas has a reputation beyond reputeKama-Manas has a reputation beyond reputeKama-Manas has a reputation beyond reputeKama-Manas has a reputation beyond reputeKama-Manas has a reputation beyond reputeKama-Manas has a reputation beyond reputeKama-Manas has a reputation beyond reputeKama-Manas has a reputation beyond reputeKama-Manas has a reputation beyond reputeKama-Manas has a reputation beyond repute

น่าสนใจมากมายทีเดียว จะลองดูสิ...ว่าใช้ได้มั้ย?
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

Bookmarks



(View-All เฉพาะที่เป็นสมาชิกที่ได้อ่านกระทู้นี้ ตั้งแต่ 15-01-2014, 03:49 PM (Set) (Clear)
เพชรพญาธร
คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ ให้คะแนนกระทู้นี้
ให้คะแนนกระทู้นี้:

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is ใช้ได้
Trackbacks are ใช้ได้
Pingbacks are ใช้ได้
Refbacks are ใช้ได้


LinkBacks (?)
LinkBack to this Thread: http://board.palungjit.org/f2/%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B9%82%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%95-%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B8%E0%B8%A9%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%A7-283177.html
ถูกเขียนโดย For Type วันที่
"วิชาโทรจิต!!!!"...ของมนุษย์ต่างดาว? - PaLungJit.org This thread Refback 17-10-2013 09:05 PM
"วิชาโทรจิต!!!!"...ของมนุษย์ต่างดาว? - หน้า 2 - PaLungJit.org This thread Refback 14-10-2013 10:27 AM


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +6 และเวลาในขณะนี้คือ 08:56 AM


พลังจิต | พระไตรปิฎก | เสียงธรรม | รูปภาพ | พจนานุกรม  | วัดไทย | คลิป | สารบัญเว็ป | หลวงพ่อฤาษีลิงดำ | อภิญญาหก | ฝึกสมาธิ
 
พุทธศาสนาจากพระโอษฐ์ | สมาธิ | แชท | เว็ปบอร์ด | พระเครื่อง | ดูดวง | ทำนายฝัน | Blog | | Google | แปลภาษา | SEO Hosting

vBulletin Copyright ©2000-2009 Jelsoft Enterprises Ltd. Search Engine Friendly URLs by vBSEO 3.6.1
Palungjit.com 1 April 2003 - 2013
Page generated in 0.57110 seconds with 12 queries