กลับไป   PaLungJit.org > พุทธศาสนา > อภิญญา - สมาธิ > หลวงพี่เล็ก
Connect with Facebook

Like Tree1Likes
  • 1 Post By tamsak
กระทู้ถูกปิด
 
LinkBack คำสั่งเพิ่มเติม ให้คะแนนกระทู้ เรียบเรียงคำตอบ
เก่า 07-10-2013, 10:58 PM   #1
ทีมพระไตรปิฏก
 
tamsak's Avatar
 
วันที่สมัคร: Sep 2004
สถานที่: Bangkhen, Bangkok
ข้อความ: 8,429
Groans: 132
Groaned at 183 Times in 123 Posts
ได้ให้อนุโมทนา: 97,922
ได้รับอนุโมทนา 211,032 ครั้ง ใน 8,604 โพส
พลังการให้คะแนน: 12323
tamsak has a reputation beyond reputetamsak has a reputation beyond reputetamsak has a reputation beyond reputetamsak has a reputation beyond reputetamsak has a reputation beyond reputetamsak has a reputation beyond reputetamsak has a reputation beyond reputetamsak has a reputation beyond reputetamsak has a reputation beyond reputetamsak has a reputation beyond reputetamsak has a reputation beyond repute

การเทศน์ในรูปแบบต่างๆ


พระอาจารย์ กล่าวว่า "การเทศน์ ๓ ธรรมาสน์ ต้องรักษารูปแบบไว้ แต่เนื้อหาอยู่ที่เราจะใส่ การเทศน์ ๓ ธรรมาสน์มาจากการสังคายนาพระไตรปิฎก องค์ประธานก็คือ พระมหากัสสปะ จะเป็นผู้สอบถาม พระอุบาลี กับ พระอานนท์ จะเป็นผู้ตอบ แต่คราวนี้เขาไม่ได้กำหนดตายตัวว่า จะต้องตอบเรื่องวินัยเรื่องธรรมหรืออะไร กลายเป็นว่า ๓ ท่านจะมีท่านหนึ่งเป็นหลักคอยถาม ท่านที่เป็นหลักถ้าคนอื่นตอบไม่ตรงอย่างไรนี่ ต้องต้อนกลับไปให้ตอบตรงให้ได้

แต่ถ้า เทศน์ ๒ ธรรมาสน์ จะเป็น พระสกรวาที กับ พระปรวาที คือท่านผู้ถามกับผู้ตอบ ๒ คน เขาจะสมมติว่าพระสกรวาทีพิจารณาธรรมอยู่ในป่า แล้วก็ติดขัด นึกถึงพระปรวาทีว่าท่านเป็นผู้ที่เจริญด้วยศีลสุตาธิคุณ กอปรไปด้วยปัญญาอันยิ่ง คงจะเข้าใจซึ่งปัญหาอันนี้ เราควรที่จะไปสอบถาม แล้วก็มีการสมมุติให้เดินทางไปสอบถาม บางที่คำถามก็งัดเอาคำถามที่โยมเขียนนั่นแหละมาถาม จะมีการขึ้นต้นลงท้ายที่เป็นรูปแบบตายตัวของเขา ส่วนคำตอบก็อยู่ที่ปัญญาของคนเทศน์"

ถาม : แล้วการเทศน์แจงละครับ ?

ตอบ : การเทศน์แจง เป็นเรื่องของการสังคายนาพระไตรปิฎกโดยตรงเลย เป็นการเทศน์เดี่ยว ใครถามปัญหาอะไรต้องตอบได้หมด จริงๆ แล้วเขาเรียกเทศน์แจง ๕๐๐ รู้สึกว่าจะมีแต่ หลวงปู่พระครูโวทานธรรมาจารย์ วัดดาวดึงสาวาส ที่จัดได้ เพราะลูกศิษย์นักเทศน์ของท่านเยอะ ถามกันคนละประโยคก็หมดวันแล้ว

ปกติแล้วจะใช้ในงานศพ ขึ้นต้นว่า ยันเตนะ ภะคะวะตา ชานะตา ปัสสะตา อะระหะตา สัมมาสัมพุทเธนะ ฯลฯ แปลเป็นไทยก็ถามตอบกันสด ๆ นี่แหละ

ปะฐะมัง ปาราชิกัง กัตถะ ปัญญัตตันติ ฯ ......ปฐมบัญญัติปาราชิกบัญญัติขึ้นที่ไหน ?
เวสาลิยัง ปัญญัตตันติ ฯ ......................... บัญญัติขึ้นที่เมืองเวสาลีครับ
กัง อารัพภาติ ฯ .....................................ด้วยปรารภเรื่องอะไร ?
สุทินนัง กะลันทะปุตตัง อารัพภาติ ฯ ..............ด้วยปรารภเรื่องพระสุทินนกลันทบุตรครับ

พูดง่ายๆ ก็คือธรรมะของพระพุทธเจ้าง่ายสุดๆ ท่านเล่นถามตอบกันทีละประโยคอย่างกับถามเด็กเลย คนสมัยนั้นฟังแล้วเข้าใจก็ได้มรรคได้ผลไปตามๆ กัน อย่างใน อนัตตลักขณสูตร ท่านถามว่า

ตังกิง มัญญะถะ ภิกขะเว............................ดังนี้ ภิกษุทั้งหลาย
รูปัง นิจจัง วา อนิจจัง วาติ ..........................รูปนี้เที่ยงหรือไม่เที่ยง ?
อนิจจัง ภันเต .........................................ไม่เที่ยงขอรับ
ยัมปะนา นิจจัง ทุกขัง วา ตัง สุขัง วาติ...........ในเมื่อเป็นเช่นนั้น เป็นสุขหรือเป็นทุกข์เล่า ?
ทุกขัง ภันเต .........................................เป็นทุกข์ขอรับ

ถามเหมือนถามเด็กเลย เรียนบาลีรู้ไว้ก็ดีเหมือนกัน เพราะหลักธรรมแท้ๆ แคะได้จากบาลี แต่ระยะหลังความหมายเริ่มเพี้ยนเยอะ คือการแปลขึ้นอยู่กับกำลังใจของคน ของบางอย่างต้องแปลจากสิ่งที่เราไม่เห็น เหมือนกับเวลาที่เขาอ่านพวกสัญญาบัตรตราตั้ง เราต้องอ่านสิ่งที่มองไม่เห็นด้วย เช่น มีลายเซ็นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นพระปรมาภิไธย ก็ต้องอ่านว่า “โดยพระปรมาภิไธย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุยลเดช ปร.” ต้องอ่านสิ่งที่มองไม่เห็น อ่านให้เห็นให้ได้

เรื่องของหลักธรรมหนักกว่านั้น เพราะว่าคำพูดและตัวหนังสือหยาบเกินไป อธิบายหลักธรรมชัดๆ ไม่ได้ ต้องอธิบายในสิ่งที่มองไม่เห็นแต่อยู่ตรงนั้นออกมาให้ได้

ต้องบอกว่าสัญญาและปัญญาทรามลงอย่างที่ หลวงพ่อวัดท่าซุง ท่านบอก สัญญาคือความจำ ปัญญาคือการรู้แจ้ง ปัจจุบันนี้บางทีก็เป็น จินตามยปัญญา คือคิดแล้วเข้าใจขึ้นมา แต่เนื่องจากว่ายังไม่ใช่ ภาวนามยปัญญา ยังไม่ใช่การรู้แจ้งจริงๆ ก็ยังมีการสูญหายไปได้ ถ้าเป็นเรื่องที่รู้แจ้งแล้วจะติดใจอยู่ตลอดไป ทรงอยู่ในใจอยู่ตลอดไป ถ้ามีใครสะกิดก็จะเข้าใจเลย รอคนสะกิดหน่อยเดียว หรือไม่ก็ประเภททำถึงเองก็จะเข้าใจชัดเจนแจ่มแจ้ง


สนทนากับพระครูวิลาศกาญจนธรรม (พระอาจารย์เล็ก สุธมฺมปญฺโญ)
ณ บ้านวิริยบารมี ต้นเดือนกรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๕๖


ที่มา : http://www.watthakhanun.com/webboard...?t=3835&page=6



.
__________________
เป็นเพื่อนกันได้ที่ https://www.facebook.com/natthaphat....ta?ref=tn_tnmn

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย suthamma : 08-10-2013 เมื่อ 02:10 AM
ฯ ๗๑  
sponsor links
กระทู้ถูกปิด

Bookmarks



(View-All เฉพาะที่เป็นสมาชิกที่ได้อ่านกระทู้นี้ ตั้งแต่ 02-12-2013, 12:13 PM (Set) (Clear)
greenoak, princesharp, starcom131045
คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ ให้คะแนนกระทู้นี้
ให้คะแนนกระทู้นี้:

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is ใช้ได้
Trackbacks are ใช้ได้
Pingbacks are ใช้ได้
Refbacks are ใช้ได้


LinkBacks (?)
LinkBack to this Thread: http://board.palungjit.org/f61/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8%E0%B8%99%E0%B9%8C%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B8%9B%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%86-511648.html
ถูกเขียนโดย For Type วันที่
พลังจิต เว็บพระพุทธศาสนา ( ย้ายมาที่ PALUNGJIT.ORG ) ธรรมะ พระไตรปิฎก ลึกลับ อภิญญา วิทยาศาสตร์ทางจิ This thread Refback 08-10-2013 06:47 AM
พลังจิต เว็บพระพุทธศาสนา ( ย้ายมาที่ PALUNGJIT.ORG ) ธรรมะ พระไตรปิฎก ลึกลับ อภิญญา วิทยาศาสตร์ทางจิ This thread Refback 07-10-2013 11:39 PM


เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +6 และเวลาในขณะนี้คือ 01:25 AM


พลังจิต | พระไตรปิฎก | เสียงธรรม | รูปภาพ | พจนานุกรม  | วัดไทย | คลิป | สารบัญเว็ป | หลวงพ่อฤาษีลิงดำ | อภิญญาหก | ฝึกสมาธิ
 
พุทธศาสนาจากพระโอษฐ์ | สมาธิ | แชท | เว็ปบอร์ด | พระเครื่อง | ดูดวง | ทำนายฝัน | Blog | | Google | แปลภาษา | SEO Hosting

vBulletin Copyright ©2000-2009 Jelsoft Enterprises Ltd. Search Engine Friendly URLs by vBSEO 3.6.1
Palungjit.com 1 April 2003 - 2013
Page generated in 0.11940 seconds with 12 queries