กลับไป   PaLungJit.org > ทั่วไป > จักรวาลคู่ขนาน
Connect with Facebook

ตอบ
 
LinkBack คำสั่งเพิ่มเติม ให้คะแนนกระทู้ เรียบเรียงคำตอบ
เก่า 26-01-2011, 03:10 PM   #1
สมาชิก
 
อำนวยกรณ์'s Avatar
 
วันที่สมัคร: Feb 2006
สถานที่: เมืองดอกบัว
ข้อความ: 628
Groans: 3
Groaned at 1 Time in 1 Post
ได้ให้อนุโมทนา: 2,313
ได้รับอนุโมทนา 3,499 ครั้ง ใน 506 โพส
พลังการให้คะแนน: 264
อำนวยกรณ์ has a brilliant futureอำนวยกรณ์ has a brilliant futureอำนวยกรณ์ has a brilliant futureอำนวยกรณ์ has a brilliant futureอำนวยกรณ์ has a brilliant futureอำนวยกรณ์ has a brilliant futureอำนวยกรณ์ has a brilliant futureอำนวยกรณ์ has a brilliant futureอำนวยกรณ์ has a brilliant futureอำนวยกรณ์ has a brilliant futureอำนวยกรณ์ has a brilliant future

ราชินีขี่มังกร ซูสีไทเฮา




ภาพวาดซูสีไทเฮา
เมื่อ ครั้งเป็น พระอัครชายาอี






ซูสีไทเฮา (ภาษาจีน: 慈禧太后; พินอิน: Cíxǐ Tàihòu ฉือสี่ไท่โฮ่ว) (29 พฤศจิกายน ค.ศ. 1835 15 พฤศจิกายน ค.ศ. 1908) หรือรู้จักกันในประเทศจีนว่า ไทเฮาฝ่ายตะวันตก (西太后) และพระนามแต่งตั้งว่า เสี้ยวชินเซียนฮองเฮา (孝欽顯皇后) พระนางทรงเป็นผู้นำที่ทรงอำนาจและอยู่เบื้องราชสำนักจีนในสมัยราชวงศ์ชิง พระนางทรงอยู่ในอำนาจตั้งแต่ ค.ศ. 1861 จนสิ้นพระชนม์ใน ค.ศ. 1908
นักประวัติศาสตร์พิจารณาแล้วว่าพระนางทรงตัดสินพระทัยอย่างดีที่สุดแล้วที่จะจัดการกับภาวะยากลำบากต่างๆ ในยุคนั้น แต่ด้วยความคิดอนุรักษ์นิยมของพระนางและชาติตะวันตกที่เข้ามามีอิทธิพลเหนือแผ่นดินจีนมากเรื่อยๆ ทำให้ราชสำนักและ ประเทศจีนในครั้งนั้นด้อยเรื่องเทคโนโลยีจนถูกต่างชาติครอบงำในที่สุด


นางเกิดในรัชสมัยของจักรพรรดิเต้ากวง (道光) โดยเป็นบุตรขุนนางทหารเล็ก ๆ ผู้หนึ่ง เดิมชื่อ เยโฮนาลา เข้าถวายตัวในวังเมื่ออายุได้ 17 ปี ใน 3 ปีแรก นางไม่ได้พบกับพระจักรพรรดิเลย แต่นางใช้ความสามารถในทางร้องรำ จนทำให้ได้พบปะกับจักรพรรดิจนได้ในที่สุดด้วยชั้นเชิงและความทะเยอทะยานของนาง ซูสีไทเฮาได้เป็นมเหสีในจักรพรรดิเสียงเฟิง (咸丰皇帝)หลังจากจักรพรรดิเสียนเฟิงสวรรคตในค.ศ. 1861 พระนางและฉืออันไทเฮา (慈安太后) ก็ได้ขึ้นเป็นผู้สำเร็จราชการแทนจักรพรรดิองค์น้อยนามถงจื้อ (同治皇帝) ผู้เป็นพระโอรสของจักรพรรดิเสียนเฟิงในฐานะฮองเฮาหรือพระราชชนนี ภายใต้การชักนำของพระอนุชาของจักรพรรดิเสียนเฟิง ไทเฮาทั้ง 2 ดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์จนถึงค.ศ. 1873 เมื่อจักรพรรดิถงจื้อทรงมีพระชนมายุที่สามารถขึ้นมีพระราชอำนาจได้

2 ปีต่อมา จักรพรรดิถงจื้อผู้ยังทรงพระเยาว์สวรรคต ซูสีไทเฮาฝ่าฝืนกฏการสืบสันตติวงศ์โดยนำหลายชายนาม กวางซวี (光绪皇帝) อายุเพียง 3 ขวบ ขึ้นมาเป็นจักรพรรดิองค์ต่อไป ไทเฮาทั้ง 2 พระองค์ก็ยังคงดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแทนพระจักรพรรดิเช่นเดิม จนเมื่อฉืออันไทเฮาสิ้นพระชนม์ในค.ศ. 1881 ซูสีไทเฮาจึงได้ขึ้นมีอำนาจเต็มเหนือแผ่นดินจีน




เมื่อจักรพรรดิกวางซวีผู้เป็นหลานของพระนางถึงพระชนมายุที่สามารถขึ้นมีพระราชอำนาจได้ พระนางก็วางมือจากการบริหารราชสำนัก ถึงกระนั้นก็ยังส่งสายลับของพระนางเข้าไปเป็นเครือข่ายในราชสำนักอยู่ดี หลังจากที่จีนแพ้สงครามกับญี่ปุ่น (ค.ศ. 1894-ค.ศ. 1895) จักรพรรดิกวางซวีก็ทรงเริ่มการปฏิรูปประเทศในหลายๆ ด้าน ซึ่งรู้จักกันในนาม "การปฏิรูปร้อยวัน" ส่งผลให้ซูสีไทเฮาทรงร่วมมือกับกองกำลังทหารซึ่งมีความคิดอนุรักษ์นิยมเช่นเดียวกับพระนางเข้ายึดพระราชอำนาจ และขึ้นเป็นผู้สำเร็จราชการอีกครั้ง นอกจากนั้น ยังทรงจับจักรพรรดิไปคุมขังในพระที่นั่งกลางทะเลสาบทางตะวันตกของนครต้องห้ามอีกด้วย

ในปีต่อมา ซูสีไทเฮาได้หนุนหลังกลุ่มจลาจลหลายกลุ่ม ทั้งกลุ่มที่ต่อต้านการปฏิรูปและต่อต้านชาวต่างชาติ ต่อมา กองกำลังทหารต่างชาติได้บุกเข้าพระราชวังต้องห้ามและยึดกรุงปักกิ่งไว้ได้ ทำให้ซูสีไทเฮาต้องยอมรับข้อตกลงสงบศึก และพระนางทำการปฏิรูปประเทศจีนตามข้อตกลงทั้งที่พระนางเคยขัดขวางจักรพรรดิไว้ พระนางดำรงพระราชอำนาจซึ่งลดลงเรื่อยๆ จนสิ้นพระชนม์ในค.ศ. 1908


จักรพรรดิกวางซวีสวรรคตก่อนพระนางซูสีไทเฮาเพียง 1 วัน มีรายงานว่าเป็นเพราะพระนางมีพระบัญชาให้วางยาปลงพระชนม์พระจักรพรรดิ

มีผู้กล่าวไว้ว่า พระราชอำนาจของพระนางซูสีไทเฮามีเทียบเท่ากับสมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรียในสมัยเดียวกัน อย่างไรก็ตาม นอกจากด้านการเมืองแล้ว พระนางทรงสร้างคุณประโยชน์ให้เป็นที่จดจำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านศิลปะ เช่น งิ้ว และยังทรงก่อตั้ง สวนสัตววิทยาปักกิ่งในค.ศ. 1906 ซึ่งต่อมาสวนสัตววิทยาแห่งนี้เป็นสถาบันแรกที่ขยายพันธุ์หมีแพนด้าสำเร็จ

สำหรับชาวไทย อาจจะคุ้นเคยกับพระนางซูสีไทเฮาจากภาพยนตร์เรื่อง ซูสีไทเฮา และ จักรพรรดิโลกไม่ลืม (The Last Emperor) เมื่อนานมาแล้ว ที่แสดงภาพลักษณ์ของพระนางว่าเป็นผู้หญิงผู้ทรงอิทธิพลสูงสุดคนหนึ่งของประวัติศาสตร์จีน
พระนางซูสีสวรรคตเมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2451(ค.ศ. 1908)







ซูสีไทเฮาเมื่อปี ค.ศ.1903 (พ.ศ.2445) ห้าปีก่อนสวรรคต

ขบวนแห่พระศพ พระนางซูสีไทเฮา




ฮ่องเต้เสียนเฟิง

ฉืออันไทเฮา

ฮ่องเต้ถงจื้อ

ฮ่องเต้ กวางสู

สมเด็จพระมเหสีเจียชุ้น




ธงตรงราชวงศ์ชิง(เซ็ง)


ภาพฮ่องเต้ฟูยีทรงพระเยาว์ เป็นฮ่องเต้คนสุดท้ายของราชวงศ์ชิง(เซ็ง) หรือหลานพระนางซูสีไทเฮา





ภาพมเหสีหรือฮองเฮาของฮ่องเต้ฟูยี ตอนหลังเลิกกันเพราะไปมีอะไรกับคนขับรถจนมีลูกด้วยกัน



หลังจากจีนเป็นคอมมิวนิสต์ฮ่องเต้ฟูยีต้องฝึกช่วยเหลือตัวเอง แล้วใช้ชีวิตแบบสามัญชนธรรมดา


ฮ่องเต้ฟูยีได้แต่งงานใหม่กับนางพยาบาล ใช้ชีวิตแบบสามัญชนและสิ้นชีวิตไปก่อนปี 2000 ไม่นาน แล้วน้องชายชื่อฟูเจี๊ยก็สิ้นชีวิตตามไปไม่นานนี้เอง

สมเด็จพระพันปีหลวงหรงยู่





เยเฮ่อน่าลา สมเด็จพระจักรพรรดินีเสิ้ยวติ้งจิง (จีน:孝定景皇后叶赫那拉氏) พระองค์ทรงเป็นที่รู้จักในพระนาม สมเด็จพระพันปีหลวงหรงยู่ (จีน:隆裕皇后) (พระนามเดิม:จิงเฟิน 靜芬) (พ.ศ. 2406 - พ.ศ. 2456) พระนางหรงยู่ทรงเป็นพระมเหสีในจักรพรรดิกวางซวีแห่งจีน สมัยราชวงศ์ชิง พระนางทรงมาจากเผ่าแมนจู เยเฮ่อน่าลา และพระองค์ยังทรงเป็นพระญาติกับจักรพรรดิกวางซวี ผู้ซึ่งครองราชสมบัติตั้งแต่ พ.ศ. 2418 ถึง พ.ศ. 2451 พระนางทรงเป็นพระนัดดาในซูสีไทเฮา พระนางทรงไม่มีพระโอรสธิดา พระนางทรงเป็นบุคคลสำคัญจากการเป็นตัวแทนในการลงนามสละราชบัลลังก์ของจักรพรรดิผู่อี๋เมื่อยังทรงพระเยาว์ในปี พ.ศ. 2454 นับเป็นการสิ้นสุดระบอบกษัตริย์ในประเทศจีนที่ยืนยาวมากว่า 2,000 ปี

พระราชประวัติ





พระนางเยเฮ่อน่าลาทรงถูกเลือกเป็นพระมเหสีโดย ซูสีไทเฮาผู้เป็นพระปิตุจฉาของพระนาง เนื่องจากพระนางต้องการสร้างฐานอำนาจในเครือพระราชวงศ์ของพระนางให้ยิ่งใหญ่ พระนางเยเฮอนาราทรงอภิเษกสมรสกับจักรพรรดิกวางซวีในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2432และได้กลายเป็นพระจักรพรรดินีโดยทันทีหลังพระราชพิธีอภิเษกสมรส

พระนางซูสีไทเฮาทรงทำให้พระมเหสีและจักรพรรดิผิดพระทัยกันเพื่อไม่ให้ทั้งสองพระองค์ร่วมมือกันต่อต้านพระนางดังเช่นในรัชสมัยจักรพรรดิถงจื้อที่ร่วมมือกับสมเด็จพระจักรพรรดินีเสี้ยวเจ๋อทำการต่อต้านพระนาง พระนางเยเฮ่อน่าราทรงเกลียดชังและไม่สนพระทัยในจักรพรรรดิกวางซวี พระจักรพรรดิทรงโปรดสมเด็จพระมเหสีเจินแห่งเผ่าตาลาลา(ภาษาจีน:他他拉氏珍妃) พระนางเยเฮ่อน่าลาทรงให้ร้ายพระมเหสีเจินโดยทรงเล่าเกินจริงเกี่ยวกับการเป็นกบฏของมเหสีเจินให้พระนางซูสีไทเฮาสดับฟัง พระมเหสีเจินสนับสนุนให้สมเด็จพระจักรพรรดิเรียกร้องการปกครองให้พระจักรพรรดิมีอำนาจสิทธิ์ขาดมากกว่านี้ พระมเหสีเจินทรงสนับสนุนการเมืองการปกครองระบอบใหม่ ในที่สุดพระนางซูสีไทเฮาทรงเป็นปริปักษ์กับมเหสีเจินและทรงมีพระราชเสาวนีย์ให้ลงโทษเฆี่ยนตีและนำพระมเหสีไปจำขังไว้ที่พระตำหนักเย็น หลังจากนั้นพระมเหสีเจินได้สนับสนุนจักรพรรดิอย่างลับๆให้ได้รับอำนาจการปกครองจากพระนางซูสีไทเฮา พระนางซูสีไทเฮาจึงมีพระราชเสาวนีย์ให้บรรดาขันทีเข้าจับพระมเหสีไปทิ้งลงบ่อน้ำนอกตำหนักหนิงเซี่ยจนสิ้นพระชนม์ ในขณะพระราชวงศ์กำลังจะเสด็จหนีไปซีอานเมื่อกองกำลังต่างชาติเข้ายึดปักกิ่ง


หลังจากการแผนการยึดอำนาจซูสีไทเฮาของจักรพรรดิกวางซวีประสบความล้มเหลว พระจักรพรรดิทรงถูกสั่งจองจำไว้ที่พระตำหนักกลางทะเลสาบ พระจักรพรรดินีเยเฮ่อน่าลาทรงทำหน้าที่สืบความเป็นอยู่และทุกอิริยาบถของจักรพรรดิและรายงานแก่พระนางซูสีไทเฮา เมื่อพระจักรพรรดิกวางซวีและพระนางซูสีไทเฮาเสด็จสวรรคต พระนางทรงได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นสมเด็จพระพันปีหรงยู่ อันมีความหมายว่า "ความเป็นมงคลและเจริญรุ่งเรือง"



สิ้นสุดพระราชวงศ์





พระนางเยเฮอนารา ขณะดำรงเป็นสมเด็จพระพันปีหลวงหรงยู่ทรงฉายพระรูปพร้อมเหล่าขันที
ในขณะทรงดำรงเป็นพระพันปีหลวง พระนางเยเฮ่อน่าลาทรงรับจักรพรรดิซวนถง(จักรพรรดิผู่อี๋)มาเป็นพระโอรสเลี้ยงหลังจากจักรพรรดิกวางซวีเสด็จสวรรคตในปี พ.ศ. 2451 พระนางซูสีไทเฮาทรงดำรงเป็นผู้สำเร็จราชการจนพระนางสวรรคตและเมื่อหรงยู่ทรงได้รับการยอมรับในพระยศพระพันปี ในทางทฤษฎีพระนางทรงมีความมุ่งมั่นที่สำคัญในการตัดสินใจ แต่ในภาคปฏิบัติพระนางทรงไม่มีความรู้ด้านการเมืองการปกครองไม่เหมือนซูสีไทเฮา ในช่วงแรกราชสำนักตกอยู่ภายใต้อำนาจของไจ้เฟิง เจ้าชายชุนที่ 2และจากนั้นตกอยู่ภายใต้อำนาจของหยวน ซื่อไข่ โดยพระนางอยู่ภายใต้การควบคุมของบุคคลทั้งสอง
ภายใต้คำแนะนำของหยวน ซื่อไข่ในปี พ.ศ. 2454 พระพันปีหรงยู่จำต้องทรงลงพระนามาภิไธยประกาศการสละราชสมบัติของจักรพรรดิซวนถงพระชนมายุ 6 พรรษา ในขณะการจัดเตรียมฐานะของราชวงศ์ยังคงอยู่ต่อไปในพระราชวังต้องห้ามและยังคงรักษาทรัพย์สิน พระยศและบ่าวไพร่รับใช้ ในปี พ.ศ. 2455 ราชวงศ์ชิงได้ถูกล้มล้าง มีการก่อตั้งสาธารณรัฐจีน
เพียงไม่กี่วันของการสิ้นสุดราชวงศ์ชิง พระพันปีหรงยู่ทรงพระประชวรและสิ้นพระชนม์ที่ปักกิ่ง พระชนมายุ 44 พรรษา และพระนางทรงเป็นพระจักรพรรดินีแห่งจีนพระองค์เดียวที่หีบพระศพได้ถูกย้ายจากพระราชวังต้องห้ามไปยังสุสานโดยทางรถไฟ ในพระราชพิธีฝังพระศพ หลี่ หยวนหงรองประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐจีน ได้กล่าวสรรเสริญพระนางว่า "ทรงเป็นสตรีผู้ดีเลิศยิ่งท่างกลางสตรีทั้งปวง
ที่มา : http://lia-andea-ramos.exteen.com/
ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
__________________
ปัญญะสุขิน วิริยะ สติสัมปัญโณ
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
sponsor links
ตอบ

Bookmarks



(View-All เฉพาะที่เป็นสมาชิกที่ได้อ่านกระทู้นี้ ตั้งแต่ 13-12-2014, 05:51 AM (Set) (Clear)
There are no names to display.
คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ ให้คะแนนกระทู้นี้
ให้คะแนนกระทู้นี้:

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is ใช้ได้
Trackbacks are ใช้ได้
Pingbacks are ใช้ได้
Refbacks are ใช้ได้



เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +6 และเวลาในขณะนี้คือ 09:05 PM


พลังจิต | พระไตรปิฎก | เสียงธรรม | รูปภาพ | พจนานุกรม  | วัดไทย | คลิป | สารบัญเว็ป | หลวงพ่อฤาษีลิงดำ | อภิญญาหก | ฝึกสมาธิ
 
พุทธศาสนาจากพระโอษฐ์ | สมาธิ | แชท | เว็ปบอร์ด | พระเครื่อง | ดูดวง | ทำนายฝัน | Blog | | Google | แปลภาษา | SEO Hosting

vBulletin Copyright ©2000-2009 Jelsoft Enterprises Ltd. Search Engine Friendly URLs by vBSEO 3.6.1
Palungjit.com 1 April 2003 - 2013
Page generated in 0.21092 seconds with 12 queries