กลับไป   PaLungJit.org > พลังจิต > จิตวิทยา & สุขภาพ
Connect with Facebook
ตอบ
 
LinkBack คำสั่งเพิ่มเติม ให้คะแนนกระทู้ เรียบเรียงคำตอบ
เก่า 26-07-2010, 08:57 AM   #1
สมาชิก
 
jiradech panatuhk's Avatar
 
วันที่สมัคร: Jul 2008
สถานที่: Bangkok Lardphrao 87
ข้อความ: 1,443
Groans: 6
Groaned at 14 Times in 7 Posts
ได้ให้อนุโมทนา: 6,643
ได้รับอนุโมทนา 12,217 ครั้ง ใน 1,160 โพส
พลังการให้คะแนน: 605
jiradech panatuhk has a reputation beyond reputejiradech panatuhk has a reputation beyond reputejiradech panatuhk has a reputation beyond reputejiradech panatuhk has a reputation beyond reputejiradech panatuhk has a reputation beyond reputejiradech panatuhk has a reputation beyond reputejiradech panatuhk has a reputation beyond reputejiradech panatuhk has a reputation beyond reputejiradech panatuhk has a reputation beyond reputejiradech panatuhk has a reputation beyond reputejiradech panatuhk has a reputation beyond repute

ใบย่านาง




เป็นพืชสมุนไพรที่มีความโดดเด่นด้านการดับพิษและลดไข้ หมอแผนไทยจะใช้รากย่านางเข้าตำรับยาแก้ไข้ในตำรับยา 5 ราก (ประกอบด้วย รากย่านาง รากชิงชี่ รากท้าวยายหม่อม รากคนทา รากมะเดื่อชุมพร) หรือเบญจโลกวิเชียร หรือแก้วห้าดวง ซึ่งเป็นหนึ่งในตำรับยาแก้ไข้ ที่กระทรวงสาธารณสุขประกาศใช้ในบัญชียาจากสมุนไพรที่มีการใช้ตามองค์ความรู้ดั้งเดิม

ชาวไทยภาคอีสานและภาคเหนือนำใบย่านางมาใช้ประกอบอาหาร โดยเอาน้ำคั้นจากใบทำน้ำแกง คือแกงหน่อไม้หรือต้มเปรอะ แกงขี้เหล็ก แกงหวาย ลาบหมาน้อย ลาบเทา ต้มหน่อไม้ การประกอบอาหารดังกล่าวนี้ใช้น้ำคั้นใบย่านางจะช่วยฆ่าพิษหรือดับพิษของอาหารที่ประกอบนั้น เช่น หน่อไม้ จัดเป็นอาหารแสลงที่ทำให้ปวดเมื่อยตามร่างกาย ปวดเข่า ถ้าเป็นหญิงมักมีตกขาว หรือคันในช่องคลอดร่วมด้วย
หมอแผนไทยโดยส่วนใหญ่จึงมักห้ามกินหน่อไม้ในระหว่างที่ทำการรักษา แต่คนอีสานและเหนือจะแกงหน่อไม้ใส่ย่านางเพื่อฆ่าพิษของหน่อไม้ แต่ถ้าใครจะกินหน่อไม้ปีบก็ควรต้มกับน้ำย่านางก่อนจะปลอดภัยมากขึ้น แกงขี้เหล็กก็เช่นเดียวกัน ในขี้เหล็กมีสารพิษจึงมักต้มขี้เหล็กแล้วแกงกับน้ำย่านาง

สรรพคุณของย่านางตามที่กล่าวไว้คือ ราก ใช้แก้ไข้ทุกชนิด ทั้งไข้พิษ ไข้เหนือ ไข้หัด ไข้ฝีดาษ ไข้กาฬ ไข้ทับระดู ส่วน ใบ แก้เบื่อเมา กระทุ้งพิษไข้ แก้ไข้ แก้พิษเมา แก้อาการผิดสำแดง แก้ไข้กลับ แก้เลือดตก แก้กำเดา แก้ลม ลดความร้อน เถา แก้ไข้ ลดความร้อนในร่างกาย ข้อมูลทางเภสัชวิทยาระบุว่า ต้านมาลาเรีย ยับยั้งการหดเกร็งของลำไส้ ต้านฮีสตามีน และไม่พบความเป็นพิษ

ย่านางนั้นมีรสจืด และเป็นยาเย็น มีสรรพคุณในการดับพิษร้อน กลุ่มนักธรรมชาติบำบัดจึงได้นำเอาความรู้ตรงนี้มาใช้ประโยชน์แนะดื่มน้ำคั้นจากใบย่านาง เป็นน้ำคลอโรฟิลล์เพิ่มความสดชื่น และยังใช้ในการปรับสมดุลร้อนเย็นในร่างกาย เชื่อว่าสาเหตุของโรคต่างๆ ในร่างกายมาจากความร้อนที่ไม่สมดุลกับความเย็น หรือความเจ็บป่วยนั้นมักมีความร้อนเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นไข้ มะเร็ง ปวดแขนขา แสบร้อนเบ้าตา เป็นผดผื่นคัน แพ้อากาศ การใช้ยาเย็นจึงจะช่วยขับความร้อนในระบบต่างๆ เหล่านั้น และช่วยให้ร่างกายดีขึ้น รวมถึงเป็นการล้างสารพิษที่สะสมในระบบต่างๆ ของร่างกาย ซึ่งมาจากอาหารและสิ่งแวดล้อม

ข้อมูลทางโภชนาการระบุว่า ย่านางนั้นมีเบต้าแคโรทีนในปริมาณสูง ซึ่งจะช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ในร่างกาย อุดมด้วยเส้นในอาหาร แคลเซียม เหล็ก ฟอสฟอรัส ย่านางจึงเป็นหนึ่งในจำนวนผักพื้นบ้านที่นักวิจัยแนะนำให้นำมาใช้ในรูปแบบอาหารเพื่อรักษาโรคมะเร็ง ฉะนั้น การบริโภคในรูปแบบอาหารและเครื่องดื่มจึงเป็นการประโยชน์ที่เหมาะสมสำหรับการดูแลสุขภาพอย่างยิ่ง

ได้สอบถามจากหมอแผนไทยว่าการกินย่านางในปริมาณมากๆ จะเกิดผลเสียหรือไม่ ซึ่งได้รับคำแนะนำว่าไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย ยกเว้นคนที่มีปริมาณเกล็ดเลือดแดงในร่างกายต่ำ ควรหลีกเลี่ยงการบริโภค เพราะย่านางเป็นยาเย็นอาจส่งผลให้เกิดอันตรายได้ สำหรับบ้านไหนมีผู้ป่วยเป็นไข้ตัวร้อนสูง ต้องนั่งเฝ้าไข้เช็ดตัวทั้งวันทั้งคืน ก็ใช้รากย่านางต้มน้ำดื่มช่วยลดไข้ลงได้อย่างเร็ว เป็นการป้องกันผู้ป่วยไม่ให้เกิดอาการชักได้ด้วย หรือใช้น้ำนั้นเช็ดตัวร่วมด้วยก็ได้

สำหรับคนที่เป็นผดผื่นคันจากอาการแพ้ต่างๆ หรือไข้ออกตุ่ม ก็ใช้น้ำคั้นใบย่านางชโลมตามผิวบริเวณที่เป็น หรือผสมกับดินสอพองใช้ทาทิ้งไว้

เวลานี้น้ำคั้นใบย่านางกำลังกลายเป็นเทรนด์ใหม่ของคนรักสุขภาพ มีการแนะนำสูตรเครื่องดื่มนี้บอกต่อๆ กันพร้อมวิธีปรับปรุงสูตรเพื่อเพิ่มรสชาติ เช่น ใบย่างนาง เสลดพังพอน ตำลึง ผักบุ้ง อ่อมแซบ บัวบก หญ้าปักกิ่ง ใบเตย ฝรั่ง เลือกใบย่านางเป็นหลัก ส่วนผสมอื่นๆ เลือกตามสะดวกและหาได้ จะตำคั้น หรือปั่น หรือใช้เครื่องแยกกาก ก็ตามสะดวก แล้วแต่งรสชาติด้วย น้ำมะพร้าว น้ำอ้อย หรือน้ำผึ้ง หรือไม่แต่งรสเลยก็ได้ตามใจชอบ

เคยมีคนมาถามว่าย่านางจะหาซื้อได้ที่ไหน นั่นนะสินะจะหาซื้อย่านางได้ที่ไหน เพราะตามห้างสรรพสินค้าทั่วไปก็ไม่มีจำหน่ายซะด้วย ตามตลาดสดเท่าที่ไปสอบถามดูก็พบว่ามีแต่ชนิดเป็นน้ำที่เขาคั้นใส่ถุงไว้แล้ว ซึ่งนำมาใช้ดื่มไม่ได้แน่ ก็แนะนำไปตามตลาดสดที่มีมุมขายผักพื้นบ้านหรือตลาดนัดแบกะดินทั่วไปจะมีวางจำหน่ายอยู่ ถ้าเป็นแบบชนิดเครื่องดื่มที่บรรจุขวดก็จะมีตามร้านจำหน่ายอาหารปลอดสารพิษ

น้ำย่านางนับเป็นเครื่องดื่มสำหรับคนรักสุขภาพที่น่าสนใจอีกตัวหนึ่ง ยิ่งในภาวะโลกร้อน อากาศร้อนบ้านเราชักร้อนรุนแรงขึ้นทุกวัน น้ำย่านางน่าจะช่วยดับกระหายคลายร้อน ลดไข้แดดลงได้นะ.

วิธีทำ..น้ำใบย่านาง

ช่วงนี้เขาฮิตอินเทรนพวกน้ำใบย่านางเคยลองซื้อมาดื่มมันไม่เข้มข้นได้นิดเดียวด้วย และไม่มั่นใจในความสะอาดการทำเลยหันมาลองทำไว้ดื่มเองดีกว่ามั่นใจการดื่มกว่าเยอะ

ตอนแรกก็ไม่ค่อยชอบรสชาติมันมีกลิ่นเหม็นเขียวแต่ยังดีกลิ่นไม่แรงเท่าหญ้าปักกิ่ง ดื่มบ่อย ๆ แบบแช่ตู่เย็นชักจะชินจะว่าไปกลิ่นก็ไม่ต่างจากน้ำคลอโรฟิลมากนัก
ซื้อใบย่านางจากตลาด ที่บ้านไม่มีต้นย่านางกิ่งก้านที่เหลือเลยลองเอาปักชำดูเผื่อปลูกติด
ใบย่านางเด็ดเอาแต่ใบแช่น้ำล้างให้สะอา
ตำๆๆ ใบย่านางให้ละเอียดหน่อยน้ำจะได้เขียว ๆ
(บางคนจะปั่นด้วยเครื่องปั่นหรือจะใช้มือขยี้ก็ได้)
ตักใส่ชามไว้ ใส่ใบโต ๆ หน่อย
กดน้ำอุ่นที่ยังร้อนนิด ๆใส่ลงไป เพื่อฆ่าเชื้อโรคหน่อย
แต่สารอาหารจะได้ยังเหลือ ถ้าใส่น้ำต้มร้อน ๆ เดี๋ยวพวกวิตามินคลอโรฟินจะหา
ใส่กระชอนหรือผ้าขาวบางกรองเอาแต่น้ำ
กรอกเอาใส่ขวด ใส่ตู้เย็นเก็บไว้กินหลายวัน
เพราะถ้าเกิน 4 ชั่วโมงมักจะมีกลิ่นเหม็นเปรี้ยว ไม่เหมาะที่จะดื่ม
แต่ถ้าแช่ในตู้เย็น ควรใช้ภายใน 3-7 วัน โดยให้สังเกตุที่กลิ่นเปรี้ยวเป็นหลัก

ดื่มแบบเย็นจะชื่นใจมากรู้สึกสดชื่นทันที เพราะน้ำย่านางมีคลอโรฟิลเยอะมาก

ใส่น้ำผึ้ง
ถ้าอยากเพิ่มรสชาติและเปลี่ยนกลิ่นจะหอมน้ำผึ้ง
หรือจะผสมน้ำอย่างอื่นแล้วแต่สะดวก

ดื่มครั้งละ 1/2 - 1 แก้ว วันละ 2-3 เวลาก่อนอาหารหรือตอนท้องว่าง
หรือผสมเจือจางดื่มแทนน้ำ

สรรพคุณน้ำใบย่านาง


หมอเขียว(ใจเพชร มีทรัพย์)นักวิชาการสาธารณสุข
ประสบการณ์ของผู้ป่วยที่ใช้ใบย่านางแก้ไขปัญหาสุขภาพจนมีผลให้อาการเจ็บป่วยทุเลาเบาบางลง
- เนื้องอกในมดลูก มดลูกโต ตกเลือด ตกขาวปวดตามร่ายกาย
- มะเร็งปอด
- มะเร็งตับ
- มะเร็งมดลูก
- โรคหัวใจ โรคไตโรคกระเพาะอาหารอักเสบ เนื้องอกในเต้านม
- เบาหวานและความดันโลหิตสูง
- ขับสารพิษ
- ภูมิแพ้ ไอ จาม
- เริ่ม งูสวัด
- ตุ่มผื่นคันที่แขน
- อาการปวดแสบขัด ออกร้อนในทางเดินปัสสาวะ
- นอนกรน ไตอักเสบ
- อาการปวดขาที่แขน
- เล็บมือผุ
- เก๊าต์

วิธีใช้


ใช้ใบย่านางในการเพิ่มคลอโรฟิล คุ้มครองเซลล์ฟื้นฟูเซลล์ ปรับสมดุล
บำบัดหรือบรรเทาอาการที่เกิดจากภาวะไม่สมดุล แบบร้อนเกินดังนี้

เด็ก ใช้ใบย่านาง 1-5 ใบ ต่อน้ำ 1-3 แก้ว 200-600 ซีซี
ผู้ใหญ่ที่รูปร่างผอม บางเล็ก ทำงานไม่ทน ใช้ 5-7 ใบ ต่อน้ำ 1-3 แก้ว
ผู้ใหญ่ที่รูปร่างผอม บาง เล็กทำงานทน ใช้ 7-10 ใบ ต่อน้ำ 1-3 แก้ว
ผู้ใหญ่ที่รูปร่างสมส่วน ตัวตัวโต ใช้ 10-20 ใบ ต่อน้ำ 1-3 แก้ว

โดยใช้ใบย่านางสดโขลกให้ละเอียดแล้วเติมน้ำ(อุ่นน้ำจะได้สะอาด) หรือขยี้ใบย่านางกับน้ำหรือปั่นในเครื่องปั่น
แต่การปั่นในเครื่องปั่นไฟฟ้าจะทำให้ประสิทธิภาพลดลงบ้างเนื่องจากความร้อนจะไปทำลายความเย็นของย่านาง

ดื่มครั้งละ 1/2 - 1 แก้ววันละ 2-3 เวลาก่อนอาหารหรือตอนท้องว่าง
หรือผสมเจือจางดื่มแทนน้ำ เพราะถ้าเกิน 4 ชั่วโมง มักจะมีกลิ่นเหม็นเปรี้ยว ไม่เหมาะที่จะดื่ม
แต่ถ้าแช่ในตู้เย็นควรใช้ภายใน 3-7 วันโดยให้สังเกตุที่กลิ่นเปรี้ยวเป็นหลัก

บางคนดื่มน้ำย่านางแล้วรู้สึกแพ้ผะอืดผอม เพราะฉะนั้นจึงควรกลับไปดูว่าปริมาณการดื่มและความเข้มข้นของสมุนไพรควรเหมาะสมกับตัวเรามากที่สุดและดื่มแบบพอดีกับที่ร่างกายเราต้องการเพราะถ้าเรารู้สึกผะอืดผะอมขึ้นมาเมื่อไหร่แสดงว่าร่างกายบอกว่าพอแล้วนั่นเอง

การทำน้ำย่านางอาจผสมน้ำมะพร้าวช่วยให้ดื่มง่ายขึ้น

บางคนเป็นโรคหรือมีอาการหนักมากให้ใช้พืชฤทธิ์เย็นที่นำมาช่วยเสริม รวมกับย่านางพืชฤทธิ์เย็นที่นำมาเสริมฤทธิ์ย่านางที่มีประสิทธิภาพดีได้แก่ ใบอ่อมแซ่บ 1 กำมือใบเตย 1-3 ใบ ผักบุ้ง 5-10 ต้น บัวบก 1 กำมือ เสลดพังพอนตัวเมีย 5-10 ยอด (1 ยอดยาว 1 คืบ) ใบตำลึงแก่ 1 กำมือ หญ้าปักกิ่ง 1-3 ต้น ว่านกาบหอย 3-5 ใบ เป็นต้นโดยนำมาเสริมเท่าที่จะหาได้ พืชชนิดใดที่หาไม่ได้ก็ไม่ต้องใช้และถ้าพืชชนิดใดไม่ถูกกับผู้ที่จะดื่มก็ไม่ต้องมาผสม

บางคนไม่ชินกับการรับประทานสด ก็สามารถผ่านไฟอุ่นหรือเดือดได้ไม่เกิน 5 นาที โดยตรวจสอบร่างกายของตนเองว่า ระหว่างรับประทานสดกับผ่านไฟอย่างไหนรู้สึกสดชื่นสบายหรืออาการทุเลาได้มากกว่าก็ใช้วิธีนั้น

คนที่เป็นโรคกระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบให้ดื่มน้ำย่านางหรือสมุนไพรรวมฤทธิ์เย็นกับกล้วยดิบและขมิ้นโดยใช้กล้วยดิบทั้งเปลือก 1 ลูก แบ่งเป็น 3 ส่วน เท่าๆ กันนำกล้วยดิบและขมิ้นอย่างละ 1 ชิ้น (ต่อครั้ง) โขลกให้ละเอียด หรือหั่นเป็นชิ้นเล็กๆเคี้ยวให้ละเอียดแล้วกลืน พร้อมดื่มน้ำย่านาง หรือสมุนไพรรวมฤทธิ์เย็น วันละ 3 เวลาก่อนอาหาร หรือหลังอาหารอย่างน้อย 2 ชั่วโมง
แต่ถ้ามีอาการออกร้อนท้องร่วมด้วยให้งดขมิ้น สำหรับกล้วยดิบหรือขมิ้นอาจใช้เป็นลูกกลอกหรือแคปซูลก็ได้ ใช้กล้วยดิบครั้งละ 3-5 เม็ด 3 เวลาก่อนอาหาร ส่วนขมิ้นใช้ครั้งละ 1-3 เม็ด 3 เวลาก่อนอาหาร

สำหรับคนที่มีอาการท้องเสียให้ใช้ย่านางปริมาณที่เหมาะสมกับบุคคลดังที่นำเสนอข้างต้น ขยี้กับใบฝรั่งแก่ 3-5 ใบหรือใบทับทิมครึ่ง – 1 กำมือ ต่อน้ำ 1-3 แก้ว ดื่มก่อนอาหาร ครั้งละครึ่ง – 1 แก้วหรือดื่มบ่อยจนกว่าจะหายท้องเสียย่านางสามารถฆ่าเชื้อโรคที่เป็นเหตุให้เกิดอาการท้องเสีย

อีกสูตรหนึ่งที่ได้ผลดีมากคือ ดื่มน้ำย่านาง หรือน้ำสมุนไพรฤทธิ์เย็นควบคู่กับสมุนไพรต้ม คือเอาเปลือกสะเดา (ส่วนที่มีรสฝาดขมกึ่งกลางระหว่างเปลือกแข็งนอกสุดและแก่น) ยาว 1 คืบของผู้ป่วยกว้าง 1-2 เซนติเมตร เปลือกมังคุดสดหรือตากแห้ง 1-3 ลูก ใบฝรั่งแก่ 3-5 ใบทั้งสามอย่าง รวมกัน ต้มใส่น้ำ 3-5 แก้ว เดือด 5-10 นาที แล้วผสมน้ำตาล 3-5 ช้อนโต๊ะ ดื่มครั้งละ 1 แก้ว 3 เวลา ก่อนอาหาร หรือจิบเรื่อยๆจนกว่าอาการท้องเสียจะหาย


การใช้น้ำย่านางกับภายนอกร่างกาย


- ใช้น้ำย่านางหรือน้ำสมุนไพรฤทธิ์เย็นเจือจางกับน้ำเปล่าใช้เช็ดตัวลดไข้ได้อย่างดีหรือใช้ผ้าชุบวางบริเวณที่ปวดออกร้อน ช่วยลดความร้อนของร่างกายและผิวหนัง

- ผสมน้ำยาสระผม ใช้สระผมได้อย่างดี ช่วยให้ศรีษะเย็น ผมดกดำหรือชะลอผมหงอก

- ใช้ย่านางหรือน้ำสมุนไพรฤทธิ์เย็น ผสมดินสอพองหรือปูนเคี้ยวหมากให้เหลวพอประมาณทาสิว ฝ้า ตุ่ม ผื่น คัน พอกฝีหนังจะช่วยถอนพิษและแก้อักเสบได้

การประเมินว่าปริมาณหรือความเข้มข้นพอเหมาะที่จะดื่มหรือไม่
- ขณะที่ดื่มเข้าไปจะกลืนง่ายไม่ฝืดฝืน ไม่ระคายคอ
- อาการไม่สบายทุเลาลง ปากคอชุ่มร่างกายสดชื่น
- ถ้าดื่มน้อยไป อาการก็ไม่ทุเลาถ้าดื่มมากไปก็จะเกิดอาการไม่สบายบางอย่างหรือในขณะดื่มจะรู้สึกได้ว่าร่างกายจะมีสภาพต้านบางอย่างเกิดขึ้น



มีประสบการณ์นำใบย่านางมารักษาผู้ป่วยหนักหลายโรคพบว่าทุเลาเบาบางลง และหายป่วย
บางครั้งใช้ร่วมกับยาตัวอื่นแต่ส่วนใหญ่คนที่ดื่มน้ำย่านางทุกวัน
จะเห็นผลได้ภายในเวลา ๓เดือน

โรคที่มีรายงานว่า ดื่มน้ำย่านางหาย เช่น ลดน้ำตาลในเลือดความดันโลหิตสูง
ตกเลือดจากมดลูก โรคเก๊าท์ และโรคเชื้อราทำลายเล็บหรือเป็นผื่นคัน
เป็นอาการของโรคที่เกิดจากภาวะไม่สมดุลแบบร้อนเกิน

มีผู้ซึ่งนำย่านาง ไปกินวันละ 1 แก้ว
รายงานผลกลับมาว่า ริดสีดวงทวารที่เป็นอยู่นานได้หายไป
อีกรายหนึ่ง ประจำเดือนไม่มาเป็นเวลา 3 - 4 เดือนไปหาหมอและรับยามากินก็ยังไม่มา
หลังจากกินน้ำใบย่านางได้ 10 วันประจำเดือนก็มาตามปกติ

ใบย่านางมีฤทธิ์เย็นใช้บำบัดหรือบรรเทาอาการอันเกิดจากภาวะไม่สมดุลแบบร้อนเกินเพราะคนส่วนใหญ่มีความเครียดสูง ถูกกดดันจากสภาพสังคมและเศรษฐกิจ ต้องแก่งแย่งเร่งรีบฯ
สิ่งแวดล้อมก็มีมลพิษมากขึ้น โลกร้อนขึ้นอาหารและเครื่องดื่มก็ปนเปื้อนสารเคมีมากขึ้น คนอยู่กับเครื่องไฟฟ้า อิเล็คทรอนิกส์สิ่งเหล่านี้เป็นเหตุปัจจัยหลักที่ทำให้คนเจ็บป่วยด้วยภาวะไม่สมดุลแบบร้อนเกิน

สามารถใช้ใบย่านางปรับสมดุลบำบัดหรือบรรเทาได้เช่น ตาแดง ตาแห้ง แสบตา ปวดตา ตามัว ขี้ตาข้น, มีตุ่มแผลออกร้อนในช่องปาก เหงือกอักเสบ นอนกรน ปากแห้งแตกเป็นขุย ปวดหัว ตัวร้อน ไข้ขึ้นมีเส้นเลือดขอดตามส่วนต่าง ๆ ของร่าวกาย ท้องผูก เริม งูสวัด อ่อนล้า เพลียนอนพักก็ไม่หาย เจ็บปลายลิ้น เจ็บคอ เสียงแหบ ความดัน เบาหวาน เก๊าต์ เนื้องอกมะเร็ง ฯลฯ
ไมเกรนที่เคยเป็นก็ไม่ค่อยมาเยือนแล้ว



เมื่อคุณแม่ของเขาคนหนึ่งตกเลือดจากมดลูกอย่างรุนแรงหลังจากที่เขาตัดสินใจใช้ย่านางเป็นสมุนไพรหลักในการบำบัดอาการของคุณแม่ก็ทุเลาอย่างรวดเร็วภายใน 3 วันเลือดหยุดไหล เมื่อใช้ย่านางอีกบำบัดต่อเนื่องอีก 3 เดือนต่อมา มดลูกที่โต 16 เซนติเมตรก็ยุบลงเหลือเท่าขนาดปกติ คือเท่าผลชมพู่ผิวมดลูกที่ขรุขระเหมือนหนังคางคกก็หายไปอาการตกขาวก็หายไปด้วย

ต่อมาใช้ย่านางกับผู้ป่วยมะเร็งตับผู้ป่วยก็อาการดีขึ้น เมื่อครบ 3 เดือนไปตรวจอัลตราซาวด์ พบว่ามะเร็งฝ่อลงจากนั้นก็ทดลองกับผู้ป่วยโรคเกาต์ให้ ดื่มน้ำย่านางต่อเนื่อง 3 เดือนอาการปวดข้อก็หายไป ไปตรวจที่โรงพยาบาลไม่พบโรคเกาต์ ซึ่งทางการแพทย์แผนปัจจุบันบอกว่าเป็นโรคที่รักษาไม่หาย

ได้ทดลองกับผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูงหลังจากดื่มน้ำย่านางต่อเนื่อง พบว่าสามารถลดน้ำตาลในเลือดและลดความดันโลหิตได้

หลังจากนั้นเขาได้ข้อมูลจากคนแก่อายุ 77 ปีคนหนึ่งที่ดื่มน้ำย่านางต่อเนื่องกัน 1 เดือนพบว่าผมที่เคยขาวกลับเปลี่ยนเป็นสีเทา และมีสีดำแซมลูกสาวของคนแก่ดังกล่าวเป็นเชื้อราทำลายเล็บรักษาด้วยการทาและกินยาแผนปัจจุบันไม่หาย พอดื่มน้ำย่านางได้ 10 วันก็ทุเลาอย่างรวดเร็ว

ได้ทดลองให้น้ำย่านางกับผู้ป่วยอีกหลายโรคหลายอาการไม่ว่าเป็นอาการไข้ขึ้น ปวดหัว ตัวร้อน ปวดเมื่อยตามร่างกาย ตุ่มผื่นคัน และอาการอื่นๆก็พบว่าอาการทุเลาอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นโรคร้ายที่รักษายากหรือโรคที่รักษาง่ายหลายโรคหลายอาการย่านางสามารถบำบัดรักษาให้ทุเลาเบาบางหรือหายได้

ตรงกันข้ามกับเมื่อ 30-50 ปีที่ผ่านมา ผู้คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีความเครียด วิถี ชีวิตเรียบง่าย สงบ เอื้อเฟื้อเกื้อกูลกัน ไม่ต้องแก่งแย่งแข่งขัน ไม่ต้องเร่งรีบเหมือนคนยุคนี้สิ่งแวดล้อมมีมลพิษน้อย ป่าไม้ก็มีมาก แม่น้ำลำธารใสสะอาดอาหารการกินไม่มีสารเคมีเจือปน ตั้งแต่กระบวนการผลิตทางการเกษตรจนถึงกระบวนการปรุงอาหารก็ไร้สารพิษ ปรุงแต่งน้อย รสไม่จัดจ้านเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ไม่ค่อยมี ผู้คนส่วนใหญ่ในยุคนั้นจึงมักมีภาวะไม่สมดุลแบบเย็นเกินไป

อาการหรือโรคที่เกิดจากภาวะไม่สมดุลแบบร้อนเกินไปซึ่งสามารถใช้ใบย่านางปรับสมดุล บำบัดหรือบรรเทาได้ มีดังต่อไปนี้

1. ตาแดงตาแห้ง แสบตา ปวดตา ตามัว ขี้ตาข้น เหนียว หรือไม่ค่อยมีขี้ตา
2. มีสิวฝ้า
3. มีตุ่ม แผล ออกร้อนในช่องปาก เหงือกอักเสบ
4. นอนกรน ปากคอแห้งริมฝีปากแห้งแตกเป็นขุย
5. ผมหงอกก่อนวัย รูขุมขน ขยายโดยเฉพาะบริเวณหน้าอก คอทั้งด้านหน้า และด้านหลัง
6. ไข้ขึ้น ปวดหัว ตัวร้อน ครั่นเนื้อครั่นตัว
7. มีเส้นเลือดขอดตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย เส้นเลือดฝอยแตกใต้ผิวหนัง มีรอยจ้ำเขียวคล้ำ
8. ปวดบวมแดงร้อนตามร่างกายหรือตามข้อ
9. กล้ามเนื้อเกร็งค้าง กดเจ็บเป็นตะคริวบ่อยๆ
10. ผิวหนังผิดปกติคล้ายรอยไหม้ เกิดฝีหนองน้ำเหลืองเสียตามร่างกาย
11. ตกกระสีน้ำตาลหรือสีดำตามร่างกาย
12. ท้องผูกอุจจาระแข็งหรือเป็นก้อนเล็กๆ คล้ายขี้แพะ บางครั้ง มีท้องเสียแทรก
13. ปัสสาวะมีปริมาณน้อย สีเข้ม ปัสสาวะบ่อย แสบขัด ถ้าเป็นมากๆ จะเป็นสีน้ำล้างเนื้อหรือมีเลือดปนออกมาด้วย มักมีปัสสาวะช่วงเที่ยงคืนถึงตี 2 (คนที่ร่างกายปกติ สมดุลจะไม่ตื่นปัสสาวะกลางดึก)
14. ออกร้อนท้อง แสบท้อง บางครังมีอาการท้องอืดร่วมด้วย
15. มีผื่นที่ผิวหนัง ปื้นแดงคัน หรือมีตุ่มใสคัน
16. เป็นเริม งูสวัด
17. หายใจร้อน เสมหะเหนียวข้น ขาวขุ่น สีเหลืองหรือสีเขียวบางทีเสมหะพันคอ
18. โดยสารยานยนต์ มักอ่อนเพลียและหลับขณะเดินทาง
19. เลือดกำเดาออก
20. มักง่วงนอน หลังกินข้าวอิ่มใหม่ๆ
21. เป็นมากจะยกแขนขึ้นไม่สุด ไหล่ติด
22. เล็บมือ เล็บเท้า ขวางสั้น ผุ ฉีกง่ายมีสีน้ำตาลหรือดำคล้ำ อักเสบ บวมแดงที่โคนเล็บ
23. หน้ามืด เป็นลม วิงเวียนบ้านหมุน คลื่นไส้ มักแสดงอาการเมื่ออยู่ในที่อับหรืออากาศร้อนหรือเปลี่ยนอิริยาบถเร็วเกิน หรือทำงานเกินกำลัง
24. เจ็บเหมือนมีเข็มแทงหรือไฟช็อต หรือร้อนเหมือนไฟเผา
25. อ่อนล้า อ่อนเพลียแม้นอนพักก็ไม่หาย
26. รู้สึกร้อนแต่เหงื่อไม่ออก
27. เจ็บปลายลิ้นแสดงว่าหัวใจร้อนมากถ้าเป็นมากจะเจ็บแปลบที่หน้าอก และอาจร้าวไปที่แขน
28. เจ็บคอ เสียงแหบ คอแห้ง
29. หิวมาก หิวบ่อย หูอื้อ ตาลาย ลมออกหู หูตึง
30. ส้นเท้าแตก เจ็บส้นเท้า ออกร้อน บางครั้งเหมือนไฟช็อต
31. เกร็ง ชัก
32. โรคที่เกิดจากสมดุลแบบร้อนเกินไป ได้แก่ โรคหัวใจ เป็นหวัดร้อน ไซนัสอักเสบหลอดลมอักเสบ กล่องเสียงอักเสบ ตับอักเสบ กระเพาะอาหารลำไส้อักเสบ ไทรอยด์เป็นพิษริดสีดวงทวาร มดลูกโต ตกขาว ตกเลือด ปวดมดลูก หอบหืด ไตอักเสบ ไตวาย นิ่วไตนิ่วกระเพาะปัสสาวะ นิ่วถุงน้ำดี กระเพาะปัสสาวะอักเสบ ไส้เลื่อน ต่อมลูกหมากโตโรคเกาต์ ความดันสูง เบาหวาน
เนื้องอก มะเร็งพิษของแมลงสัตว์กัดต่อย
จากการทดลองพบว่าสารสกัดจากรากย่านางมีฤทธิ์ต้านเชื้อมาลาเรียชนิด
ฟัลซิพารัม


ใบ รสจืดขม รับประทานถอนพิษผิดสำแดง แก้ไข้ ตัวร้อน แก้ไข้รากสาด ไข้พิษ ไข้หัว ไข้กลับซ้ำใช้เข้ายาเขียว ทำยาพอก ลิ้นกระด้าง คางแข็ง กวาดคอ แก้ไข้ฝีดาษไข้ดำแดงเถา

ราก รสจืดขม กระทุ้งพิษไข้ แก้ไข้ ปรุงยาแก้ไข้รากสาด ไข้กลับไข้พิษ ไข้ผิดสำแดง ไข้เหนือ ไข้หัวจำพวกเหือดหัด สุกใส ฝีดาษ ไข้กาฬรับประทานแก้พิษเมาเบื่อแก้เมสุรา แก้พิษภายในให้ตกสิ้น บำรุงหัวใจ บำรุงธาตุแก้โรคหัวใจบวม ถอนพิษผิดสำแดง แก่ไม่ผูก ไม่ถ่าย แก้กำเดา แก้ลม

ทั้งต้นปรุงเป็นยาแก้ไข้กลับ

1. แก้ไข้
ใช้รากย่านางแห้ง 1 กำมือ ประมาณ 15 กรัมต้มกับน้ำ 2 แก้วครึ่ง เคี่ยวให้เหลือ 2 แก้ว ให้ดื่มครั้งละ ½ แก้ว ก่อนอาหาร 3 เวลา
2. แก้ป่วง (ปวดท้องเพราะกินอาหารผิดสำแดง)
ใช้รากย่านางแดงและรากมะปรางหวาน ฝนกับน้ำอุ่นแต่ไม่ถึงกับข้น ดื่มครั้งละ ½-1 แก้วต่อครั้ง วันละ 3-4 ครั้ง หรือทุกๆ 2 ชั่วโมงถ้าไม่มีรากมะปรางหวาน ก็ใช้รากย่านางแดงอย่างเดียวก็ได้ หรือถ้าให้ดียิ่งขึ้นใช้รากมะขามฝนรวมด้วย
3. ถอนพิษเบื่อเมาในอาหาร เช่น เห็ด กลอยใช้รากย่านางต้นและใบ 1 กำมือ ตำผสมกับข้าวสารเจ้า 1 หยิบมือ เติมน้ำคั้นให้ได้ 1 แก้ว กรองด้วยผ้าขาวบาง ใส่เกลือและน้ำตาลเล็กน้อยพอดื่มง่ายให้หมดทั้งแก้วทำให้อาเจียนออกมา จะช่วยให้ดีขึ้น
4. ดับพิษร้อนถอนพิษไข้
ใช้หัวย่านางเคี่ยวกับน้ำ 3 ส่วน ให้เหลือ 1 ส่วนดื่มครั้งละ ½ แก้ว
การใช้เป็นยาพื้นบ้านในภาคอีสาน
1. ใช้ราก ต้มเป็นยาแก้อีสุกอีใสตุ่มผื่น
2. ใช้รากย่านางผสมรากหมาน้อย ต้มแก้ไข้มาลาเรีย
3. ใช้รากต้มขับพิษต่างๆ

ใบย่านางคั้นเอาน้ำปรุงอาหารต่างๆ เช่น แกงหน่อไม้ซุบหน่อไม้ (ย่านางสามารถต้านพิษกรดยูริกในหน่อไม้ได้) แกงอ่อม แกงเห็ดหรือขยี้ใบสดกับหมาน้อย รับประทานถอนพิษร้อนต่างๆ
ช่วยทำให้น้ำแกงข้นมากขึ้นด้วยนอกจากนี้ยังสามารถนำไปประกอบเป็นอาหารต่างๆ ดังนี้

ภาคอีสาน

1. เถาว์ ใบอ่อน ใบแก่ ตำ คั้นเอาน้ำสีเขียว นำไปต้มกับหน่อไม้ ปรุงเป็นแกงหน่อไม้ซุบหน่อไม้ แกงต้มเปรอะ เชื่อว่าย่านางจะช่วยลดรสขม ของหน่อไม้ได้ดีทำให้หน่อไม้มีรสหวานอร่อย
2. นำไปแกงกับยอดหวาย
3. นำไปแกงกับขี้เหล็ก
4. นำไปใส่แกงขนุน แกงผักอีลอก
5. นำไปอ่อมและหมก

ภาคใต้

1. ใช้ยอด ใบเพสลาด (ไม้อ่อน ไม่แก่เกินไป) นำไปแกงเลียง ผัด แกงกะทิ
2. ผลสุกใช้กินเล่น

ภาคเหนือ

1. ยอดอ่อน นำมาลวกเป็นผักจิ้มน้ำพริก
2. ยอดอ่อน ใบแก่ คั้นน้ำนำมาใส่แกงพื้นเมือง เช่น แกงหน่อไม้แกงแค
ประโยชน์ใช้สอยอื่นๆ
1. น้ำสีเขียวจากใบย่านางนำไปใช้ย้อมผ้าได้อีกด้วย
2. ใช้เป็นอาหารสัตว์ เช่นกระบือ
3. เถาว์ มีความเหนียวใช้มัดสัมภาระได้

ยอดอ่อนของเถาย่านางยังสามารถนำมารับประทานแกล้มแนมกับของเผ็ดอื่นได้ด้วยหรืออย่างชาวอีสานก็นิยมนำใบ และยอดอ่อนใส่รวมกับแกงขนุน แกงอีลอก อ่อมและหมกต่าง ๆใส่ในแกงเลียงและแกงหวาน ใส่ในแกงขี้เหล็ก น้ำคั้นจากใบก็ใช้เติมลงไปด้วยเพื่อลดความขมของใบขี้เหล็ก

แก้เมาเรือ แก้เมาสุรา แก้โรคหัวใจและแก้ลมใบก็ช่วยถอนพิษและแก้ไข้ ส่วนของเถาใช้แก้ตานขโมย

วิธีใช้


1 แก้ประดงเลือดลม ใช้ใบกะเม็ง ขมิ้นอ้อย ใบหมากตัวผู้
ใบหมากตัวเมีย ใบย่านางอย่างละเท่าๆกัน โขลกรวมกันคั้น
เอาน้ำทา ประดงทราย ก็จะหายภายในไม่ช้า
2 แก้อาการผิดสำแดง เอาใบมะขาม ใบย่านาง ใบบัวบก
เอาอย่าง ละ เท่าๆกันตำละเอียดผสมน้ำซาวข้าว ดื่มครั้งละ 1 ถ้วยชา
แก้อาการ ผิดสำแดงเพระาเป็นไข้แล้วกินของแสลง ไข้กำเริบ ได้ผลดี
3 ยาแก้เลือดตกไม่หยุด เอาใบมะขามเปลือกตะขบ รากย่านาง รากคัดเค้า ต้ม 3 เอา 1 กิน
4 ยาแก้อาหารเป็นพิษเอารากตะไคร้ 1 รากย่านาง 1 รากว่าน น้ำ 1
ตัวยาทั้ง 3 ล้างให้สะอาดฝนกับฝาละมีหม้อดิน ผสมกับน้ำต้มสุก
รับประทาน ครั้งละ 1 ถ้วย มีสรรพคุณแก้อาหารเป็นพิษ เพราะผิดสำ
แดง ที่เกิดจากรับประทานอาหารเข้าไป ทำให้ปวดท้องอาเจียน ท้อง เสีย ให้หาย ได้ผลชะงัด
5 ยารักษาแผลกลาย เอาใบเถาวัลย์เขียน (อ่อนๆ) 4-5 ใบ
ใส่ ปากเคี้ยวให้ละเอียด พอกบริเวณที่เป็นแผลกลายเมื่อยาพอกแห้ง
เปลี่ยนยา พอกใหม่ จะหายภายใน 7 วัน
6 ยาแก้โรคประดง เอาไพลรากย่านาง จันทร์หอม ตัวยาทั้ง 3 นี้
ตำละเอียดผสมน้ำซาวข้าวทาบริเวณที่เป็นเม็ดผื่นคัน
ยังสามารถใช้น้ำย่านางมาสระผม ช่วยให้ศีรษะเย็นผมดกดำหรือชลอผมหงอก
ผสมดินสอพองหรือปูนเคี้ยวหมากให้เหลวพอประมาณ ทาสิว ฟ้าตุ่ม ผื่นคัน พอกฝีหนอง


ประโยชน์ของน้ำใบย่านาง


1. เคลือบแผลในกระเพาะอาหารและลำไส้
2. ปรับสมดุลของกรดในกระเพาะอาหาร

ลักษณะของน้ำใบย่านาง


1. มีกลิ่นเหม็นเขียว คล้ายน้ำใบบัวบก
แต่เมื่อดื่มแล้วจะรู้สึกได้ทันทีว่าน้ำใบย่านางมีสรรพคุณดีกว่าน้ำใบบัวบก
2. ใบย่านางเป็นสมุนไพรธาตุเย็น เหมาะสำหรับคนธาตุร้อน
ถ้าดื่มแล้วร่างกายรู้สึกหนาวให้ลดปริมาณลง

การปลูกและขยายพันธุ์


ย่านางเป็นพืชที่ขึ้นในดินทุกชนิดและปลูกได้ทุกฤดู ขยายพันธุ์โดยการใช้หัวใต้ดิน เถาว์แก่ที่ติดหัว ปักชำยอดหรือการเพาะเมล็ด รดน้ำให้ฉ่ำชุ่มสักพักเถาย่านางก็จะคลี่กางเลื้อยขึ้นพันหากไม่มีค้างก็มักเลื้อยพันต้นไม้อื่นที่อยู่ใกล้เคียง
เดิมนั้นเถาย่านางเป็นไม้ป่าจึงอดทนเป็นเยี่ยมและเติบโตได้ในทุกสภาพดินและสภาพอากาศทุกฤดูกาล


panyathai.or.th

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย hura : 27-07-2010 เมื่อ 03:10 PM
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
sponsor links
เก่า 26-07-2010, 10:52 AM   #2
สมาชิก
 
ศนิวาร's Avatar
 
วันที่สมัคร: Apr 2008
ข้อความ: 6,782
Groans: 12
Groaned at 20 Times in 19 Posts
ได้ให้อนุโมทนา: 5,656
ได้รับอนุโมทนา 19,911 ครั้ง ใน 4,267 โพส
พลังการให้คะแนน: 5301670
ศนิวาร has a reputation beyond reputeศนิวาร has a reputation beyond reputeศนิวาร has a reputation beyond reputeศนิวาร has a reputation beyond reputeศนิวาร has a reputation beyond reputeศนิวาร has a reputation beyond reputeศนิวาร has a reputation beyond reputeศนิวาร has a reputation beyond reputeศนิวาร has a reputation beyond reputeศนิวาร has a reputation beyond reputeศนิวาร has a reputation beyond repute

อ้างอิง:
ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ jiradech panatuhk อ่านข้อความ
fficeffice" />>>
ใบย่านาง
เป็นพืชสมุนไพรที่มีความโดดเด่นด้านการดับพิษและลดไข้ หมอแผนไทยจะใช้รากย่านางเข้าตำรับยาแก้ไข้ในตำรับยา 5 ราก (ประกอบด้วย รากย่านาง รากชิงชี่ รากท้าวยายหม่อม รากคนทา รากมะเดื่อชุมพร) หรือเบญจโลกวิเชียร หรือแก้วห้าดวง ซึ่งเป็นหนึ่งในตำรับยาแก้ไข้ ที่กระทรวงสาธารณสุขประกาศใช้ในบัญชียาจากสมุนไพรที่มีการใช้ตามองค์ความรู้ดั้งเดิม >>
ชาวไทยภาคอีสานและภาคเหนือนำใบย่านางมาใช้ประกอบอาหาร โดยเอาน้ำคั้นจากใบทำน้ำแกง คือแกงหน่อไม้หรือต้มเปรอะ แกงขี้เหล็ก แกงหวาย ลาบหมาน้อย ลาบเทา ต้มหน่อไม้ การประกอบอาหารดังกล่าวนี้ใช้น้ำคั้นใบย่านางจะช่วยฆ่าพิษหรือดับพิษของอาหารที่ประกอบนั้น เช่น หน่อไม้ จัดเป็นอาหารแสลงที่ทำให้ปวดเมื่อยตามร่างกาย ปวดเข่า ถ้าเป็นหญิงมักมีตกขาว หรือคันในช่องคลอดร่วมด้วย >>
หมอแผนไทยโดยส่วนใหญ่จึงมักห้ามกินหน่อไม้ในระหว่างที่ทำการรักษา แต่คนอีสานและเหนือจะแกงหน่อไม้ใส่ย่านางเพื่อฆ่าพิษของหน่อไม้ แต่ถ้าใครจะกินหน่อไม้ปีบก็ควรต้มกับน้ำย่านางก่อนจะปลอดภัยมากขึ้น แกงขี้เหล็กก็เช่นเดียวกัน ในขี้เหล็กมีสารพิษจึงมักต้มขี้เหล็กแล้วแกงกับน้ำย่านาง >>
สรรพคุณของย่านางตามที่กล่าวไว้คือ ราก ใช้แก้ไข้ทุกชนิด ทั้งไข้พิษ ไข้เหนือ ไข้หัด ไข้ฝีดาษ ไข้กาฬ ไข้ทับระดู ส่วน ใบ แก้เบื่อเมา กระทุ้งพิษไข้ แก้ไข้ แก้พิษเมา แก้อาการผิดสำแดง แก้ไข้กลับ แก้เลือดตก แก้กำเดา แก้ลม ลดความร้อน เถา แก้ไข้ ลดความร้อนในร่างกาย ข้อมูลทางเภสัชวิทยาระบุว่า ต้านมาลาเรีย ยับยั้งการหดเกร็งของลำไส้ ต้านฮีสตามีน และไม่พบความเป็นพิษ >>
ย่านางนั้นมีรสจืด และเป็นยาเย็น มีสรรพคุณในการดับพิษร้อน กลุ่มนักธรรมชาติบำบัดจึงได้นำเอาความรู้ตรงนี้มาใช้ประโยชน์แนะดื่มน้ำคั้นจากใบย่านาง เป็นน้ำคลอโรฟิลล์เพิ่มความสดชื่น และยังใช้ในการปรับสมดุลร้อนเย็นในร่างกาย เชื่อว่าสาเหตุของโรคต่างๆ ในร่างกายมาจากความร้อนที่ไม่สมดุลกับความเย็น หรือความเจ็บป่วยนั้นมักมีความร้อนเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นไข้ มะเร็ง ปวดแขนขา แสบร้อนเบ้าตา เป็นผดผื่นคัน แพ้อากาศ การใช้ยาเย็นจึงจะช่วยขับความร้อนในระบบต่างๆ เหล่านั้น และช่วยให้ร่างกายดีขึ้น รวมถึงเป็นการล้างสารพิษที่สะสมในระบบต่างๆ ของร่างกาย ซึ่งมาจากอาหารและสิ่งแวดล้อม>>
ข้อมูลทางโภชนาการระบุว่า ย่านางนั้นมีเบต้าแคโรทีนในปริมาณสูง ซึ่งจะช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ในร่างกาย อุดมด้วยเส้นในอาหาร แคลเซียม เหล็ก ฟอสฟอรัส ย่านางจึงเป็นหนึ่งในจำนวนผักพื้นบ้านที่นักวิจัยแนะนำให้นำมาใช้ในรูปแบบอาหารเพื่อรักษาโรคมะเร็ง ฉะนั้น การบริโภคในรูปแบบอาหารและเครื่องดื่มจึงเป็นการประโยชน์ที่เหมาะสมสำหรับการดูแลสุขภาพอย่างยิ่ง>>
ได้สอบถามจากหมอแผนไทยว่าการกินย่านางในปริมาณมากๆ จะเกิดผลเสียหรือไม่ ซึ่งได้รับคำแนะนำว่าไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย ยกเว้นคนที่มีปริมาณเกล็ดเลือดแดงในร่างกายต่ำ ควรหลีกเลี่ยงการบริโภค เพราะย่านางเป็นยาเย็นอาจส่งผลให้เกิดอันตรายได้ สำหรับบ้านไหนมีผู้ป่วยเป็นไข้ตัวร้อนสูง ต้องนั่งเฝ้าไข้เช็ดตัวทั้งวันทั้งคืน ก็ใช้รากย่านางต้มน้ำดื่มช่วยลดไข้ลงได้อย่างเร็ว เป็นการป้องกันผู้ป่วยไม่ให้เกิดอาการชักได้ด้วย หรือใช้น้ำนั้นเช็ดตัวร่วมด้วยก็ได้>>
สำหรับคนที่เป็นผดผื่นคันจากอาการแพ้ต่างๆ หรือไข้ออกตุ่ม ก็ใช้น้ำคั้นใบย่านางชโลมตามผิวบริเวณที่เป็น หรือผสมกับดินสอพองใช้ทาทิ้งไว้>>
เวลานี้น้ำคั้นใบย่านางกำลังกลายเป็นเทรนด์ใหม่ของคนรักสุขภาพ มีการแนะนำสูตรเครื่องดื่มนี้บอกต่อๆ กันพร้อมวิธีปรับปรุงสูตรเพื่อเพิ่มรสชาติ เช่น ใบย่างนาง เสลดพังพอน ตำลึง ผักบุ้ง อ่อมแซบ บัวบก หญ้าปักกิ่ง ใบเตย ฝรั่ง เลือกใบย่านางเป็นหลัก ส่วนผสมอื่นๆ เลือกตามสะดวกและหาได้ จะตำคั้น หรือปั่น หรือใช้เครื่องแยกกาก ก็ตามสะดวก แล้วแต่งรสชาติด้วย น้ำมะพร้าว น้ำอ้อย หรือน้ำผึ้ง หรือไม่แต่งรสเลยก็ได้ตามใจชอบ >>
เคยมีคนมาถามว่าย่านางจะหาซื้อได้ที่ไหน นั่นนะสินะจะหาซื้อย่านางได้ที่ไหน เพราะตามห้างสรรพสินค้าทั่วไปก็ไม่มีจำหน่ายซะด้วย ตามตลาดสดเท่าที่ไปสอบถามดูก็พบว่ามีแต่ชนิดเป็นน้ำที่เขาคั้นใส่ถุงไว้แล้ว ซึ่งนำมาใช้ดื่มไม่ได้แน่ ก็แนะนำไปตามตลาดสดที่มีมุมขายผักพื้นบ้านหรือตลาดนัดแบกะดินทั่วไปจะมีวางจำหน่ายอยู่ ถ้าเป็นแบบชนิดเครื่องดื่มที่บรรจุขวดก็จะมีตามร้านจำหน่ายอาหารปลอดสารพิษ >>
น้ำย่านางนับเป็นเครื่องดื่มสำหรับคนรักสุขภาพที่น่าสนใจอีกตัวหนึ่ง ยิ่งในภาวะโลกร้อน อากาศร้อนบ้านเราชักร้อนรุนแรงขึ้นทุกวัน น้ำย่านางน่าจะช่วยดับกระหายคลายร้อน ลดไข้แดดลงได้นะ.>>
>>
วิธีทำ..น้ำใบย่านาง

ช่วงนี้เขาฮิตอินเทรนพวกน้ำใบย่านางเคยลองซื้อมาดื่มมันไม่เข้มข้นได้นิดเดียวด้วย และไม่มั่นใจในความสะอาดการทำเลยหันมาลองทำไว้ดื่มเองดีกว่ามั่นใจการดื่มกว่าเยอะ

ตอนแรกก็ไม่ค่อยชอบรสชาติมันมีกลิ่นเหม็นเขียวแต่ยังดีกลิ่นไม่แรงเท่าหญ้าปักกิ่ง ดื่มบ่อย ๆ แบบแช่ตู่เย็นชักจะชินจะว่าไปกลิ่นก็ไม่ต่างจากน้ำคลอโรฟิลมากนัก>>
ซื้อใบย่านางจากตลาด ที่บ้านไม่มีต้นย่านางกิ่งก้านที่เหลือเลยลองเอาปักชำดูเผื่อปลูกติด
ใบย่านางเด็ดเอาแต่ใบแช่น้ำล้างให้สะอาด>>
ตำๆๆ ใบย่านางให้ละเอียดหน่อยน้ำจะได้เขียว ๆ
(บางคนจะปั่นด้วยเครื่องปั่นหรือจะใช้มือขยี้ก็ได้)>>
ตักใส่ชามไว้ ใส่ใบโต ๆ หน่อย>>
กดน้ำอุ่นที่ยังร้อนนิด ๆใส่ลงไป เพื่อฆ่าเชื้อโรคหน่อย
แต่สารอาหารจะได้ยังเหลือ ถ้าใส่น้ำต้มร้อน ๆ เดี๋ยวพวกวิตามินคลอโรฟินจะหาย>>
ใส่กระชอนหรือผ้าขาวบางกรองเอาแต่น้ำ>>
กรอกเอาใส่ขวด ใส่ตู้เย็นเก็บไว้กินหลายวัน
เพราะถ้าเกิน 4 ชั่วโมงมักจะมีกลิ่นเหม็นเปรี้ยว ไม่เหมาะที่จะดื่ม
แต่ถ้าแช่ในตู้เย็น ควรใช้ภายใน 3-7 วัน โดยให้สังเกตุที่กลิ่นเปรี้ยวเป็นหลัก

ดื่มแบบเย็นจะชื่นใจมากรู้สึกสดชื่นทันที เพราะน้ำย่านางมีคลอโรฟิลเยอะมาก

ใส่น้ำผึ้งถ้าอยากเพิ่มรสชาติและเปลี่ยนกลิ่นจะหอมน้ำผึ้ง
หรือจะผสมน้ำอย่างอื่นแล้วแต่สะดวก

ดื่มครั้งละ 1/2 - 1 แก้ว วันละ 2-3 เวลาก่อนอาหารหรือตอนท้องว่าง
หรือผสมเจือจางดื่มแทนน้ำ>>
สรรพคุณน้ำใบย่านาง

หมอเขียว(ใจเพชร มีทรัพย์)นักวิชาการสาธารณสุข
ประสบการณ์ของผู้ป่วยที่ใช้ใบย่านางแก้ไขปัญหาสุขภาพจนมีผลให้อาการเจ็บป่วยทุเลาเบาบางลง
- เนื้องอกในมดลูก มดลูกโต ตกเลือด ตกขาวปวดตามร่ายกาย
- มะเร็งปอด
- มะเร็งตับ
- มะเร็งมดลูก
- โรคหัวใจ โรคไตโรคกระเพาะอาหารอักเสบ เนื้องอกในเต้านม
- เบาหวานและความดันโลหิตสูง
- ขับสารพิษ
- ภูมิแพ้ ไอ จาม
- เริ่ม งูสวัด
- ตุ่มผื่นคันที่แขน
- อาการปวดแสบขัด ออกร้อนในทางเดินปัสสาวะ
- นอนกรน ไตอักเสบ
- อาการปวดขาที่แขน
- เล็บมือผุ
- เก๊าต์

วิธีใช้

ใช้ใบย่านางในการเพิ่มคลอโรฟิล คุ้มครองเซลล์ฟื้นฟูเซลล์ ปรับสมดุล
บำบัดหรือบรรเทาอาการที่เกิดจากภาวะไม่สมดุล แบบร้อนเกินดังนี้

เด็ก ใช้ใบย่านาง 1-5 ใบ ต่อน้ำ 1-3 แก้ว 200-600 ซีซี
ผู้ใหญ่ที่รูปร่างผอม บางเล็ก ทำงานไม่ทน ใช้ 5-7 ใบ ต่อน้ำ 1-3 แก้ว
ผู้ใหญ่ที่รูปร่างผอม บาง เล็กทำงานทน ใช้ 7-10 ใบ ต่อน้ำ 1-3 แก้ว
ผู้ใหญ่ที่รูปร่างสมส่วน ตัวตัวโต ใช้ 10-20 ใบ ต่อน้ำ 1-3 แก้ว

โดยใช้ใบย่านางสดโขลกให้ละเอียดแล้วเติมน้ำ(อุ่นน้ำจะได้สะอาด) หรือขยี้ใบย่านางกับน้ำหรือปั่นในเครื่องปั่น
แต่การปั่นในเครื่องปั่นไฟฟ้าจะทำให้ประสิทธิภาพลดลงบ้างเนื่องจากความร้อนจะไปทำลายความเย็นของย่านาง

ดื่มครั้งละ 1/2 - 1 แก้ววันละ 2-3 เวลาก่อนอาหารหรือตอนท้องว่าง
หรือผสมเจือจางดื่มแทนน้ำ เพราะถ้าเกิน 4 ชั่วโมง มักจะมีกลิ่นเหม็นเปรี้ยว ไม่เหมาะที่จะดื่ม
แต่ถ้าแช่ในตู้เย็นควรใช้ภายใน 3-7 วันโดยให้สังเกตุที่กลิ่นเปรี้ยวเป็นหลัก

บางคนดื่มน้ำย่านางแล้วรู้สึกแพ้ผะอืดผอม เพราะฉะนั้นจึงควรกลับไปดูว่าปริมาณการดื่มและความเข้มข้นของสมุนไพรควรเหมาะสมกับตัวเรามากที่สุดและดื่มแบบพอดีกับที่ร่างกายเราต้องการเพราะถ้าเรารู้สึกผะอืดผะอมขึ้นมาเมื่อไหร่แสดงว่าร่างกายบอกว่าพอแล้วนั่นเอง

การทำน้ำย่านางอาจผสมน้ำมะพร้าวช่วยให้ดื่มง่ายขึ้น

บางคนเป็นโรคหรือมีอาการหนักมากให้ใช้พืชฤทธิ์เย็นที่นำมาช่วยเสริม รวมกับย่านางพืชฤทธิ์เย็นที่นำมาเสริมฤทธิ์ย่านางที่มีประสิทธิภาพดีได้แก่ ใบอ่อมแซ่บ 1 กำมือใบเตย 1-3 ใบ ผักบุ้ง 5-10 ต้น บัวบก 1 กำมือ เสลดพังพอนตัวเมีย 5-10 ยอด (1 ยอดยาว 1 คืบ) ใบตำลึงแก่ 1 กำมือ หญ้าปักกิ่ง 1-3 ต้น ว่านกาบหอย 3-5 ใบ เป็นต้นโดยนำมาเสริมเท่าที่จะหาได้ พืชชนิดใดที่หาไม่ได้ก็ไม่ต้องใช้และถ้าพืชชนิดใดไม่ถูกกับผู้ที่จะดื่มก็ไม่ต้องมาผสม

บางคนไม่ชินกับการรับประทานสด ก็สามารถผ่านไฟอุ่นหรือเดือดได้ไม่เกิน 5 นาที โดยตรวจสอบร่างกายของตนเองว่า ระหว่างรับประทานสดกับผ่านไฟอย่างไหนรู้สึกสดชื่นสบายหรืออาการทุเลาได้มากกว่าก็ใช้วิธีนั้น

คนที่เป็นโรคกระเพาะอาหารและลำไส้อักเสบให้ดื่มน้ำย่านางหรือสมุนไพรรวมฤทธิ์เย็นกับกล้วยดิบและขมิ้นโดยใช้กล้วยดิบทั้งเปลือก 1 ลูก แบ่งเป็น 3 ส่วน เท่าๆ กันนำกล้วยดิบและขมิ้นอย่างละ 1 ชิ้น (ต่อครั้ง) โขลกให้ละเอียด หรือหั่นเป็นชิ้นเล็กๆเคี้ยวให้ละเอียดแล้วกลืน พร้อมดื่มน้ำย่านาง หรือสมุนไพรรวมฤทธิ์เย็น วันละ 3 เวลาก่อนอาหาร หรือหลังอาหารอย่างน้อย 2 ชั่วโมง
แต่ถ้ามีอาการออกร้อนท้องร่วมด้วยให้งดขมิ้น สำหรับกล้วยดิบหรือขมิ้นอาจใช้เป็นลูกกลอกหรือแคปซูลก็ได้ ใช้กล้วยดิบครั้งละ 3-5 เม็ด 3 เวลาก่อนอาหาร ส่วนขมิ้นใช้ครั้งละ 1-3 เม็ด 3 เวลาก่อนอาหาร

สำหรับคนที่มีอาการท้องเสียให้ใช้ย่านางปริมาณที่เหมาะสมกับบุคคลดังที่นำเสนอข้างต้น ขยี้กับใบฝรั่งแก่ 3-5 ใบหรือใบทับทิมครึ่ง – 1 กำมือ ต่อน้ำ 1-3 แก้ว ดื่มก่อนอาหาร ครั้งละครึ่ง – 1 แก้วหรือดื่มบ่อยจนกว่าจะหายท้องเสียย่านางสามารถฆ่าเชื้อโรคที่เป็นเหตุให้เกิดอาการท้องเสีย

อีกสูตรหนึ่งที่ได้ผลดีมากคือ ดื่มน้ำย่านาง หรือน้ำสมุนไพรฤทธิ์เย็นควบคู่กับสมุนไพรต้ม คือเอาเปลือกสะเดา (ส่วนที่มีรสฝาดขมกึ่งกลางระหว่างเปลือกแข็งนอกสุดและแก่น) ยาว 1 คืบของผู้ป่วยกว้าง 1-2 เซนติเมตร เปลือกมังคุดสดหรือตากแห้ง 1-3 ลูก ใบฝรั่งแก่ 3-5 ใบทั้งสามอย่าง รวมกัน ต้มใส่น้ำ 3-5 แก้ว เดือด 5-10 นาที แล้วผสมน้ำตาล 3-5 ช้อนโต๊ะ ดื่มครั้งละ 1 แก้ว 3 เวลา ก่อนอาหาร หรือจิบเรื่อยๆจนกว่าอาการท้องเสียจะหาย


การใช้น้ำย่านางกับภายนอกร่างกาย

- ใช้น้ำย่านางหรือน้ำสมุนไพรฤทธิ์เย็นเจือจางกับน้ำเปล่าใช้เช็ดตัวลดไข้ได้อย่างดีหรือใช้ผ้าชุบวางบริเวณที่ปวดออกร้อน ช่วยลดความร้อนของร่างกายและผิวหนัง

- ผสมน้ำยาสระผม ใช้สระผมได้อย่างดี ช่วยให้ศรีษะเย็น ผมดกดำหรือชะลอผมหงอก

- ใช้ย่านางหรือน้ำสมุนไพรฤทธิ์เย็น ผสมดินสอพองหรือปูนเคี้ยวหมากให้เหลวพอประมาณทาสิว ฝ้า ตุ่ม ผื่น คัน พอกฝีหนังจะช่วยถอนพิษและแก้อักเสบได้

การประเมินว่าปริมาณหรือความเข้มข้นพอเหมาะที่จะดื่มหรือไม่
- ขณะที่ดื่มเข้าไปจะกลืนง่ายไม่ฝืดฝืน ไม่ระคายคอ
- อาการไม่สบายทุเลาลง ปากคอชุ่มร่างกายสดชื่น
- ถ้าดื่มน้อยไป อาการก็ไม่ทุเลาถ้าดื่มมากไปก็จะเกิดอาการไม่สบายบางอย่างหรือในขณะดื่มจะรู้สึกได้ว่าร่างกายจะมีสภาพต้านบางอย่างเกิดขึ้น



มีประสบการณ์นำใบย่านางมารักษาผู้ป่วยหนักหลายโรคพบว่าทุเลาเบาบางลง และหายป่วย
บางครั้งใช้ร่วมกับยาตัวอื่นแต่ส่วนใหญ่คนที่ดื่มน้ำย่านางทุกวัน
จะเห็นผลได้ภายในเวลา ๓เดือน

โรคที่มีรายงานว่า ดื่มน้ำย่านางหาย เช่น ลดน้ำตาลในเลือดความดันโลหิตสูง
ตกเลือดจากมดลูก โรคเก๊าท์ และโรคเชื้อราทำลายเล็บหรือเป็นผื่นคัน
เป็นอาการของโรคที่เกิดจากภาวะไม่สมดุลแบบร้อนเกิน

มีผู้ซึ่งนำย่านาง ไปกินวันละ 1 แก้ว
รายงานผลกลับมาว่า ริดสีดวงทวารที่เป็นอยู่นานได้หายไป
อีกรายหนึ่ง ประจำเดือนไม่มาเป็นเวลา 3 - 4 เดือนไปหาหมอและรับยามากินก็ยังไม่มา
หลังจากกินน้ำใบย่านางได้ 10 วันประจำเดือนก็มาตามปกติ

ใบย่านางมีฤทธิ์เย็นใช้บำบัดหรือบรรเทาอาการอันเกิดจากภาวะไม่สมดุลแบบร้อนเกินเพราะคนส่วนใหญ่มีความเครียดสูง ถูกกดดันจากสภาพสังคมและเศรษฐกิจ ต้องแก่งแย่งเร่งรีบฯ
สิ่งแวดล้อมก็มีมลพิษมากขึ้น โลกร้อนขึ้นอาหารและเครื่องดื่มก็ปนเปื้อนสารเคมีมากขึ้น คนอยู่กับเครื่องไฟฟ้า อิเล็คทรอนิกส์สิ่งเหล่านี้เป็นเหตุปัจจัยหลักที่ทำให้คนเจ็บป่วยด้วยภาวะไม่สมดุลแบบร้อนเกิน

สามารถใช้ใบย่านางปรับสมดุลบำบัดหรือบรรเทาได้เช่น ตาแดง ตาแห้ง แสบตา ปวดตา ตามัว ขี้ตาข้น, มีตุ่มแผลออกร้อนในช่องปาก เหงือกอักเสบ นอนกรน ปากแห้งแตกเป็นขุย ปวดหัว ตัวร้อน ไข้ขึ้นมีเส้นเลือดขอดตามส่วนต่าง ๆ ของร่าวกาย ท้องผูก เริม งูสวัด อ่อนล้า เพลียนอนพักก็ไม่หาย เจ็บปลายลิ้น เจ็บคอ เสียงแหบ ความดัน เบาหวาน เก๊าต์ เนื้องอกมะเร็ง ฯลฯ
ไมเกรนที่เคยเป็นก็ไม่ค่อยมาเยือนแล้ว



เมื่อคุณแม่ของเขาคนหนึ่งตกเลือดจากมดลูกอย่างรุนแรงหลังจากที่เขาตัดสินใจใช้ย่านางเป็นสมุนไพรหลักในการบำบัดอาการของคุณแม่ก็ทุเลาอย่างรวดเร็วภายใน 3 วันเลือดหยุดไหล เมื่อใช้ย่านางอีกบำบัดต่อเนื่องอีก 3 เดือนต่อมา มดลูกที่โต 16 เซนติเมตรก็ยุบลงเหลือเท่าขนาดปกติ คือเท่าผลชมพู่ผิวมดลูกที่ขรุขระเหมือนหนังคางคกก็หายไปอาการตกขาวก็หายไปด้วย

ต่อมาใช้ย่านางกับผู้ป่วยมะเร็งตับผู้ป่วยก็อาการดีขึ้น เมื่อครบ 3 เดือนไปตรวจอัลตราซาวด์ พบว่ามะเร็งฝ่อลงจากนั้นก็ทดลองกับผู้ป่วยโรคเกาต์ให้ ดื่มน้ำย่านางต่อเนื่อง 3 เดือนอาการปวดข้อก็หายไป ไปตรวจที่โรงพยาบาลไม่พบโรคเกาต์ ซึ่งทางการแพทย์แผนปัจจุบันบอกว่าเป็นโรคที่รักษาไม่หาย

ได้ทดลองกับผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูงหลังจากดื่มน้ำย่านางต่อเนื่อง พบว่าสามารถลดน้ำตาลในเลือดและลดความดันโลหิตได้

หลังจากนั้นเขาได้ข้อมูลจากคนแก่อายุ 77 ปีคนหนึ่งที่ดื่มน้ำย่านางต่อเนื่องกัน 1 เดือนพบว่าผมที่เคยขาวกลับเปลี่ยนเป็นสีเทา และมีสีดำแซมลูกสาวของคนแก่ดังกล่าวเป็นเชื้อราทำลายเล็บรักษาด้วยการทาและกินยาแผนปัจจุบันไม่หาย พอดื่มน้ำย่านางได้ 10 วันก็ทุเลาอย่างรวดเร็ว

ได้ทดลองให้น้ำย่านางกับผู้ป่วยอีกหลายโรคหลายอาการไม่ว่าเป็นอาการไข้ขึ้น ปวดหัว ตัวร้อน ปวดเมื่อยตามร่างกาย ตุ่มผื่นคัน และอาการอื่นๆก็พบว่าอาการทุเลาอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นโรคร้ายที่รักษายากหรือโรคที่รักษาง่ายหลายโรคหลายอาการย่านางสามารถบำบัดรักษาให้ทุเลาเบาบางหรือหายได้

ตรงกันข้ามกับเมื่อ 30-50 ปีที่ผ่านมา ผู้คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีความเครียด วิถี ชีวิตเรียบง่าย สงบ เอื้อเฟื้อเกื้อกูลกัน ไม่ต้องแก่งแย่งแข่งขัน ไม่ต้องเร่งรีบเหมือนคนยุคนี้สิ่งแวดล้อมมีมลพิษน้อย ป่าไม้ก็มีมาก แม่น้ำลำธารใสสะอาดอาหารการกินไม่มีสารเคมีเจือปน ตั้งแต่กระบวนการผลิตทางการเกษตรจนถึงกระบวนการปรุงอาหารก็ไร้สารพิษ ปรุงแต่งน้อย รสไม่จัดจ้านเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ไม่ค่อยมี ผู้คนส่วนใหญ่ในยุคนั้นจึงมักมีภาวะไม่สมดุลแบบเย็นเกินไป

อาการหรือโรคที่เกิดจากภาวะไม่สมดุลแบบร้อนเกินไปซึ่งสามารถใช้ใบย่านางปรับสมดุล บำบัดหรือบรรเทาได้ มีดังต่อไปนี้

1. ตาแดงตาแห้ง แสบตา ปวดตา ตามัว ขี้ตาข้น เหนียว หรือไม่ค่อยมีขี้ตา
2. มีสิวฝ้า
3. มีตุ่ม แผล ออกร้อนในช่องปาก เหงือกอักเสบ
4. นอนกรน ปากคอแห้งริมฝีปากแห้งแตกเป็นขุย
5. ผมหงอกก่อนวัย รูขุมขน ขยายโดยเฉพาะบริเวณหน้าอก คอทั้งด้านหน้า และด้านหลัง
6. ไข้ขึ้น ปวดหัว ตัวร้อน ครั่นเนื้อครั่นตัว
7. มีเส้นเลือดขอดตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย เส้นเลือดฝอยแตกใต้ผิวหนัง มีรอยจ้ำเขียวคล้ำ
8. ปวดบวมแดงร้อนตามร่างกายหรือตามข้อ
9. กล้ามเนื้อเกร็งค้าง กดเจ็บเป็นตะคริวบ่อยๆ
10. ผิวหนังผิดปกติคล้ายรอยไหม้ เกิดฝีหนองน้ำเหลืองเสียตามร่างกาย
11. ตกกระสีน้ำตาลหรือสีดำตามร่างกาย
12. ท้องผูกอุจจาระแข็งหรือเป็นก้อนเล็กๆ คล้ายขี้แพะ บางครั้ง มีท้องเสียแทรก
13. ปัสสาวะมีปริมาณน้อย สีเข้ม ปัสสาวะบ่อย แสบขัด ถ้าเป็นมากๆ จะเป็นสีน้ำล้างเนื้อหรือมีเลือดปนออกมาด้วย มักมีปัสสาวะช่วงเที่ยงคืนถึงตี 2 (คนที่ร่างกายปกติ สมดุลจะไม่ตื่นปัสสาวะกลางดึก)
14. ออกร้อนท้อง แสบท้อง บางครังมีอาการท้องอืดร่วมด้วย
15. มีผื่นที่ผิวหนัง ปื้นแดงคัน หรือมีตุ่มใสคัน
16. เป็นเริม งูสวัด
17. หายใจร้อน เสมหะเหนียวข้น ขาวขุ่น สีเหลืองหรือสีเขียวบางทีเสมหะพันคอ
18. โดยสารยานยนต์ มักอ่อนเพลียและหลับขณะเดินทาง
19. เลือดกำเดาออก
20. มักง่วงนอน หลังกินข้าวอิ่มใหม่ๆ
21. เป็นมากจะยกแขนขึ้นไม่สุด ไหล่ติด
22. เล็บมือ เล็บเท้า ขวางสั้น ผุ ฉีกง่ายมีสีน้ำตาลหรือดำคล้ำ อักเสบ บวมแดงที่โคนเล็บ
23. หน้ามืด เป็นลม วิงเวียนบ้านหมุน คลื่นไส้ มักแสดงอาการเมื่ออยู่ในที่อับหรืออากาศร้อนหรือเปลี่ยนอิริยาบถเร็วเกิน หรือทำงานเกินกำลัง
24. เจ็บเหมือนมีเข็มแทงหรือไฟช็อต หรือร้อนเหมือนไฟเผา
25. อ่อนล้า อ่อนเพลียแม้นอนพักก็ไม่หาย
26. รู้สึกร้อนแต่เหงื่อไม่ออก
27. เจ็บปลายลิ้นแสดงว่าหัวใจร้อนมากถ้าเป็นมากจะเจ็บแปลบที่หน้าอก และอาจร้าวไปที่แขน
28. เจ็บคอ เสียงแหบ คอแห้ง
29. หิวมาก หิวบ่อย หูอื้อ ตาลาย ลมออกหู หูตึง
30. ส้นเท้าแตก เจ็บส้นเท้า ออกร้อน บางครั้งเหมือนไฟช็อต
31. เกร็ง ชัก
32. โรคที่เกิดจากสมดุลแบบร้อนเกินไป ได้แก่ โรคหัวใจ เป็นหวัดร้อน ไซนัสอักเสบหลอดลมอักเสบ กล่องเสียงอักเสบ ตับอักเสบ กระเพาะอาหารลำไส้อักเสบ ไทรอยด์เป็นพิษริดสีดวงทวาร มดลูกโต ตกขาว ตกเลือด ปวดมดลูก หอบหืด ไตอักเสบ ไตวาย นิ่วไตนิ่วกระเพาะปัสสาวะ นิ่วถุงน้ำดี กระเพาะปัสสาวะอักเสบ ไส้เลื่อน ต่อมลูกหมากโตโรคเกาต์ ความดันสูง เบาหวาน
เนื้องอก มะเร็งพิษของแมลงสัตว์กัดต่อย
จากการทดลองพบว่าสารสกัดจากรากย่านางมีฤทธิ์ต้านเชื้อมาลาเรียชนิด
ฟัลซิพารัม


ใบ รสจืดขม รับประทานถอนพิษผิดสำแดง แก้ไข้ ตัวร้อน แก้ไข้รากสาด ไข้พิษ ไข้หัว ไข้กลับซ้ำใช้เข้ายาเขียว ทำยาพอก ลิ้นกระด้าง คางแข็ง กวาดคอ แก้ไข้ฝีดาษไข้ดำแดงเถา

ราก รสจืดขม กระทุ้งพิษไข้ แก้ไข้ ปรุงยาแก้ไข้รากสาด ไข้กลับไข้พิษ ไข้ผิดสำแดง ไข้เหนือ ไข้หัวจำพวกเหือดหัด สุกใส ฝีดาษ ไข้กาฬรับประทานแก้พิษเมาเบื่อแก้เมสุรา แก้พิษภายในให้ตกสิ้น บำรุงหัวใจ บำรุงธาตุแก้โรคหัวใจบวม ถอนพิษผิดสำแดง แก่ไม่ผูก ไม่ถ่าย แก้กำเดา แก้ลม

ทั้งต้นปรุงเป็นยาแก้ไข้กลับ

1. แก้ไข้
ใช้รากย่านางแห้ง 1 กำมือ ประมาณ 15 กรัมต้มกับน้ำ 2 แก้วครึ่ง เคี่ยวให้เหลือ 2 แก้ว ให้ดื่มครั้งละ ½ แก้ว ก่อนอาหาร 3 เวลา
2. แก้ป่วง (ปวดท้องเพราะกินอาหารผิดสำแดง)
ใช้รากย่านางแดงและรากมะปรางหวาน ฝนกับน้ำอุ่นแต่ไม่ถึงกับข้น ดื่มครั้งละ ½-1 แก้วต่อครั้ง วันละ 3-4 ครั้ง หรือทุกๆ 2 ชั่วโมงถ้าไม่มีรากมะปรางหวาน ก็ใช้รากย่านางแดงอย่างเดียวก็ได้ หรือถ้าให้ดียิ่งขึ้นใช้รากมะขามฝนรวมด้วย
3. ถอนพิษเบื่อเมาในอาหาร เช่น เห็ด กลอยใช้รากย่านางต้นและใบ 1 กำมือ ตำผสมกับข้าวสารเจ้า 1 หยิบมือ เติมน้ำคั้นให้ได้ 1 แก้ว กรองด้วยผ้าขาวบาง ใส่เกลือและน้ำตาลเล็กน้อยพอดื่มง่ายให้หมดทั้งแก้วทำให้อาเจียนออกมา จะช่วยให้ดีขึ้น
4. ดับพิษร้อนถอนพิษไข้
ใช้หัวย่านางเคี่ยวกับน้ำ 3 ส่วน ให้เหลือ 1 ส่วนดื่มครั้งละ ½ แก้ว
การใช้เป็นยาพื้นบ้านในภาคอีสาน
1. ใช้ราก ต้มเป็นยาแก้อีสุกอีใสตุ่มผื่น
2. ใช้รากย่านางผสมรากหมาน้อย ต้มแก้ไข้มาลาเรีย
3. ใช้รากต้มขับพิษต่างๆ

ใบย่านางคั้นเอาน้ำปรุงอาหารต่างๆ เช่น แกงหน่อไม้ซุบหน่อไม้ (ย่านางสามารถต้านพิษกรดยูริกในหน่อไม้ได้) แกงอ่อม แกงเห็ดหรือขยี้ใบสดกับหมาน้อย รับประทานถอนพิษร้อนต่างๆ
ช่วยทำให้น้ำแกงข้นมากขึ้นด้วยนอกจากนี้ยังสามารถนำไปประกอบเป็นอาหารต่างๆ ดังนี้

ภาคอีสาน
1. เถาว์ ใบอ่อน ใบแก่ ตำ คั้นเอาน้ำสีเขียว นำไปต้มกับหน่อไม้ ปรุงเป็นแกงหน่อไม้ซุบหน่อไม้ แกงต้มเปรอะ เชื่อว่าย่านางจะช่วยลดรสขม ของหน่อไม้ได้ดีทำให้หน่อไม้มีรสหวานอร่อย
2. นำไปแกงกับยอดหวาย
3. นำไปแกงกับขี้เหล็ก
4. นำไปใส่แกงขนุน แกงผักอีลอก
5. นำไปอ่อมและหมก

ภาคใต้
1. ใช้ยอด ใบเพสลาด (ไม้อ่อน ไม่แก่เกินไป) นำไปแกงเลียง ผัด แกงกะทิ
2. ผลสุกใช้กินเล่น

ภาคเหนือ
1. ยอดอ่อน นำมาลวกเป็นผักจิ้มน้ำพริก
2. ยอดอ่อน ใบแก่ คั้นน้ำนำมาใส่แกงพื้นเมือง เช่น แกงหน่อไม้แกงแค
ประโยชน์ใช้สอยอื่นๆ
1. น้ำสีเขียวจากใบย่านางนำไปใช้ย้อมผ้าได้อีกด้วย
2. ใช้เป็นอาหารสัตว์ เช่นกระบือ
3. เถาว์ มีความเหนียวใช้มัดสัมภาระได้

ยอดอ่อนของเถาย่านางยังสามารถนำมารับประทานแกล้มแนมกับของเผ็ดอื่นได้ด้วยหรืออย่างชาวอีสานก็นิยมนำใบ และยอดอ่อนใส่รวมกับแกงขนุน แกงอีลอก อ่อมและหมกต่าง ๆใส่ในแกงเลียงและแกงหวาน ใส่ในแกงขี้เหล็ก น้ำคั้นจากใบก็ใช้เติมลงไปด้วยเพื่อลดความขมของใบขี้เหล็ก

แก้เมาเรือ แก้เมาสุรา แก้โรคหัวใจและแก้ลมใบก็ช่วยถอนพิษและแก้ไข้ ส่วนของเถาใช้แก้ตานขโมย

วิธีใช้

1 แก้ประดงเลือดลม ใช้ใบกะเม็ง ขมิ้นอ้อย ใบหมากตัวผู้
ใบหมากตัวเมีย ใบย่านางอย่างละเท่าๆกัน โขลกรวมกันคั้น
เอาน้ำทา ประดงทราย ก็จะหายภายในไม่ช้า
2 แก้อาการผิดสำแดง เอาใบมะขาม ใบย่านาง ใบบัวบก
เอาอย่าง ละ เท่าๆกันตำละเอียดผสมน้ำซาวข้าว ดื่มครั้งละ 1 ถ้วยชา
แก้อาการ ผิดสำแดงเพระาเป็นไข้แล้วกินของแสลง ไข้กำเริบ ได้ผลดี
3 ยาแก้เลือดตกไม่หยุด เอาใบมะขามเปลือกตะขบ รากย่านาง รากคัดเค้า ต้ม 3 เอา 1 กิน
4 ยาแก้อาหารเป็นพิษเอารากตะไคร้ 1 รากย่านาง 1 รากว่าน น้ำ 1
ตัวยาทั้ง 3 ล้างให้สะอาดฝนกับฝาละมีหม้อดิน ผสมกับน้ำต้มสุก
รับประทาน ครั้งละ 1 ถ้วย มีสรรพคุณแก้อาหารเป็นพิษ เพราะผิดสำ
แดง ที่เกิดจากรับประทานอาหารเข้าไป ทำให้ปวดท้องอาเจียน ท้อง เสีย ให้หาย ได้ผลชะงัด
5 ยารักษาแผลกลาย เอาใบเถาวัลย์เขียน (อ่อนๆ) 4-5 ใบ
ใส่ ปากเคี้ยวให้ละเอียด พอกบริเวณที่เป็นแผลกลายเมื่อยาพอกแห้ง
เปลี่ยนยา พอกใหม่ จะหายภายใน 7 วัน
6 ยาแก้โรคประดง เอาไพลรากย่านาง จันทร์หอม ตัวยาทั้ง 3 นี้
ตำละเอียดผสมน้ำซาวข้าวทาบริเวณที่เป็นเม็ดผื่นคัน
ยังสามารถใช้น้ำย่านางมาสระผม ช่วยให้ศีรษะเย็นผมดกดำหรือชลอผมหงอก
ผสมดินสอพองหรือปูนเคี้ยวหมากให้เหลวพอประมาณ ทาสิว ฟ้าตุ่ม ผื่นคัน พอกฝีหนอง


ประโยชน์ของน้ำใบย่านาง

1. เคลือบแผลในกระเพาะอาหารและลำไส้
2. ปรับสมดุลของกรดในกระเพาะอาหาร

ลักษณะของน้ำใบย่านาง

1. มีกลิ่นเหม็นเขียว คล้ายน้ำใบบัวบก
แต่เมื่อดื่มแล้วจะรู้สึกได้ทันทีว่าน้ำใบย่านางมีสรรพคุณดีกว่าน้ำใบบัวบก
2. ใบย่านางเป็นสมุนไพรธาตุเย็น เหมาะสำหรับคนธาตุร้อน
ถ้าดื่มแล้วร่างกายรู้สึกหนาวให้ลดปริมาณลง

การปลูกและขยายพันธุ์

ย่านางเป็นพืชที่ขึ้นในดินทุกชนิดและปลูกได้ทุกฤดู ขยายพันธุ์โดยการใช้หัวใต้ดิน เถาว์แก่ที่ติดหัว ปักชำยอดหรือการเพาะเมล็ด รดน้ำให้ฉ่ำชุ่มสักพักเถาย่านางก็จะคลี่กางเลื้อยขึ้นพันหากไม่มีค้างก็มักเลื้อยพันต้นไม้อื่นที่อยู่ใกล้เคียง
เดิมนั้นเถาย่านางเป็นไม้ป่าจึงอดทนเป็นเยี่ยมและเติบโตได้ในทุกสภาพดินและสภาพอากาศทุกฤดูกาล>>
ตัวเล็กอ่านยาก ขยายตัวหนังสือให้ครับ

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย ศนิวาร : 26-07-2010 เมื่อ 11:03 AM
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 26-07-2010, 06:00 PM   #3
สมาชิก
 
วันที่สมัคร: Jun 2010
ข้อความ: 8,701
Groans: 34
Groaned at 73 Times in 54 Posts
ได้ให้อนุโมทนา: 71
ได้รับอนุโมทนา 16,281 ครั้ง ใน 7,658 โพส
พลังการให้คะแนน: 481064
น้ำเองค่ะ has a reputation beyond reputeน้ำเองค่ะ has a reputation beyond reputeน้ำเองค่ะ has a reputation beyond reputeน้ำเองค่ะ has a reputation beyond reputeน้ำเองค่ะ has a reputation beyond reputeน้ำเองค่ะ has a reputation beyond reputeน้ำเองค่ะ has a reputation beyond reputeน้ำเองค่ะ has a reputation beyond reputeน้ำเองค่ะ has a reputation beyond reputeน้ำเองค่ะ has a reputation beyond reputeน้ำเองค่ะ has a reputation beyond repute

ยาวเหลือเกินเลยค่ะ.....
__________________
ล่องใต้3เดือน เจอกัน มิ.ย.ค่ะ(เดือน มี.ค.มีคัดเลือกตัวนักกีฬาภายในสังกัดสำนักนายกฯนะค่ะ)
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 26-07-2010, 11:46 PM   #4
ทีมผู้ดูแลเว็บบอร์ด
 
Nagaman's Avatar
 
วันที่สมัคร: Dec 2007
สถานที่: ชมพูทวีป
ข้อความ: 2,056
Groans: 2
Groaned at 5 Times in 4 Posts
ได้ให้อนุโมทนา: 5,036
ได้รับอนุโมทนา 9,373 ครั้ง ใน 1,378 โพส
พลังการให้คะแนน: 732
Nagaman has a reputation beyond reputeNagaman has a reputation beyond reputeNagaman has a reputation beyond reputeNagaman has a reputation beyond reputeNagaman has a reputation beyond reputeNagaman has a reputation beyond reputeNagaman has a reputation beyond reputeNagaman has a reputation beyond reputeNagaman has a reputation beyond reputeNagaman has a reputation beyond reputeNagaman has a reputation beyond repute

ถ้าจะทานหน่อไม้ต้องทานใบย่านางควบด้วยครับเพราะมันต้านฤทธิ์กันครับ (โบราณว่าไว้)

สังเกตได้จากร้านส้มตำครับ จะเห็นซุปหน่อไม้ น้ำสีเขียวๆ นั่นแหละครับมีใบย่านาง ^^
__________________
-กมฺมุนา วตฺตตี โลโก สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม-


วิธีการลบกระทู้/โพสต์ของตนเอง/วิธีตั้ง/ปิด/เปิดกระทู้
.
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 29-07-2010, 08:52 PM   #5
ทีมผู้ดูแลเว็บบอร์ด
 
ติงติง's Avatar
 
วันที่สมัคร: Mar 2009
สถานที่: เมืองยศสุนทร
ข้อความ: 35,600
Groans: 5
Groaned at 49 Times in 47 Posts
ได้ให้อนุโมทนา: 40,149
ได้รับอนุโมทนา 91,196 ครั้ง ใน 25,869 โพส
พลังการให้คะแนน: 251021
ติงติง has a reputation beyond reputeติงติง has a reputation beyond reputeติงติง has a reputation beyond reputeติงติง has a reputation beyond reputeติงติง has a reputation beyond reputeติงติง has a reputation beyond reputeติงติง has a reputation beyond reputeติงติง has a reputation beyond reputeติงติง has a reputation beyond reputeติงติง has a reputation beyond reputeติงติง has a reputation beyond repute


ที่โรงเรียน มีคุณครูหลายท่านดื่มน้ำย่านางทุกวัน
ที่เห็นผลชัดเจน คือลดพุงได้ค่ะ
มีผู้รู้บอกว่า น้ำย่านางควรคั้นด้วยมือมากกว่าใช้เครื่องปั่น ที่ปั่นด้วยไฟฟ้า
__________________
รักเว็บพลังจิต
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 05-08-2010, 06:31 PM   #6
สมาชิก
 
Vatairat's Avatar
 
วันที่สมัคร: Jan 2010
ข้อความ: 1,670
Groans: 13
Groaned at 19 Times in 16 Posts
ได้ให้อนุโมทนา: 16,166
ได้รับอนุโมทนา 5,168 ครั้ง ใน 1,107 โพส
พลังการให้คะแนน: 10006
Vatairat has a reputation beyond reputeVatairat has a reputation beyond reputeVatairat has a reputation beyond reputeVatairat has a reputation beyond reputeVatairat has a reputation beyond reputeVatairat has a reputation beyond reputeVatairat has a reputation beyond reputeVatairat has a reputation beyond reputeVatairat has a reputation beyond reputeVatairat has a reputation beyond reputeVatairat has a reputation beyond repute

เป็นบทความที่ดีมากๆเลยค่ะ
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 07-08-2010, 10:19 AM   #7
สมาชิก
 
krathin's Avatar
 
วันที่สมัคร: Jun 2010
ข้อความ: 119
Groans: 0
Groaned at 0 Times in 0 Posts
ได้ให้อนุโมทนา: 233
ได้รับอนุโมทนา 224 ครั้ง ใน 85 โพส
พลังการให้คะแนน: 70
krathin is a jewel in the roughkrathin is a jewel in the roughkrathin is a jewel in the rough

อ้างอิง:
ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ Nagaman อ่านข้อความ
ถ้าจะทานหน่อไม้ต้องทานใบย่านางควบด้วยครับเพราะมันต้านฤทธิ์กันครับ (โบราณว่าไว้)

สังเกตได้จากร้านส้มตำครับ จะเห็นซุปหน่อไม้ น้ำสีเขียวๆ นั่นแหละครับมีใบย่านาง ^^
ถึงว่าสิ....เขาต้มหน่อไม้ จึงใส่ใบย่านางลงไปด้วย
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
เก่า 07-11-2010, 06:44 PM   #8
สมาชิก
 
วันที่สมัคร: Oct 2010
ข้อความ: 2
Groans: 0
Groaned at 0 Times in 0 Posts
ได้ให้อนุโมทนา: 0
ได้รับอนุโมทนา 3 ครั้ง ใน 2 โพส
พลังการให้คะแนน: 0
paradi is on a distinguished road

ใบย่านาง


ใครที่ติดยาระบายมานานและทำวิธีใดก็ไม่หายลองดู เราเพิ่งทานไม่ถึงอาทิตย์ได้ผลดี
ฯ ๗๑   ตอบพร้อมอ้างอิงข้อความเดิม
ตอบ

Bookmarks

Tags
กระเพาะปัสสาวะอักเสบ, ขาวขุ่น, ฝรั่ง, มะเร็ง, ลมออกหู, สงบ, ฯลฯ, เด็ก, โรคหัวใจ



(View-All สมาชิกที่ได้อ่านกระทู้นี้แล้ว : 146 (Set)
11540, 1redstar, 933, a-pin-ya, adisang, Ahingsagha, alonesoul, ampaporn, angulimala, Aoclub, applegreen, autsuo, billiboy, bingping, Birddy, bmcthailand, chalee022, chantasakuldecha, chatchaido, chatmongkon, chokdee1959, chuchan, cons049, cwarawan, danai_w, Da_li, devbara, dididada, Duanpen_2499, foundgirl, goldspirit, GROLY, hura, hyperz, ict, iMuzic, Jasmin99999, jimlim543, jiradech panatuhk, jirarad, Jobeo, Kanthawit, kiatti1234, kimcivil, kp2508, krathin, KRITZz, kwang2528, lady_crazy, leesansuk, mainoii, manas.tr, maokorat, Nefertiti, Neoworld, nikornm, Nilaga, nongkungRx, nrngy, Nu Pat, numtalsod, Nuttypogaemon, Otopleniedwa, paa2, paradi, pawapalung, peera-500, phuketwomen, Phutta, pimpundao, pipat, pipopM, pollyfirst, pro v1, punnapa, put@lay, qillip, rasetsacrifa, saijai03, sarsi_boleh, silence_maj, sine90, sleela, somjoook, sophonthana, taeperok, Taveeruch, Tawan1990, tawatd, techapunyo, Thanatplus, thanits, thanpreeya, tin.s, tirajung, toeymink, umatevie, usa khiewkui, Vatairat, vcc2aaa, veesa, vtn1406, wachira22, Warawutk, Wheeler990, Ying2989, กระติ๊บ, กีรติศักดิ์, กุศล, ขวัญดาว, คาคะ, จุลจิต, ณาฏาฌาร์, ดาวทะเล, ดิเรก99, ต้อมบ้านสวน, ธรรมจักร, นายสุ, น้ำเองค่ะ, ป้าเม้าท์, พัชรกันย์, พุทธรัตนา, มณีเนตร, ยุบล, ลุงชิด, ลูกเทพ, ลูล่า, ศนิวาร, สุภาพบุรุด, อดุลย์ เมธีกุล, อุบล1, ืnuyaki, เตวิชโช, เ่ต่าโบราณ, แม่หมูอ้วน, ไห่เฉากุหลาบไฟ
คำสั่งเพิ่มเติม
เรียบเรียงคำตอบ ให้คะแนนกระทู้นี้
ให้คะแนนกระทู้นี้:

กฎการส่งข้อความ
You may not post new threads
You may not post replies
You may not post attachments
You may not edit your posts

BB code is ใช้ได้
Smilies are ใช้ได้
[IMG] code is ใช้ได้
HTML code is ใช้ได้
Trackbacks are ใช้ได้
Pingbacks are ใช้ได้
Refbacks are ใช้ได้



เวลาทั้งหมดอยู่ในเขตเวลา GMT +6 และเวลาในขณะนี้คือ 01:32 PM


พลังจิต | พระไตรปิฎก | เสียงธรรม | รูปภาพ | พจนานุกรม  | วัดไทย | คลิป | สารบัญเว็ป | หลวงพ่อฤาษีลิงดำ | อภิญญาหก | ฝึกสมาธิ
 
พุทธศาสนาจากพระโอษฐ์ | สมาธิ | แชท | เว็ปบอร์ด | พระเครื่อง | ดูดวง | ทำนายฝัน | Blog | | Google | แปลภาษา | SEO Hosting

vBulletin Copyright ©2000-2009 Jelsoft Enterprises Ltd. Search Engine Friendly URLs by vBSEO 3.6.1
Palungjit.com 1 April 2003 - 2013
Page generated in 0.80232 seconds with 14 queries