กลับไป   PaLungJit.org > พุทธศาสนา > อภิญญา - สมาธิ
Connect with Facebook

ตอบ
 
LinkBack คำสั่งเพิ่มเติม ให้คะแนนกระทู้ เรียบเรียงคำตอบ
เก่า 18-10-2010, 08:58 PM   #1
สมาชิก
 
วันที่สมัคร: Jul 2008
ข้อความ: 2,209
Groans: 20
Groaned at 35 Times in 23 Posts
ได้ให้อนุโมทนา: 2,675
ได้รับอนุโมทนา 4,546 ครั้ง ใน 1,208 โพส
พลังการให้คะแนน: 437
Mr.Boy_jakkrit has a reputation beyond reputeMr.Boy_jakkrit has a reputation beyond reputeMr.Boy_jakkrit has a reputation beyond reputeMr.Boy_jakkrit has a reputation beyond reputeMr.Boy_jakkrit has a reputation beyond reputeMr.Boy_jakkrit has a reputation beyond reputeMr.Boy_jakkrit has a reputation beyond reputeMr.Boy_jakkrit has a reputation beyond reputeMr.Boy_jakkrit has a reputation beyond reputeMr.Boy_jakkrit has a reputation beyond reputeMr.Boy_jakkrit has a reputation beyond repute

วิปัสสนากรรมฐาน


วิปัสสนากรรมฐาน
หมายถึง การปฏิบัติธรรมในรูปแบบเชิงการสังเกตการณ์และพิจารณาธรรมนั้นๆอย่างเป็นกลางไม่โอนเอนไปทางใดทางหนึ่ง ซึ่งต้องอาศัยสมถะกรรมฐานในการทรงอารมณ์ในขณะนั้นเป็นพื้นฐานในการวิจัยธรรม


คำว่าเฝ้าสังเกตการณ์ในที่นี้หมายถึงการทรงอารมณ์(ซึ่งต่อไปนี้จะเรียกการทรงอารมณ์นั้นว่า การทำสมาธิ) ผู้ที่ผ่านการฝึกสมาธิจนได้ขั้นฌานในระดับหนึ่งแล้วซึ่งโดยทั่วไปฌานสมาธิที่มีความต่อเนื่องและยาวนานนี้นั้น จะอยู่ในความสงบไม่หวั่นไหว หรือเริ่มตั้งแต่ขั้นของปฐมฌาน ซึ่งหมายถึงสภาวะที่ สงัดจากกาม แต่มีวิตก มีวิจารณ์ ไม่มีอกุศลกรรม เกิดปีติและสุขในวิเวกนั้นอยู่
เมื่อปฏิบัติต่อไปจนถึงขั้นที่เรียกว่า บรรลุทุติยฌานซึ่งมีความผ่องใสแห่งจิตในภายใน กล่าวได้ว่าเป็นธรรมเอกที่พระอรหันต์สรรเสริญเพราะว่าผู้ได้ฌานนี้ สงบจากวิตก วิจารณ์ เป็นผู้มีอุเบกขา มีสติอยู่เป็นสุขไม่วอกแวก
ตถุตถฌาน ไม่มีสุข ไม่มีทุกข์
เพราะละสุข ละทุกข์ และดับโสมนัส โทมนัสก่อนหน้านี้ได้ ซึ่งมีอุเบกขาเป็นเหตุให้สติบริสุทธิ์อยู่ได้
ทั้งหมดของระดับฌานที่กล่าวมานี้กล่าวกันว่าเป็น "สัมมาสมาธิ" เกิดแก่ผู้นั้นแล้วซึ่งเหมาะแก่งานด้านวิปัสสนากรรมฐานในลำดับต่อไป

วิธีการปฏิบัติมีถึง 40รูปแบบ ซึ่งเรียกกันในนามว่า "กรรมฐาน40กอง" ในเว็บพลังจิตแห่งนี้มีให้อ่านอย่างครบถ้วนลองค้นหากันดูครับ เลือกให้ตรงจริตนิสัยของตนเองแล้วก็ลงมือปฏิบัติตามสมควร

มาถึงวิปัสสนากรรมฐาน วิธีปฏิบัติหากจะส่งผลดีแก่ตัวผู้ปฏิบัติแล้วก็ควรผ่านการฝึกสมาธิที่กล่าวมาแล้วข้างต้น เพื่อความไม่ประมาทและป้องกันอาการวิปลาศหรือความเครียดที่เกิดจากคิดค้นเพื่อแสวงหาในสิ่งที่ยากจะหาคำตอบและอธิบายได้ ส่วนวิธีการของปฏิบัติวิปัสสนาในมุมมองของข้าพเจ้านั้นไม่ได้ยุ่งยากอะไรเลยโดยมีขั้นตอนดังนี้
เมื่อผู้สนใจซึ่งเมื่อผ่านการฝึกทำสมาธิแล้วจนในที่สุดได้กลายเป็นนักปฏิบัติกรรมฐานย่อมเข้าใจถึงสภาวะต่างๆในสมาธิหรือในสัมมาสมาธิแล้วก็สามารถเข้าใจในการพิจารณาสรรพสิ่งต่างๆของสภาวะธรรมในขั้นสมถะมาพอสมควรและเมื่อเข้าใจดีแล้วก็จะง่ายต่อการพิจารณาหรือวิจัยใจธรรมในส่วนของวิปัสสนากรรมฐานเพียงแต่มีความแตกต่างกันตรงที่การมองเห็นหรือผัสสะที่มีความหลากหลายและตกอยู่ในสภาวะที่ไม่คงที่ของกายและองค์ประกอบอื่นๆที่แตกต่างออกไปจากการทำสมถะพอสมควรเช่น การมองเห็นและเห็นในสิ่งที่ปราถนาจะเห็นด้วยตาเนื้อ มีเสียงรบกวนมากขึ้น มีความถี่ในการแปรเปลี่ยนของอริยบทมากขึ้น ก็เพราะวิปัสสนากรรมฐานนั้นเป็นการปฏิบัติกรรมฐานในทุกๆสภาวะของอริยบททั้งภายในและภายนอก(ทั้งกายและใจ)ไม่ว่าจะทำงาน เดิน กิน เล่น เที่ยว หรือแม้แต่เวลานอนจนกระทั่งตื่นเช้า เป็นต้นฯ ซึ่งหมายถึงในสรรพสิ่งทั้งหลายทั้งปวงนั้นย่อมเป็นไปอย่างธรรมชาติฉนั้นการที่จะฝึกและเรียนรู้ในธรรมชาตินั้นก็จำเป็นที่จะต้องทำตัวเป็นธรรมชาติไปด้วย เพียงแต่การฝึกนั้นเน้นที่การพิจารณาให้เห็นสัจจธรรมโดยปราศจากการคิดปรุงแต่งว่านี่ เป็นธรรมชาตินะ นั่นเป็นธรรมชาตินะ แต่เป็นการสัมผัสในสภาวะจริงทั้งปวงจนเกิดความประจักษ์แก่ใจตนภายใต้พื้นฐานความเป็นอุเบกขาที่ไม่ได้เกิดจากการกดข่มหรือบังคับให้คิดว่า นี่ นั่น โน่น โน้น ต้องเป็นธรรมชาติดังใจปราถนาเสมอไป จึงกล่าวสรุปโดยสังเชปได้ว่าวิปัสสนากรรมฐานเป็นการปฏิบัติธรรมที่เน้นเรื่องสติที่อาศัยการกำลังของฌานสมาธิประกอบกับการเฝ้าสังเกตอย่างเป็นธรรมชาติไม่มุ่งมั่นจนเกินไปไม่หย่อนจนเกิดไปเฝ้าเพียรระวังไม่ประมาท เพราะทุกโอกาสที่สติระลึกขึ้นได้ก็หมายความว่าโอกาสที่จะพบแสงสว่างย่อมเกิดขึ้นตามมา ทั้งหลายทั้งมวลที่กล่าวมานี้ยังไม่ละเอียดไปกว่าพระสูตรต่างๆที่หลากหลายและครบถ้วนในพระไตรปิฏก เป็นเพียงบางส่วนและลดขั้นตอนข้อสงสัยต่างๆของผู้ที่ยังมีวิตก วิจารณ์ อยู่บ้างจนถึงขั้นตั้งสมมติฐานกันขึ้นมาภายใต้ความรู้ความเข้าใจของตนเองจนนำไปสูการค้นหาและข้อขัดแย้งที่เกิดจากกระบวนการทางความคิด

และที่สำคัญเนื้อหาสาระที่อธิบายมานี้ยังไม่สามารถระบุชัดว่าข้าพเจ้าพูดถูกต้องแล้วในส่วนของคำศัพท์และวิธีการ เป็นเพียงความเข้าใจส่วนตัว ฉนั้นขอให้อ่านและทำความเข้าใจและเลือกเอาเพียงบางส่วนที่คิดว่าเกิดประโยชน์แก่ตนเอง
หากผิดพลาดประการใดยินดีรับคำชี้แนะ ขออนุโมทนาในจิตที่เป็นกุศลทุกท่านไว้ ณ.ที่นี้ด้วย สาธุ ขอปัญญาจงเกิดแด่ท่าน

เจริญธรรมกันครับ
__________________
=_งดให้ความช่วยเหลือสำหรับผู้ที่ใช้ภาษาไม่ถูกต้อง_=
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
sponsor links
เก่า 19-10-2010, 11:42 AM   #2
สมาชิก
 
อวตาร.'s Avatar
 
วันที่สมัคร: Dec 2009
ข้อความ: 462
Groans: 47
Groaned at 12 Times in 12 Posts
ได้ให้อนุโมทนา: 44
ได้รับอนุโมทนา 628 ครั้ง ใน 218 โพส
พลังการให้คะแนน: 154
อวตาร. is a splendid one to beholdอวตาร. is a splendid one to beholdอวตาร. is a splendid one to beholdอวตาร. is a splendid one to beholdอวตาร. is a splendid one to beholdอวตาร. is a splendid one to beholdอวตาร. is a splendid one to beholdอวตาร. is a splendid one to behold

วิปัสสนาก็แบบเดียวกับการคิด แต่คิดในฌานนิวรณ์ถึงจะแทรกไม่ได้

จะพิจารณาวิปัสสนาญาณ เริ่มจากการเข้าฌานให้ได้ลึกที่สุดตามกำลังที่ทำได้ให้จิตสงัดดีแล้ว
ก็คลายสมาธิมาอยู่แค่อุปจาระสมาธิแล้ว พิจารณาขันธ์๕ พิจารณาทุกข์ พิจารณาสังขาร เลือกพิจารณาสักอย่าง
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 19-10-2010, 12:58 PM   #3
สมาชิก
 
วันที่สมัคร: Jul 2008
ข้อความ: 2,209
Groans: 20
Groaned at 35 Times in 23 Posts
ได้ให้อนุโมทนา: 2,675
ได้รับอนุโมทนา 4,546 ครั้ง ใน 1,208 โพส
พลังการให้คะแนน: 437
Mr.Boy_jakkrit has a reputation beyond reputeMr.Boy_jakkrit has a reputation beyond reputeMr.Boy_jakkrit has a reputation beyond reputeMr.Boy_jakkrit has a reputation beyond reputeMr.Boy_jakkrit has a reputation beyond reputeMr.Boy_jakkrit has a reputation beyond reputeMr.Boy_jakkrit has a reputation beyond reputeMr.Boy_jakkrit has a reputation beyond reputeMr.Boy_jakkrit has a reputation beyond reputeMr.Boy_jakkrit has a reputation beyond reputeMr.Boy_jakkrit has a reputation beyond repute

วิปัสสนาก็ยังมีขั้นลำดับความละเอียดเช่นเดียวกับ สถมะ ที่มีขั้นของฌานเป็นตัวกำหนดชี้วัดสถานะต่างๆ

วิปัสสนา ในมุมของสถมะ โดยทั่วไปมักมองว่าเป็นการคิดปรุงแต่งตามกำลังของสติปัญญา

ข้อสังเกตหากวิปัสสนาญาณคือการคิด ผู้ที่คิดอย่างชาญฉลาดมีปัญญาทำไมไม่คิดให้ถึงจุดสุดยอดของพระธรรมไปเลยซะทีเดียว เช่น คิดให้สุขสถานเดียว คิดให้ถึงนิพพาน คิดเอาแต่สิ่งดีๆที่ตนปราถนาอยู่อย่างนั้นตลอดเวลาจนสิ้นอายุขัย ?
ก็เพราะว่ามันคิดได้แต่เป็นการคิดที่หลอกตัวเองเช่นเดียวลักษณะของผู้ติดสุขในฌานสมาธิที่หลงไหลในความสุขและตื่นตาตื่นใจไปกับสภาวะธรรมในระดับขั้นต่างๆ จึงกล่าวได้ว่าหากมีสัมมาสมาธิเกิดแก่ตนแล้วย่อมมีกำลังพอที่จะก้าวสู่ขั้นวิปัสสนา

ตรงจุดนี้เข้าพเจ้ายืนยันได้ว่าวิปัสสนาไม่ใช่การคิด และการคิดไม่สามารถหลุดพ้นได้ การคิดไม่ใช่ปัญญา ซึ่งปัญญาเกิดจากประสบการณ์ในการกำหนดรู้ถึงสภาวะต่างๆในธรรม ไม่ได้เกิดจากการคิคปรุงแต่ง ปัญญาซึ่งมีลักษณะผุดขึ้นเองต่อจากนั้นจะเป็นขั้นตอนการคิดพิจารณาธรรมในลำดับต่อมา และสิ่งที่สำคัญที่สุดในวิปัสสนากรรมฐานคือการมีสติระลึกรู้อยู่อย่างเนืองๆ และที่จะทำได้อย่างนี้ต้องมีความชำนาญมาจากการฝึกสมาธิมาบ้างแล้ว
สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันในสมถะและวิปัสสนาคือการกำหนดรู้ เพียงแต่มีความแตกต่างกันตรงสถานะการณ์และสภาวะแวดล้อมครับ

สรุปอีกครั้ง วิปัสสนากรรมฐานคือการกำหนดรู้ในสรรพสิ่งทั้งหลายทั้งมวลด้วยความเป็นอุเบกขามีความเป็นกลางไม่โอนเอน และเป็นการเฝ้าสังเกตการณ์ธรรมต่างๆด้วยธรรมชาตินอกเหนือจากการกำหนดและนึกคิด


อาจจะงงๆ บ้างนะครับ
__________________
=_งดให้ความช่วยเหลือสำหรับผู้ที่ใช้ภาษาไม่ถูกต้อง_=
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 19-10-2010, 02:03 PM   #4
สมาชิก
 
อวตาร.'s Avatar
 
วันที่สมัคร: Dec 2009
ข้อความ: 462
Groans: 47
Groaned at 12 Times in 12 Posts
ได้ให้อนุโมทนา: 44
ได้รับอนุโมทนา 628 ครั้ง ใน 218 โพส
พลังการให้คะแนน: 154
อวตาร. is a splendid one to beholdอวตาร. is a splendid one to beholdอวตาร. is a splendid one to beholdอวตาร. is a splendid one to beholdอวตาร. is a splendid one to beholdอวตาร. is a splendid one to beholdอวตาร. is a splendid one to beholdอวตาร. is a splendid one to behold

วิปัสสนา แปลว่า รู้แจ้งเห็นจริงตามความเป็นจริง

การเจริญวิปัสสนาก็ไม่มีอะไรยาก ความจริงวิปัสสนานี้มีวิธีเจริญง่ายมาก ง่ายกว่าระดับสมาธิมาก คือยก

อารมณ์ให้เข้าถึงความเป็นจริง คล้อยตามความเป็นจริง ไม่ฝืนความจริง รับรู้รับทราบตามกฎของความ

เป็นจริงตลอดเวลา และไม่พยายามฝ่าฝืนกฎธรรมดาเป็นอันขาด
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 19-10-2010, 05:26 PM   #5
สมาชิก
 
วันที่สมัคร: Jul 2008
ข้อความ: 2,209
Groans: 20
Groaned at 35 Times in 23 Posts
ได้ให้อนุโมทนา: 2,675
ได้รับอนุโมทนา 4,546 ครั้ง ใน 1,208 โพส
พลังการให้คะแนน: 437
Mr.Boy_jakkrit has a reputation beyond reputeMr.Boy_jakkrit has a reputation beyond reputeMr.Boy_jakkrit has a reputation beyond reputeMr.Boy_jakkrit has a reputation beyond reputeMr.Boy_jakkrit has a reputation beyond reputeMr.Boy_jakkrit has a reputation beyond reputeMr.Boy_jakkrit has a reputation beyond reputeMr.Boy_jakkrit has a reputation beyond reputeMr.Boy_jakkrit has a reputation beyond reputeMr.Boy_jakkrit has a reputation beyond reputeMr.Boy_jakkrit has a reputation beyond repute

ไม่มีสิ่งใดยากกว่าสิ่งใด ไม่มีสิ่งใดง่ายกว่าสิ่งใด

สมาธิก็ย่อมต้องมีการกำหนดระลึกรู้ถึงสภาวะตามความเป็นจริงเช่นเดียววิปัสสนา
ละจากสุขละจากทุกข์ในขั้นสูงสุดได้โดยไม่มีเงื่อนไขโดยปราศจากความคิด
ก็คือการรับรู้ เห็นแจ้งตามความเป็นจริง นั่นเอง

ก็ควรเจริญกันทั้งรูปและนาม

อนุโมทนาครับ
__________________
=_งดให้ความช่วยเหลือสำหรับผู้ที่ใช้ภาษาไม่ถูกต้อง_=
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

Bookmarks

Tags
สาธุ, เที่ยว



(View-All เฉพาะที่เป็นสมาชิกที่ได้อ่านกระทู้นี้ ตั้งแต่ 21-04-2013, 03:03 PM (Set) (Clear)
There are no names to display.
คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ ให้คะแนนกระทู้นี้
ให้คะแนนกระทู้นี้:

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is ใช้ได้
Trackbacks are ใช้ได้
Pingbacks are ใช้ได้
Refbacks are ใช้ได้



เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +6 และเวลาในขณะนี้คือ 05:53 PM


พลังจิต | พระไตรปิฎก | เสียงธรรม | รูปภาพ | พจนานุกรม  | วัดไทย | คลิป | สารบัญเว็ป | หลวงพ่อฤาษีลิงดำ | อภิญญาหก | ฝึกสมาธิ
 
พุทธศาสนาจากพระโอษฐ์ | สมาธิ | แชท | เว็ปบอร์ด | พระเครื่อง | ดูดวง | ทำนายฝัน | Blog | | Google | แปลภาษา | SEO Hosting

vBulletin Copyright ©2000-2009 Jelsoft Enterprises Ltd. Search Engine Friendly URLs by vBSEO 3.6.1
Palungjit.com 1 April 2003 - 2013
Page generated in 0.17409 seconds with 12 queries